ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทีเดียวเมื่อจะป้องกันอันตรายต่อชีวิตเช่นนั้น
ถ้าปรับโทษกันว่ากระไร ปรับโทษกันอย่างไร
ไม่ได้มุ่งดื่มสุราเพราะมุ่งแต่จะแก้โรคภัยไข้
เจ็บเท่านั้น นี่ควรลดหย่อนก็ต้องลดหย่อนนะ
เพราะเหตุอะไร เพราะเหตุว่าทางพระพุทธ
ศาสนา การถือการปฏิบัติไม่ใช่แก้ไขให้ถึง
ความเดือดร้อน แก้ไขแต่มนุษย์ไม่ให้
เดือดร้อน ให้พ้นภัยอันตรายด้วยประการ
ใดประการหนึ่ง ข้อที่สมควรไม่เป็นโทษ
ข้อที่ไม่สมควรแหละเป็นโทษทั้งนั้น อย่าไป
สงสัย ถ้าว่าข้อที่สมควรละไม่เป็นโทษ ข้อ
ที่ไม่สมควรละเป็นโทษทั้งนั้น
สุราเมื่อดื่ม
เข้าไปแล้วน่ะ
บรรเทาอาการโรคลงได้ ด้วยเหตุนี้
พระพุทธองค์จึงทรงไม่ห้ามขาด แต่ให้ดูที่
เจตนาในการดื่มเป็นสำคัญ เรียกว่า
สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
พระธรรมเทศนา
การดื่มสุราน่ะ ไม่ใช่เป็นของ
พอดีพอร้ายนะ สุรามันเกิดขึ้นในประเทศใด
ประเทศนั้นย่อมย่อยยับหนา สุรามันไปติด
ทําคนดีๆ ให้เป็นคน
เสีย ทำคนมีสติดีให้
เป็นคนมีสติเสีย
ทำคนที่มีอารมณ์ดีให้ ที่มีอารมณ์ดีให้เห็นเป็นคนมีอารมณ์ฉุนเฉียว
เพราะฉะนั้นการดื่มสุรา ถ้าว่า
เจตนาดื่มสุราอยู่แล้วก็ใช้ไม่ได้ ถ้าเจตนา
จะดื่มยาละก็ใช้ได้ นี่ตำราเขาก็มีเหมือน ทำคนที่มีอารมณ์ดีให้
แกงเนื้อเขาเอาสุราใส่เพื่อให้มันยุ่ยเท่านั้น เห็นเป็นคนมีอารมณ์
นั่นสุราก็ใส่ลงไปเหมือนกันในแกงนั้น หรือ
สิ่งอื่นอีกที่เขาเจือสุราน่ะมีหลายอย่างที่เขา
ฉุนเฉียว ให้ลอกแลก
ไปเสียแล้ว สติดีๆ มา
ปรุงอาหารแล้วเจือสุรา แต่ถ้าว่ารสกลิ่น
ของสุราไม่ปรากฏ เช่นนี้บริโภคได้ หยาบ ให้เผลอตัวไปเสียแล้ว
กว่าปกติธรรมดา ไม่มีโทษมีกรณ์อันใดให้
รู้จักผ่อนปรนอย่างนี้ แต่ทว่าเจตนาดื่มสุรา
อย่าให้มีก็แล้วกัน
เสีย ทำคนมีสติดีให้เป็นคนมีสติเสีย ทำคน
อยู่กับคนใดละคนนั้นก็ย่อยยับหนา หญิงก็ดี
ชายก็ดีติดสุรา ดื่มสุราละก็ย่อมย่อยยับหนา
เอาตัวรอดไม่ได้เพราะเหตุไร เพราะสุรา
เมื่อดื่มเข้าไปแล้วนะ ทำคนดีๆ ให้เป็นคน
ให้ลอกแลกไปเสียแล้ว สติดีๆ มาให้เผลอ
ตัวไปเสียแล้ว มาให้ไม่รู้ตัวเสียแล้ว ไม่รู้
จักบิดามารดา ไม่รู้จักสมณพราหมณ์ ไม่รู้
จักผู้หลักผู้ใหญ่ผู้เฒ่าผู้แก่ ดื่มสุราเข้าไป
แล้วเห็นช้างตัวเท่าหมูทีเดียว นี่ร้ายนัก
มาให้ไม่รู้ตัวเสียแล้ว
ไม่รู้จักบิดามารดา
เขาเรียกว่า ฆ่าตัวเองทั้งเป็น ทำลายตัวเอง
อย่างดื้อๆ ฆ่าตัวเองทั้งเป็นน่ะ เพราะอะไร
ตัวเองดีๆ ทำให้เป็นคนเสีย ตัวเองบริสุทธิ์
ไม่รู้จักสมณพราหมณ์
ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่
ผู้เฒ่าผู้แก่ ดื่มสุรา
เข้าไปแล้วเห็นช้างตัว
บริบูรณ์อยู่ทำให้ไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ กลาย
เป็นคนบ้าเสียแล้ว นี่แหละเรียกว่าดื่มสุราละ
มีโทษมากนักเหลือที่จะคุณนานับทีเดียว
บทขยายความ
ทําไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรง
ใช้คำว่า “สำรวม” ในการดื่มน้ำเมา
มีสิ่งที่ชาวพุทธควรศึกษาต่อไปว่า
ทำไมในมงคลที่ ๒๐ นี้ พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าจึงทรงใช้คำว่า “สำรวม” จากการดื่ม
น้ำเมา ไม่ทรงใช้ คำว่า “ห้ามขาด” จากการ
ดื่มน้ำเมา พระเดชพระคุณหลวงวัดปากน้ำ
ได้เมตตาเทศน์ให้เหตุให้ผลจนเกิดความ
กระจ่างแจ้งว่า พระพุทธองค์ทรงอนุญาต
ยกเว้นการดื่มน้ำเมาในคราวที่ต้องใช้สุรา
รักษาเยียวยาผู้ป่วยไข้ให้หายขาดหรือ
เท่าหมูทีเดียว
นี่ร้ายนัก
ควรเว้นขาดจากใจ ภิกษุสามเณรน่ะเว้น
ขาดทีเดียว ภิกษุดื่มเข้าไปแล้วต้องอาบัติ
ปาจิตตีย์ทีเดียว ถ้าว่าอุบาสกอุบาสิกาดื่ม
เข้าไปแล้วศีลก็ขาดทีเดียว ศีล ๕
สิกขาบทเป็นข้อสำคัญนัก เณรดื่มอีกเดียว
แหละศีล ๑๐ สิกขาบทขาดหมด พอสุรา
ล่วงลำคอก็หมดกันเป็นเณรไม่ได้ อุบาสก
อุบาสิการักษาอุโบสถดื่มสุราอีกเดียว
เท่านั้นศีลหมดแล้วไม่เหลือแล้ว ถ้าว่า
สมาทานวิรัติ เช่นนี้ขาดแต่เฉพาะสุรา
กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๒ ๑๕