ความจริงของโลกและชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 12 หน้า 29
หน้าที่ 29 / 132

สรุปเนื้อหา

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ในโรงธรรมสภา ครั้นเมื่อ พระองค์ทรงทราบแล้ว ก็ทรงระลึกชาติไปดูการออก มหาภิเนษกรมณ์ของพระองค์ โดยการเทศน์ครั้งนี้เป็นการ ระลึกชาติของพระองค์เองมาเทศน์ให้พระภิกษุทั้งหลาย เหล่านั้น ได้เกิดกำลังใจทุ่มเทในการปฏิบัติธรรมตามรอย พระองค์มาอย่างยิ่งขึ้นไป ความจริงของโลกและชีวิต เมื่อพวกเราเห็นฤทธิ์ของชาดกในการปลูกฝัง ศีลธรรมในสังคม และรู้ที่มาที่ไปของชาดกกันแล้ว เพราะฉะนั้น ชาดกเรื่องพระมหาชนกนี้ จึงไม่ใช่เรื่อง เล็กน้อยเสียแล้ว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดมาเป็น มนุษย์ของพวกเราในชาตินี้เสียแล้ว เพราะ เรื่องนี้คือ หลักฐานทางวิชาการชิ้นหนึ่งที่บันทึกเรื่องราวการเวียนว่าย ตายเกิดและการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่า พระอรหันต์ทั้งหลาย และทำให้เกิดความเข้าใจใน “ความ จริงข

หัวข้อประเด็น

- ความจริงของโลกและชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ในโรงธรรมสภา ครั้นเมื่อ พระองค์ทรงทราบแล้ว ก็ทรงระลึกชาติไปดูการออก มหาภิเนษกรมณ์ของพระองค์ โดยการเทศน์ครั้งนี้เป็นการ ระลึกชาติของพระองค์เองมาเทศน์ให้พระภิกษุทั้งหลาย เหล่านั้น ได้เกิดกำลังใจทุ่มเทในการปฏิบัติธรรมตามรอย พระองค์มาอย่างยิ่งขึ้นไป ความจริงของโลกและชีวิต เมื่อพวกเราเห็นฤทธิ์ของชาดกในการปลูกฝัง ศีลธรรมในสังคม และรู้ที่มาที่ไปของชาดกกันแล้ว เพราะฉะนั้น ชาดกเรื่องพระมหาชนกนี้ จึงไม่ใช่เรื่อง เล็กน้อยเสียแล้ว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดมาเป็น มนุษย์ของพวกเราในชาตินี้เสียแล้ว เพราะ เรื่องนี้คือ หลักฐานทางวิชาการชิ้นหนึ่งที่บันทึกเรื่องราวการเวียนว่าย ตายเกิดและการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่า พระอรหันต์ทั้งหลาย และทำให้เกิดความเข้าใจใน “ความ จริงของโลกและชีวิต” ว่า ๑. คนเราตายแล้วไม่สูญ ยังจะต้องเวียนว่ายตายเกิด ต่อไปอีกไม่รู้จบสิ้น จนกว่าจะปราบกิเลสให้หมดสิ้นได้อย่าง เด็ดขาด ๒. ตราบใดที่ยังต้องเวียน ว่ายตายเกิดอยู่ทุกชีวิตย่อมต้องอยู่ ใต้อำนาจของกรรมที่ตนเองทำไว้ คือใครทำดีย่อมได้ผลดี เป็น ความ สุข และตรงกันข้าม ใครทำความ ชั่วย่อมได้ผลชั่ว เป็นความทุกข์ ตามล้างผลาญตนเอง ตาม สมควรแก่กรรมที่ได้ทำไว้ จากความจริงทั้ง ๒ ประการนี้ ทำให้แต่ละชีวิต ต้องมี “งานเพื่อชีวิต” ของตน คนละ ๓ งานใหญ่ๆ ด้วยกันเป็นอย่างน้อย โดยใครจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ๑. งานทำมาหาเลี้ยงชีพ เหมาะสมกับเพศและวัยของตน จะได้ยืนหยัดอยู่ในโลก กว้างได้อย่างสมภาคภูมิ ไม่ต้องตกเป็นภาระแก่ผู้ใด และไม่ เป็นพิษภัยแก่ใครอีกด้วย ๒. งานปลูกฝัง-สร้าง-เสริม คุณธรรมให้แก่ตน เพื่อ ป้องกันไม่ให้พลั้งเผลอ ไปใช้กาย วาจา ใจ ก่อกรรมชั่วใดๆ อย่างสิ้นเชิง แต่กลับประคับประคองส่งเสริมให้สามารถใช้กาย วาจา ใจ ก่อกรรมดีสร้างบุญกุศลให้สุดฝีมือ อย่างเต็ม ความสามารถ จะเรียกว่าตั้งใจละชั่ว ทำดี ให้สุดฤทธิ์ หรือ จะเรียกว่า บำเพ็ญบารมีให้เต็มเปี่ยมก็ย่อมได้ ๓. งานปราบกิเลสให้สูญสิ้นไปจากใจโดยเด็ดขาด จะ ได้พ้นจากทุกข์ และการเวียนว่ายตายเกิดตามพระสัมมา สัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายไป ซึ่งงานนี้จะ เน้นหนักในเรื่องการเจริญภาวนา และสัญลักษณ์เบื้องต้น ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของงานที่ต นี้ คือการบรรลุธรรมกาย งานเพื่อชีวิตทั้ง ๓ ประการนี้ มนุษย์เกือบทั้งโลกรู้จัก เพียงงานเดียว คืองานทำมาหาเลี้ยงชีพ ส่วนงานอีก ๒ ประการหลังน้อยคนนักที่จะมีใครทราบ หรือถึงแม้จะทราบ ว่ามีงานเหล่านี้อยู่ แต่ก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่ามีขั้นตอน และ ชาดกเป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสโดยพระองค์เอง การ เทศน์ของพระองค์นั้น ไม่ว่าจะเทศน์ให้ใครฟังก็ตาม ทรงมุ่ง หวังจะให้เกิดกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นสำคัญ แต่สาเหตุที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ที่เรียกว่า ตรัสเล่าชาดกนั้น มีทั้งเหตุฝ่ายลบและเหตุฝ่ายบวก ประกอบสัมมาอาชีวะ ให้ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๙ ๒๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More