ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชาดกของพระพุทธศาสนา มีอยู่ด้วยกัน ๕๕๐
เรื่อง โดยอังกฤษนำเนื้อเรื่องไปดัดแปลงตัว
ละครให้เป็นตัวฝรั่ง แล้วก็นำมาปลูกฝัง
คุณธรรมให้กับเด็กอังกฤษ
SMAHA AMIKA
sumiq Canton Elton
นี่เป็นฤทธิ์เดชของชาดกในการปลูกฝัง
คุณธรรมในสังคมที่เกิดขึ้นในอังกฤษและอินเดีย
สำหรับในประเทศไทย ปู่ ย่า ตา ทวด
ของพวกเรา ได้ใช้ชาดกในการปลูกฝังคุณธรรม
ให้กับลูกหลานไทยตลอดมาเช่นกัน ส่วนหนึ่งที่ท่านรักษา
พระพุทธศาสนาส่งต่อมาถึงพวกเราได้ ก็อาศัยชาดกเป็น
แรงผลักดันสำคัญ เช่น พระเวสสันดรที่รู้จักกันทั้งแผ่นดินไทย
ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยก่อน คนที่อ่านหนังสือออกในหมู่บ้าน
หนึ่งมีไม่กี่คน ในตำบลหนึ่งมีอย่างมากสักสิบคน ยี่สิบคน
เขาก็ถ่ายทอดพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดปลูกฝังคุณธรรม
กันมาด้วยนิทานชาดกนั่นเอง
คราวนี้เมื่อเห็นฤทธิ์ของชาดกว่ามีบทบาทต่อการ
พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี เมื่อ ๒,๕๐๐
กว่าปีที่แล้ว และได้ถูกบันทึกตกทอดเอาไว้ใน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
แต่ก่อนที่จะไปศึกษาว่า พระมหาชนก
คือใคร มีความสำคัญอย่างไร พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา จึงทรงสนพระราช
หฤทัย ทรงเลือกมาทำพระราชนิพนธ์เรื่องนี้
เผยแพร่ให้พวกเราได้ศึกษา มีความจำเป็น
อย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลต่อไปนี้กันก่อน
ชาดกคืออะไร?
ชาดก คำนี้เขียนเป็นภาษาบาลีว่า ชาตก (ชา-ตะ-
กะ) หมายถึง เรื่องราวการเวียนว่ายตายเกิด เพื่อสร้างบาร
มีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์
ชาดกเป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสโดยพระองค์
เอง การเทศน์ของพระองค์นั้น ไม่ว่าจะเทศน์ให้ใครฟังก็ตาม
ปลูกฝังคุณธรรมของคนทั้งบ้านเมืองไทยในอดีตกันไปแล้ว ทรงมุ่งหวังจะให้เกิดกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นสำคัญ แต่
ก็ต้องบอกว่าคนไทยโชคดีเหลือเกินที่มีพระเจ้าแผ่นดินที่
ทรงเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพมหาศาล
เพราะขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวก
เรา ทรงกำลังปลูกฝังความเพียรที่บริสุทธิ์ให้เติบโตในสังคม
ไทยด้วยพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ซึ่งมีที่
ชาดกนั่นเอง
ธงมทมาจาก
ด้วยประการเช่นนี้ คุณค่าแห่งพระไตรปิฎกที่จืดจาง
หายไปจากวิถีชีวิตคนไทยมาหลายสิบปีนั้น จึงได้เริ่มหวน
คืนกลับมาในสังคมไทยอีกครั้ง ทำให้กำลังใจและความหวัง
ของคนไทยที่จะฝ่าฟันวิกฤตของบ้านเมืองไปได้ตลอดรอด
ฝั่งจึงเจิดจ้าขึ้นมา สะท้อนให้เห็นพระอัจฉริยภาพของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทรงไม่ทิ้งหลักธรรมใน
สาเหตุที่ตรัสเล่าชาดกนั้น มีทั้งเหตุฝ่ายลบและเหตุฝ่ายบวก
เหตุฝ่ายลบ เช่น เวลาพระภิกษุไปทำผิดอะไรมา อาจ
จะทำผิดในกรณีใดกรณีหนึ่ง แต่ถึงคราวที่ต้องขนาบ ต้อง
ตักเตือน เพื่อให้เกิดสำนึกตัว จะได้แก้ไขตนเอง แต่แทนที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงตักเตือนด้วยเหตุที่เกิดขึ้น
เฉพาะหน้านั้น ทรงไม่ทำ เพื่อให้บังเกิดประสิทธิภาพใน
การตักเตือน ให้เกิดสำนึกตัวอย่างแรงในการแก้ไขตนเอง
พระองค์ทรงระลึกชาติไปถึงเมื่อครั้งอดีตชาติ ซึ่งอาจจะเป็น
ร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ แสนชาติ ไม่มีกำหนด ทรง
ระลึกชาติไปดูพระภิกษุรูปนั้นว่า เคยพบกับพระองค์ใน
อดีตชาติมาบ้างไหม เคยประพฤติผิดพลาดทำนองนี้มาก่อน
หรือเปล่า ส่วนมากจะพบว่า มีและเคย พระองค์ก็ทรงยก
การดำเนินพระราชกิจแม้แต่น้อยเลย เสมือนดั่งวิสัยบัณฑิต เหตุนั้นขึ้นมาเทศน์แก้ไขให้พระภิกษุรูปนั้นกลับมามี
ในกาลก่อนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาว่า แม้ต้องตกอยู่ในยามวิกฤต
ด้วยวิสัยของบัณฑิตย่อมไม่มีวันทิ้งความเพียร
๓. ความยิ่งใหญ่ของพระมหาชนก
พระมหาชนกเป็นเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในชาดก โดย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ณ
กำลังใจทุ่มเทให้กับการปฏิบัติธรรมดังเดิม
ส่วนเหตุฝ่ายบวก เช่น พระมหาชนก ที่พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำมาพระราชนิพนธ์ให้ประชาชน
ไทยนี้ เป็นต้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของชาดกเรื่องนี้มีอยู่ว่า วัน
หนึ่งพระภิกษุที่อยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ต่างก็มานั่ง
พรรณนามหาภิเนกขัมมคุณหรือคุณแห่งการเสด็จออกบวช
๒๖ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๒