ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปัญหานี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนทุกชุมชน แม้แต่ใน
โรงเรียนที่เป็นที่ศึกษาของลูกหลานของท่าน และแม้แต่ใน
วัดที่อยู่ของพระภิกษุผู้ทรงศีล
จากสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดของสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ คดียาเสพย์ติดเป็นคดีที่มากเป็นอันดับหนึ่ง
ของคดีทั่วประเทศ และนับวันจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ
จากจำนวนคดียาเสพย์ติดในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มี ๑๗๕,๙๗๘
ราย พุ่งขึ้นเป็น ๒๒๕,๒๕๒ ราย ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ มาก
ขึ้นถึงปีละ ๒๔% ซึ่งถือว่ามากอย่างน่าตกใจ
ปัญหายาเสพย์ติด ปัญหาระดับโลก
ในขณะที่คนไทยกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพย์ติด
อย่างหนักหน่วง ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็ประสบปัญหาไม่
ต่างกันนัก
จากรายงานยาเสพย์ติดโลกขององค์การสหประชาชาติ
เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. ๑๙๙๗ กล่าวว่า มีจำนวนผู้ติด
ยาทั่วโลกกว่า ๑๙๐ ล้านคน คิดเป็นประมาณ ๓.๒% ของ
มวลประชากรโลกในปัจจุบัน นั่นไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลย
เมื่อเทียบกันเป็นจำนวนมากกว่า ๓ เท่าของประชากรใน
ประเทศไทยเลยทีเดียว และนั่นเป็นจำนวนที่คาดการณ์ไว้
ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ดังนั้นในปัจจุบันปัญหาการแพร่
5
ระบาดของยาเสพย์ติดจึงกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุก
ประเทศต่างตกอกตกใจกับปริมาณของผู้ติดยาที่เพิ่มมากขึ้น
เป็นทวีคูณในแต่ละปี แม้จะได้ทำการปราบปรามอย่าง
หนักหน่วงเพียงใดก็ตาม ก็ยังไม่มีทีท่าว่าระดับของปัญหา
จะลดลง
นายโคฟี อันนั้น เลขาธิการใหญ่องค์การ
สหประชาชาติ กล่าวว่า “ยาเสพย์ติดกำลังทำลายสังคมของ
เรา เป็นต้นเหตุของอาชญากรรม การแพร่ระบาดของโรค เช่น
เอดส์ และฆ่าหนุ่มสาวของเราและอนาคตของเรา.....ไม่มี
ประเทศไหนปลอดจากปัญหานี้ และ
ไม่มีประเทศใดที่สามารถหวังได้ว่าจะ
รู้จักใช้ฝุ่นในสมัยสุเมเรียน เมื่อประมาณ ๔๕๐๐ ปีก่อน
พุทธศักราช และยาเสพย์ติดได้โด่งดังไปทั่วโลกเป็นที่รู้จัก
กันในฐานะสินค้าส่งออกที่ทำกำไรมหาศาลชนิดหนึ่งเป็น
ครั้งแรก เมื่อเกิดสงครามฝิ่นระหว่างอังกฤษและจีนเมื่อปี พ.ศ.
๒๓๘๒ - ๒๓๙๕ และครั้งที่สองเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๙
ในปัจจุบันธุรกิจค้ายาเสพย์ติดแม้จะเป็นธุรกิจที่ผิด
กฎหมายในทุกประเทศทั่วโลก แต่ได้กลายเป็นธุรกิจที่ทำ
กำไรมากที่สุด และเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ จาก
รายงานของโครงการควบคุมยาเสพย์ติดนานาชาติของ
องค์การสหประชาชาติ(United Nations International Drug
Control Program - UNIDCP) ประมาณการณ์ว่าธุรกิจ
การค้ายามีมูลค่าสูงถึงปีละ ๔๐๐ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
(เท่ากับ ๑๖ ล้านล้านบาท) คิดเป็นเงินถึง 4% ของมูลค่า
การค้าทั่วทั้งโลก ซึ่งใหญ่กว่าธุรกิจการส่งออกรถยนต์ทั่วทั้ง
โลกรวมกันเสียอีก
รายงานดังกล่าวยังบอกอีกว่า ผลกำไรที่ได้จากการ
ค้ายาเสพย์ติดโดยเฉลี่ย สำหรับแอมเฟตามีนทำกำไร ๒๔๐%
โคเคนแคร็กทำกำไร ๓๐๐% และเฮโรอีนทำกำไร ๑๐๐%
ราคาฝิ่นดิบที่ซื้อในประเทศปากีสถานกิโลกรัมละ ๙๐
ดอลลาร์สหรัฐ สามารถขายได้ถึง ๒๙๐,๐๐๐ ดอลลาร์เมื่อ
ส่งมาถึงสหรัฐอเมริกา
จากปริมาณอันมหาศาลของเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่
ในธุรกิจการค้ายาดังกล่าว ได้กลายเป็นสิ่งล่อใจอัน
หอมหวนให้เกิดมีแก๊งค้ายาผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แม้จะมี
กฎหมายที่ลงโทษอย่างรุนแรง หรือมีการปราบปรามอย่าง
หนักหน่วงเพียงใดก็ตาม ก็มิได้ทำให้บรรดานักค้า
ยาเสพย์ติดเหล่านี้เกรงกลัวเลย
ในขณะเดียวกันผลตอบแทนที่มีมูลค่ามหาศาลจาก
ธุรกิจค้ายาเสพย์ติด กลับทำให้นักค้ายาเหล่านี้ร่ำรวยและมี
ฐานะที่สูงขึ้นในสังคมที่นิยมเงินตรา แถมยังมีเงินมากมาย
เป็นใบเบิกทางไปสู่อำนาจทางการเมือง
ทั้งที่ลงเป็นนักการเมืองเองหรือ
กำจัดการค้ายาภายในพรมแดนของ
ตนเองได้เพียงลำพัง การค้ายายุคใหม่ - คร่าชีวิต ผิดกฎหมาย ทำ
สนับสนุนอยู่เบื้องหลังนักการเมือง
(ติดคร่าชีวิต
บางคน จึงทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายนี้มี
ต้องได้รับการตอบโต้ในระดับนานาชาติ”
ความมั่นคงมากขึ้น เจ้าหน้าที่ไม่กล้า
จากประวัติศาสตร์มนุษย์เริ่ม
ทำการจับกุม หรือสามารถติดสินบน
๕๘ | กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๔๒