การสอนพระอภิธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 12 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 132

สรุปเนื้อหา

ที่เรียกว่าคนดี เพราะ ธรรมชาติฝ่ายจิตใจของเขามี ส่วนประกอบดีๆ มารวมตัวกัน ตรง ข้ามถ้าธรรมชาติของจิตใจมีแต่ ส่วนประกอบเลวๆ มารวมกัน ก็เรียก คนนั้นว่าคนเลว เป็นเรื่องธรรมดาๆ ในการรวมตัวของธรรมชาติฝ่ายต่างๆ เมื่อเราไม่ยึดถือ ธรรมชาติเหล่านั้นก็ ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรต่อเรา ฟังป้า คุยแล้ว รู้สึกยากมากมั้ยค่ะ แต่ความ รู้เหล่านี้แหละ ที่แม้จะเป็นเพียง สุตตมยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการฟัง) ก็สามารถช่วยรักษาจิตใจของป้าได้ ตลอดมา ไม่ทุกข์ร้อนเกินกว่าเหตุ พบสิ่งไม่น่าพอใจแค่ไหน ก็พอ ประคับประคองใจได้เสมอ โดยความจริงแล้ว การ ปฏิบัติธรรมที่บรรลุผลเป็นปฏิเวธ ธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ดีวิเศษสุด สามารถ ใช้แก้ไขความทุกข์ทั้งปวงได้อย่าง สิ้นเชิง เวลามีเหตุการณ์ไม่ฟัง ประสงค์เกิดขึ้น ก็เก็บใจไว้ใน ศูนย์กลางกายเสีย ไม่ต้

หัวข้อประเด็น

- การสอนพระอภิธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่เรียกว่าคนดี เพราะ ธรรมชาติฝ่ายจิตใจของเขามี ส่วนประกอบดีๆ มารวมตัวกัน ตรง ข้ามถ้าธรรมชาติของจิตใจมีแต่ ส่วนประกอบเลวๆ มารวมกัน ก็เรียก คนนั้นว่าคนเลว เป็นเรื่องธรรมดาๆ ในการรวมตัวของธรรมชาติฝ่ายต่างๆ เมื่อเราไม่ยึดถือ ธรรมชาติเหล่านั้นก็ ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรต่อเรา ฟังป้า คุยแล้ว รู้สึกยากมากมั้ยค่ะ แต่ความ รู้เหล่านี้แหละ ที่แม้จะเป็นเพียง สุตตมยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการฟัง) ก็สามารถช่วยรักษาจิตใจของป้าได้ ตลอดมา ไม่ทุกข์ร้อนเกินกว่าเหตุ พบสิ่งไม่น่าพอใจแค่ไหน ก็พอ ประคับประคองใจได้เสมอ โดยความจริงแล้ว การ ปฏิบัติธรรมที่บรรลุผลเป็นปฏิเวธ ธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ดีวิเศษสุด สามารถ ใช้แก้ไขความทุกข์ทั้งปวงได้อย่าง สิ้นเชิง เวลามีเหตุการณ์ไม่ฟัง ประสงค์เกิดขึ้น ก็เก็บใจไว้ใน ศูนย์กลางกายเสีย ไม่ต้องให้ออกมา รับอารมณ์ภายนอก หรือหาก ปรารถนาทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นเป็นผลมาจากเหตุอะไรที่ทำไว้ ก็ ระลึกชาติย้อนอดีตถอยหลังไปดู ย่อม ทราบสาเหตุ ทราบแล้วก็จะเข้าใจ ถ่องแท้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะกรรม เก่าที่ตนเองทำไว้ ไม่ควรโทษใคร มี ปัญญาทราบอะไรๆ ตามความเป็น จริงดังนี้แล้ว ย่อมอยู่อย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรมาทำให้ทุกข์ไปฟรีๆ ทีนี้เราทุกคน ไม่ใช่จะสามารถ ปฏิบัติธรรม จนได้รับปฏิเวธธรรมอัน วิเศษกันหมดทุกคน ยังอยู่ในระดับ ฝึกฝนกันอยู่ทั้งนั้น ทำให้ไม่มีภาว นามยปัญญามาเป็นที่พึ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้ การมีปัญญาระดับเรียนรู้ที่เรียกว่า สุตตมยปัญญา และจินตมยปัญญา นำมาใช้ประคับประคองจิตใจตนเอง (ปัญญาที่เกิดจากการรู้จักคิด) ก็น่าจะ ในยามทุกข์ร้อนได้บ้าง ดังตัวอย่างตัว ป้าเองที่เล่าให้คุณฟังข้างต้น เพราะฉะนั้น พอทางวัดเราได้ รับคำสั่งให้เปิดโรงเรียนสอนพระ อภิธรรม ป้าจึงรู้สึกดีใจมาก รีบ รวบรวมความรู้เขียนหลักสูตรถวาย ทันที แล้วก็นั่งเสียดายวัยและสุขภาพ ร่างกายที่เสื่อมถอยไปจนหมด ทำให้ ไม่สามารถถวายความรู้ที่เคย เล่าเรียนมาเมื่อกว่า ๒๐ ปีเหล่านั้น ต่อพระภิกษุสามเณร หรือให้ค่า แนะนำสาธุชนผู้สนใจทั้งหลายเหมือน ที่ใจปรารถนาจะทำ ทำได้อย่างดีที่สุด ก็แค่พูดชวนคนที่เคยเรียนพระ อภิธรรมอย่างป้ามา และยังอยู่ในวัย แข็งแรง ไม่มีภาระครอบครัว ให้ เสียสละเวลามาช่วยสอน ได้บุญกุศล เป็นสิ่งตอบแทนเท่านั้น ป้าจะเล่าประวัติการสอนเรื่อง พระอภิธรรมนี้อย่างย่อๆ ให้คุณฟัง เผื่อใครมีเวลาว่างจะได้คิดเล่าเรียน ขึ้นมา ช่วยสืบอายุพระพุทธศาสนา เหตุการณ์เริ่มมาแต่ครั้งพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ยังทรง ดำรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงกระทำ ยมกปาฏิหาริย์ปราบเหล่าเดียรถีย์ เสร็จแล้ว เสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงแสดงพระ อภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ซึ่ง บังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่สวรรค์ชั้นดุสิต (สาเหตุที่ไม่เสด็จไปยังสวรรค์ ชั้นดุสิตโดยตรง เพราะที่ดาวดึงส์เป็น สวรรค์ชั้นต่ำกว่า เทวดานางฟ้าที่นั่น สามารถเข้าร่วมฟังธรรมด้วยได้ และ เทวดานางฟ้าชั้นสูงก็สามารถลงมาได้ หากเสด็จไปสวรรค์ชั้นสูงโดยตรง เทวดานางฟ้าชั้นต่ำไม่สามารถขึ้นไป เนื่องจากรัศมีความสว่างไสวใน เทวดาและทิพยสมบัติสวรรค์ชั้นสูง แรงกล้า เทวดาชั้นต่ำกว่าทนมองไม่ได้ ย่อมเสียโอกาสฟังธรรม) ผู้ไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้าหรือ พระพรหม ย่อมเป็นผู้มีบุญ ครั้งสมัย เกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญกุศล ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเอาไว้มาก เป็นผู้มีปัญญา เมื่อฟังธรรม พระ อภิธรรมแล้ว ย่อมสามารถส่งใจไป ตามกระแสพระธรรมเทศนา เห็นและ เข้าใจธรรมเหล่านั้นถ่องแท้โดยง่าย กว่ามนุษย์ธรรมดา สำหรับมนุษย์ธรรมดาที่ สามารถเรียนรู้พระอภิธรรมได้ จะ ต้องเป็นผู้มีบุญเก่าในเรื่องเหล่านี้ติดมา เช่น ในสมัยนั้นมีพระสารีบุตรและ เหล่าบริวาร ๕๐๐ รูป ในอดีตชาติ สมัยเกิดเป็นค้างคาวครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๔๒ | ๓๕.
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More