ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถึง...คุณแม่ที่เคารพอย่างยิ่ง
สวัสดีค่ะ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหมคะ
ตอนนี้อากาศเย็นขึ้นแล้วนะคะ วันนี้เป็นวันออกพรรษาพอดี
ลูกก็เลยขอเขียนจดหมายมาทักทายเสียหน่อย คุณแม่ทำ
อะไรในวันออกพรรษาคะ นั่งสมาธิรึเปล่า ลูกก็ตั้งใจจะ
รักษาใจให้ใสๆ ให้ได้ทั้งวัน วันนี้อากาศดีแต่เช้าทีเดียว เย็น
สบายและมีลมพัด ทำให้นึกถึงอากาศทางภาคเหนือ ตอนนี้
แสงแดดยังไม่มี ฟ้ายังมืดครึ้มๆ อยู่ คงต้องรออีก ๒ - ๓
ชม. ถึงจะมีแดดค่ะ เพราะยังไงดวงอาทิตย์ก็ต้องขึ้นอยู่แล้ว
มันทำให้นึกถึงครูสอนพิเศษคนหนึ่งที่ลูกจำหน้าตาไม่ได้
แต่ยังจำเรื่องราวที่ครูเล่าได้ดี เรื่องที่ครูเล่าไม่เกี่ยวกับวิชา
ที่เรียนเลยแต่น่าจดจำ วันนั้นครูเล่าว่า (ลูกจำไม่ได้ว่าทำไม
อยู่ๆ ครูถึงมาเล่าเรื่องนี้) มีลูกศิษย์คนหนึ่งมาหาครูที่บ้าน
บอกว่าตอนนี้ชีวิตมีปัญหามากจนทนไม่ไหว จึงมีความ
ต้องการจะฆ่าตัวตาย แต่จะมาลาครูก่อน ครูก็ชวนคุยไป
เรื่อยๆ บอกว่าอย่าพึ่งกลับ จนถึงเที่ยงคืน ลูกศิษย์ก็จะกลับ
แล้ว ครูบอกว่า อย่าพึ่ง แล้วถามลูกศิษย์ว่าตอนนี้มืดไหม
ลูกศิษย์บอกว่า มืด ยังมืดอยู่ พอดี ๒ ที่ ๓ ก็ถามลูกศิษย์
อีกว่า ตอนนี้มืดไหม ลูกศิษย์บอกว่า มืดอยู่ จนถึงตี ๕, ๖
โมง ก็ถามอีกว่าตอนนี้มืดไหม ลูกศิษย์บอกว่าสว่างแล้ว
ครูจึงพูดกับลูกศิษย์ว่า ในช่วงที่มืดที่สุด ก็คือใกล้จะสว่างแล้ว
เหมือนกันกับชีวิต เดี๋ยวก็จะสว่าง..... ตอนหลังลูกศิษย์จึง
เลิกล้มความคิดจะฆ่าตัวตาย ลูกฟังแล้วรู้สึกทึ่ง จนต้อง
มองหน้าครูอีกครั้ง หลังจากที่ตอนแรกไม่ค่อยสนใจ มันก็
เป็นเรื่องแปลกเรื่องหนึ่งในตอนนั้น
ล
เวลาเรียนหนังสือลูกไม่ค่อยได้ฟังเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ
แล้วก็ไม่ถึงกับสนใจมาก มีเรื่องสนุกสนานอย่างอื่นมากกว่า
พอได้พูดถึงครูคนนี้ ทำให้ลูกนึกถึงครูอีกคนขึ้นมาได้ เป็น
ครูประจำชั้นตอน ป.๓ ค่ะ ที่นึกถึงขึ้นมาเพราะจำได้ว่า วัน
หนึ่งในตอนเช้าคุณครูเดินเข้ามาพร้อมกับถือรูปวาดเข้ามาด้วย
แล้วครูก็ชูรูปขึ้นมา ถามนักเรียนว่า นี่คือรูปอะไร รูปที่เห็น
นั้นบอกได้ยากว่าเป็นรูปอะไรแน่ มันเหมือนภูเขาด้วย แล้ว
ก็คล้ายใบหน้าด้านข้างของคนด้วย แล้วจะไปเหมือนอะไร
อย่างอื่นอีกก็ได้เหมือนกัน นักเรียนช่วยกันยกมือตอบ แต่
ตอบไม่ค่อยเหมือนกัน เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแล้ว คุณครู
จึงพูดขึ้น เห็นไหมว่า แต่ละคนตอบไม่เหมือนกันทั้งที่เป็น
ภาพเดียวกัน บางครั้งในสิ่งเดียวกัน แต่ละคนมองเห็นไม่
เหมือนกันแล้วแต่มุมมอง แต่ถึงแม้เราเห็นไม่เหมือนกัน
เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขัดแย้งกัน เพราะคนทุกคนไม่ได้มี
ความคิดเหมือนกันหมด ในตอนแรกที่ครูเริ่มอธิบาย ลูก
แปลกใจว่า อ้าว! ครูไม่ได้ตั้งใจจะเอาคำตอบนี้ จะสอนเรื่องอื่น
และเมื่อครูพูดจบ ลูกจึงเข้าใจที่ครูสอน ครูตั้งใจจะสอนให้
เรารู้ว่า คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดเห็นไม่เหมือนกัน และเรา
ต้องเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะยอมรับโดยไม่ไปขัดแย้ง ต้อง
เคารพสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น ในตอนนั้นลูกฟังแล้วเฉยๆ
แต่พอโตขึ้นมาอีก ๒ - ๓ ปี ให้หลัง ลูกรู้สึกประทับใจทั้ง
วิธีการสอนและคำสอน ดีใจที่ครูอุตส่าห์ปลูกฝังให้ เพราะ
ยิ่งโตขึ้นจะรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้สำคัญ อย่างน้อยลูกจะได้ไม่ต้อง
ขุ่นเคืองหรือเคืองน้อยลงเวลาที่คิดได้ว่า แต่ละคนมีสิทธิ์คิด
ไม่เหมือนกันได้ และเวลาที่ลูกทำอะไร บางครั้งอาจจะ
ถูกใจบางคนแต่ไม่ทุกคนก็ได้ เพราะมุมมองที่ต่างกัน ถ้า
มั่นใจว่าสิ่งที่ทำถูกต้องและดีงาม ลูกจะไม่กระทบกระเทือน
เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแล้ว คุณครูจึงพูดขึ้น เห็นไหมว่า แต่ละคนตอบไม่เหมือนกันทั้งที่
เป็นภาพเดียวกัน บางครั้งในสิ่งเดียวกัน แต่ละคนมองเห็นไม่เหมือนกันแล้วแต่มุมมอง
แต่ถึงแม้เราเห็นไม่เหมือนกัน เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขัดแย้งกัน เพราะคนทุกคนไม่ได้มี
ความคิดเหมือนกันหมด
มากมาย ธันวาคม ๒๕๕๒ ๑๐๕