ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข อ ง ดี จ า ก
ค่า
ว่า สภา แปลว่า ที่ประชุมหรือโรงเป็นที่
ชุมนุมกัน มีวิเคราะห์ตามภาษาบาลีว่า สน
เตหิ ภาติ หิปดีดี สภา แปลความว่า ที่
ชื่อว่าสภาเพราะมีสัตบุรุษกล่าวอยู่ แสดง
อยู่ โดยความหมายก็คือ ที่ประชุมที่ชื่อ
ว่าสภา เพราะมีคนที่เป็นสัตบุรุษอยู่ร่วม
ประชุมด้วยนั่นเอง
โดย : แก้วปริยัติ
และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ที่ประชุมในแต่ละแห่งนั้นมีชื่อเรียก
แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าจะตั้งชื่อไว้
อย่างไร บางทีก็ตั้งตามชื่อบุคคล หรือ
หน่วยงานสถานที่ที่ใช้ เช่น “รัฐสภา” ที่
ประชุมของรัฐเป็นสถานที่สำหรับประชุม
ของบุคคลที่เป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่ง
ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งเข้ามาเพื่อท่า
หน้าที่บริหารบ้านเมือง คอยแก้ไขปัญหา
ความเดือดร้อนของประชาชน ในการประ
ชุมแต่ละครั้งก็มีการถกเถียงกันอย่างรุนแรง
ในเรื่องประเด็นปัญหาต่างๆ มีการใช้วาจา
เสียดสีฝ่ายตรงข้าม
จนก่อให้เกิดการ
สภฉ ที่ประ
ในการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมหมู่มาก
ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นอย่างหนึ่งก็คือการ
กระทบกระทั่งกัน การทะเลาะวิวาทกัน
แม้แต่ในครอบครัวเดียวกันก็ยังมี ทั้งนี้
เนื่องจากว่า แต่ละคนมีนิสัยใจคอไม่เหมือน
กัน ขาดความสามัคคี มีการเอารัดเอา
เปรียบกัน ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ถ้าหากไม่
ได้รับการแก้ไข ก็อาจทำ ให้กลายเป็นปัญหา
ใหญ่โต อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่
หมู่คณะได้ ดังนั้นในแต่ละชุมชน หรือ
ตามหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีคนทำ งานร่วมกัน
มากๆ จึงต้องมีสถานที่ประชุม เพื่อปรึกษา
หารือกันหรือเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ
ที่เกิดกับหมู่คณะ และวางกฎระเบียบ แนว
ทางในการปฏิบัติเป็นอันเดียวกัน เพื่อให้
หมู่คณะนั้นๆ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ทะเลาะวิวาท ทำ ร้ายร่างกายกันในที่สุด
ทำ ให้ประชาชนผู้ที่ทราบข่าวเกิดความไม่
สบายใจว่า ผู้ที่ตนคัดเลือกให้ไปบริหาร
บ้านเมืองนั้น ได้ทำ หน้าที่ของตัวเองอย่าง
ถูกต้องหรือไม่ หรือว่ามีผลประโยชน์อย่าง
อื่นเช้าไปแอบแฝงอยู่ด้วย
ความสงสัยวิตกกังวลไปว่า สถานที่ประชุม
เช่นนั้นไม่น่าจะเรียกว่า สภา ถ้าหากยังมี
การทะเลาะวิวาทกันเช่นนั้น
บางคนก็เกิด
คำ ว่า สภา จึงเป็นคำ ที่มีผู้สงสัย
กันมาก ว่าหมายถึงอะไร ประกอบด้วย
อะไรบ้าง ที่ประชุมเช่นไรเรียกว่าสภา แม้
แต่ในสมัยพุทธกาลก็ยังมีผู้สงสัยอยู่ไม่น้อย
เรื่องมีอยู่ว่า สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
ประทับอยู่ที่นิคมชื่อว่า โขมทุสสะ ในแคว้น
สักกะ ในเวลาเข้าวันหนึ่ง ได้เสด็จเข้าไป
กัลยาณมิตร
6)๓๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๙