ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิวัฒนาการที่ถูกต้อง ที่สมบูรณ์อย่างไร
ชาดกเรื่องพระมหาชนกนี้ เป็นบันทึกเรื่องราวการ
บำเพ็ญเพียรบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตชาติ
เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นพระมหาชาติที่ทรงสร้าง
ความเพียรกันอย่างยิ่งยวด ทั้งเต็มที่ เต็มอิ่ม เต็มใจ เต็มมือ
ซึ่งพระองค์ตรัสเล่าไว้ถึงการปลูกฝัง-สร้าง-เสริมคุณธรรม
ของพระองค์ท่านเอง ทั้งที่เป็นคุณธรรมเบื้องต้นของสามัญชน
จนกระทั่งคุณธรรมเบื้องสูง พร้อมที่จะบรรลุโลกุตรธรรม
นี่คือ ความยิ่งใหญ่ของพระมหาชนก หรืออดีตชาติ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พวกเราสามารถยึดถือเป็นต้น
แบบปฏิบัติแห่งการสร้างวิริยะบารมีได้อย่างประเสริฐสุด
เพราะฉะนั้น ประชาชนชาวไทยจึงควรแซ่ซ้องสรรเสริญ
อย่างมหาศาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราช
นิพนธ์พระมหาชนกมาเป็นต้นแบบแห่งความเพียรที่บริสุทธิ์
ให้แก่พวกเรา
๔. ตำแหน่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของกลาง
มีข้อคิดประการหนึ่งจากชาดกเรื่องพระมหาชนกที่
ชาวพุทธไม่อาจจะมองข้ามไปได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตาม
หากได้ลงมือศึกษาค้นคว้า ประพฤติปฏิบัติธรรมอย่าง
จริงจังตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะเข้าใจถึง
“ความจริงอันประเสริฐสุดของโลกและชีวิต” ว่า ตำแหน่ง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของกลาง ไม่ใช่ตำแหน่งผูกขาด
เพราะโลกนี้มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้าง เทวดาก็ไม่ได้เป็นผู้สร้าง
สรรพสัตว์น้อยใหญ่ในโลกนี้ก็ไม่ได้เป็นผู้สร้าง โลกนี้จึงไม่ได้
เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง
แต่เป็นสาธารณะกับทุกๆ ชีวิต
โลกเกิดขึ้นมาได้ด้วยการรวมตัวของธาตุต่างๆ
อย่างเหมาะสม คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุ
อากาศ ซึ่งเป็นธาตุหลัก รวมตัวกันอย่างเหมาะสมแล้ว
กลายเป็นโลกให้สิ่งมีชีวิตได้อยู่อาศัย
เพราะเหตุที่ว่าโลกเป็นของกลาง คนสัตว์ก็เป็น
ของกลาง เพราะฉะนั้น แม้ที่สุดตำแหน่งของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นตำแหน่งของผู้นำสัตวโลกในการสร้าง
บุญสร้างบารมี ก็เป็นตำแหน่งของกลาง อุปมาเหมือนกับ
ตำแหน่งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี แม้ที่สุดตำแหน่งกำนัน
๒๘ | กัลนา มิตร ธันวาคม ๒๕๕๒
ผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นของกลางของประชาชนในเขตนั้น
ตำแหน่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของกลางสำหรับ
สัตวโลก ผู้มีปัญญา ผู้มีความเพียร และเป็นผู้มีมหากรุณา
ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ได้ผูกขาดสำหรับชนชั้นวรรณะใด
คนชาติไหนภาษาไหนไม่เกี่ยงเลย ขอให้มีคุณสมบัติดังกล่าว
เป็นต้องได้อภิเษกในตำแหน่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยกันทั้งนั้น
แต่การจะมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ต้องใช้
เวลาประกอบคุณงามความดีเยอะแยะมากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บารมี คือ ความดีอย่างยิ่งยวด
ความดีอย่างยิ่งยวด คือ ความดีที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน
ไปประกอบขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ชาติแล้วชาติเล่า
จนกระทั่งจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง มี
มหากรุณา และมีมหาปัญญาพอที่จะรู้ทุกสรรพสิ่งและสอน
ทุกสรรพสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ ไม่ว่าใจของสรรพสัตว์
นั้นจะมืดบอดเพียงใดก็ตาม ก็สามารถไปโปรดให้ใจของ
สรรพสัตว์นั้นๆ สว่างขึ้นมาได้
ความดีอย่างยิ่งยวดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญ
เพื่อให้ใจของพระองค์บริสุทธิ์บริบูรณ์นั้น มีอย่างน้อยที่สุด
อย่างด้วยกัน คือ
G. ทานบารมี
๒. ศีลบารมี
๓.
เนกขัมมะบารมี
๔. ปัญญาบารมี
๕. วิริยะบารมี
5. ขันติบารมี
๗. สัจจะบารมี
๔. อธิษฐานบารมี
๔. เมตตาบารมี
๑๐. อุเบกขาบารมี
00
บารมีขั้นพื้นฐานทั้ง ๑๐ ประการนี้ พระโพธิสัตว์ต้อง
บำเพ็ญซ้ำแล้วซ้ำอีกมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ซึ่งบางชาติก็
มีโอกาสได้สร้างบารมีเต็มที่ บางชาติก็เสียโอกาสไปมาก
เหมือนกัน เช่น ถ้าไปบังเกิดในภาวะที่บ้านเมืองไม่เรียบร้อย
โอกาสจะสร้างบุญบารมีก็หย่อนไป แต่ว่าถ้าไปบังเกิดใน
ภาวะที่บ้านเมืองเหมาะในการสร้างคุณงามความดี