ข้อความต้นฉบับในหน้า
แบบสบายๆ ใจ ทีมงานเขาตั้งใจทำกันอย่างสุดฝีมือทีเดียวล่ะ
โดยเฉพาะเนื้อหาของเพลงนั้นบาดลึกด้วยถ้อยความที่ซ่อนอยู่
ถึงปรัชญาชีวิต ที่ผู้ฟังสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้
อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะในเรื่องของความมุ่งมั่น พยายาม เป็น
ข้อคิดและหลักปฏิบัติเสริมกำลังใจให้ผู้ที่ทำความดี มีจิตใจที่
เข้มแข็งฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานาได้
นอกจากนี้ ยังมีเพลงเฝ้าเพียรฝัน เพลงโลกเพชรพลอย
เพลงบ้านกัลยาณมิตร เพลงสบาย...สบาย...สบาย เพลงหยด
น้ำค้าง และเพลงดาวภายใน ก็เลือก ๆ ฟังกันเองตาม
ความชอบใจของแต่ละท่านก็แล้วกันครับ อย่างนี้ผมขอยืม
ประโยคฮิตของค่ายเทปดังอยู่ค่ายหนึ่ง ที่เขาชอบพูดว่า กลุ่ม
ปัญจสิขะสร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน !!!
ในยุคของสังคมที่มีแต่เรื่องหนักอึ้งเช่นนี้ เพลงเบาๆ
สบายๆ ถือว่าจำเป็น เรียกว่าเป็นเครื่องผ่อนคลายได้ขนาน
หนึ่งทีเดียวเพราะภาพความเป็นจริงในสังคมปัจจุบันความมีน้ำใจ
เอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ชักเริ่มจะเลือนหายไปทีละน้อย
หลายคนเริ่มอยู่กันตามลำพัง อย่าว่าแต่น้ำใจที่จะมีให้กันใน
สังคมเลย แม้อยู่บ้านเดียวกันการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ก็
ดูเหมือนว่าจะหาได้ยากเต็มที เมื่อก่อนก็คิดอยู่แต่ว่าสังคมไทย
คงมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น ๆ ต่างคนต่างอยู่มากขึ้น เรียกว่า
แทบจะรับอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และคง
หาทางแก้ไขได้ยากลำบากอยู่เหมือนกัน เท่ากับแต่ละคนปิด
ประตูทางสร้างบารมีเสียแล้ว แต่เมื่อได้ฟังคำปรารภของ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ว่า
“หลวงพ่อไม่เชื่อว่าการสร้างบารมีจะมีแต่ทางตัน มันจะ
ต้องมีทางสว่างให้ได้แก้ไข และไปถึงจุดหมายได้อย่างภาคภูมิใจ”
ถ้าเป็นเช่นนี้ผมชักมองเห็นทางสว่างนั้นเข้าให้แล้ว
โครงการบ้านกัลยาณมิตรนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แจ่มชัดด้วย
การแก้ปัญหาทั้งหลายทั้งปวง และก็ทำให้หลายๆ ครัวเรือน
ประสบความสำเร็จอย่างน่าภูมิอกภูมิใจมาแล้ว ลองสอบถามดู
นะครับตามสัญลักษณ์ป้ายบ้านกัลยาณมิตรทุกหลัง
ผมไปร่วมปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อต้นเดือน
ที่แล้ว ก็มีผู้นำบ้าน หรือเจ้าของบ้านกัลยาณมิตรนี่แหละครับ
เล่าถึงผลของการเปิดบ้านกัลยาณมิตรให้ฟัง รู้สึกชื่นใจที่ว่า
แม้สังคมกลุ่มใหญ่กำลังปิดประตูไม่รับข้อมูล รวมถึงปัญหา
ความเป็นจริงในสังคม แล้วยังยอมทนฝืนกลืน และหาทาง
แก้ไขกันที่ปลายเหตุไม่รู้จบสิ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มกัลยาณมิตรอย่าง
เราไม่น้อยหรอกครับ ที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้รับแสงธรรมแสง
ทองเข้าชำระจิตใจ และขจัดความมืดดำในจิตใจจนกระทั่งได้รับ
ผลดีอย่างน่าสรรเสริญ
นี่เท่ากับว่าเรากำลังสร้างปรัชญาชีวิต เหมือนกับเจ้า
แมงมุมน้อยเข้าแล้วนะครับ ข่าวสารที่บิดเบือนก็พยายาม
กลั่นแกล้งโจมตีได้ทุกวี่ทุกวัน โชคดีที่พวกเรามีโอกาสอยู่ใน
เหตุการณ์ด้วยตลอด มิฉะนั้น จะอดขึ้นสวรรค์ เพราะดันไปเชื่อ
ตามพวกเขาล่ะซี... น่ากลัว การที่พวกเราทำบรรยากาศบ้านของ
เราให้มีศีลมีธรรมปกคุม ก็จะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแรงได้
อย่างดี เมื่อครอบครัวของเรามีความสุขสมบูรณ์ ก็แพร่
กระจายความสุขนั้นไปยังเพื่อนบ้านของเราให้บรรยากาศการ
สวดมนต์ นั่งสมาธิ และสนทนาธรรมเกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา
ให้ทุกคนคุ้นชินกับความดี การกระทำอันเป็นกุศลเหล่านี้จะเป็น
ยาขนานดีสำหรับแก้ไข รักษาให้สังคมมีแต่คนดีที่เปี่ยมคุณธรรม
ผมเชื่อมั่นตามโอวาทที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมม
ชโยท่านได้เคยให้ไว้ว่า โลกจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกระแสใจ
ของชาวโลก ช่วงไหนกระแสใจของมนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในคุณงาม
ความดี ไม่ประมาทในชีวิต ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ในยุคนั้นบ้านเมืองก็จะอยู่เป็นสุข
เศรษฐกิจจะเฟื่องฟู ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ผู้คนอายุยืนยาว
ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่สภาพคล่อง ต่างก็มีความสุขกายสบายใจ
กันถ้วนหน้า
แต่ในยามใดที่จิตสำนึกของมนุษย์ตกต่ำ กระแสบาปเข้า
บังคับบัญชาอยู่ภายใน ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ใช้ชีวิตอย่าง
ประมาท เมื่อนั้นเศรษฐกิจก็จะตกต่ำ ดินฟ้าอากาศแปรปรวน
โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เคยมีก็เกิดขึ้น
ศีลธรรมเท่านั้นแหละครับ ที่จะเป็นเครื่องช่วยคุ้มครอง
โลกให้ปลอดภัยได้ หากเรามุ่งมั่น และเบิกบานในความดี แม้มี
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยในคราวนี้ และจัดสรรถ้อยคำเพื่อการทำลายก็ตาม
เราจะไม่สนใจ แต่จะยิ่งเร่งทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นทวีคูณ
พูดให้คล่องจำให้แม่นนะครับว่า....
“บ้านกัลยาณมิตร บ้านแสงสว่างแห่งโลก
มองไปรอบทิศ
ให้มีกัลยาณมิตรรอบตัว”
บ้านของเรา.... จะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพโลก เราจะ
ร่วมกันภาคภูมิใจ ปีติใจไปพร้อมๆ กัน ตาตั้มขอเป็นกำลังใจ
และทุ่มให้สุดตัวเลยครับผม สำหรับผลบุญและผลงานของทุกท่าน
ครับผม !!!