การรักตัวเองและเป้าหมาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 12 หน้า 109
หน้าที่ 109 / 132

สรุปเนื้อหา

ความสับสนบ้างค่ะ ไม่รู้ว่า การรักตัวเอง กับการรักเป้าหมายของตัวเอง สิ่งไหนจะ ถูกต้องกว่ากัน หรือว่ามันไปพร้อม ๆ กันทั้ง ๒ อย่าง ลูกเคยอ่านเจอคำพูดของ เฮเลน เคลเลอร์ ที่ว่า “Many persons have a wrong idea of what constitutes true happiness. It is not attained through self - gratification but through fidelity to a worthy purpose." ลูกเขียนเป็น ภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าให้คุณแม่อ่านข้อความจริงๆ เลยจะดีกว่า ในหนังสือมีข้อความนี้ที่ลูกอ่านแล้วยังสงสัย หน่อย ๆ ค่ะ คนหลายคนมีความคิดที่ผิดเกี่ยวกับองค์ ประกอบของความสุขที่แท้จริง มันไม่ได้มาจากการทำให้ ตนเองอิ่มใจพอใจ แต่มาจากการซื่อสัตย์ตรงต่อเป้าหมาย อันทรงคุณค่า ข้อความนี้ใช้ได้กับทุกคนรึเปล่าคะ แล้วจะมี ไหมที่ทั้ง ๒ สิ่งจะไปได้พร้อมๆ กัน ลูกอยากทราบ

หัวข้อประเด็น

- การรักตัวเองและเป้าหมาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของตนเองไม่ถูก บางครั้งจึงก่อให้เกิด ความสับสนบ้างค่ะ ไม่รู้ว่า การรักตัวเอง กับการรักเป้าหมายของตัวเอง สิ่งไหนจะ ถูกต้องกว่ากัน หรือว่ามันไปพร้อม ๆ กันทั้ง ๒ อย่าง ลูกเคยอ่านเจอคำพูดของ เฮเลน เคลเลอร์ ที่ว่า “Many persons have a wrong idea of what constitutes true happiness. It is not attained through self - gratification but through fidelity to a worthy purpose." ลูกเขียนเป็น ภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าให้คุณแม่อ่านข้อความจริงๆ เลยจะดีกว่า ในหนังสือมีข้อความนี้ที่ลูกอ่านแล้วยังสงสัย หน่อย ๆ ค่ะ คนหลายคนมีความคิดที่ผิดเกี่ยวกับองค์ ประกอบของความสุขที่แท้จริง มันไม่ได้มาจากการทำให้ ตนเองอิ่มใจพอใจ แต่มาจากการซื่อสัตย์ตรงต่อเป้าหมาย อันทรงคุณค่า ข้อความนี้ใช้ได้กับทุกคนรึเปล่าคะ แล้วจะมี ไหมที่ทั้ง ๒ สิ่งจะไปได้พร้อมๆ กัน ลูกอยากทราบว่า ถ้า มันไม่ไปพร้อมกันแล้ว คนส่วนมากจะเลือกข้อไหน อย่างไรก็ตาม ความซื่อสัตย์ตรงต่อเป้าหมายเป็นสิ่งที่ควรมี อยู่ในใจ อย่างน้อยเราจะได้ทำให้สำเร็จได้สักเรื่องหนึ่ง ถ้า หากตรงต่อเป้าหมายทุกเป้าหมาย จะสำเร็จทุกเป้าหมาย หากตรงต่อบางเป้าหมาย จะสำเร็จเฉพาะเป้าหมายที่เรา ชื่อตรง คำว่าซื่อตรงในที่นี้ 1 ชื่อตรงในที่นี้ หมายความว่า เราจะแน่วแน่ มั่นคง อุทิศแรงกายแรงใจจนกว่าจะสำเร็จ น่าจะเป็นเช่นนี้ใช่ไหมคะ ลูกคิดว่า ทำให้มันสำเร็จสักเรื่องก็ยังดี ดีกว่าชีวิตนี้ไม่เคย ตรงต่อเป้าหมายใดเลย แต่มีข้อความหนึ่งที่ลูกชอบและไม่ สงสัย เป็นข้อความที่ว่า “Discouragement is simply the despair of wounded self - love” ลูกว่า มันคงเป็นความ รักที่บวกความสงสารตัวเองด้วยนิดๆ เพราะการที่เรา สงสารตัวเองมันเป็นความอ่อนแออย่าง หนึ่งเหมือนกันนะคะ ลูกเคยสังเกตเวลาที่ เคยสงสารตัวเองในบางเรื่อง มัน - เป็นความรู้สึกที่เราไม่น่าจะปล่อยให้เกิด ขึ้นในใจ เพราะมันไม่มีข้อดีหรือประโยชน์ แต่อย่างใดเลย เป็นการเสียเวลาเปล่าๆ นะคะ หากสงสารตัวเองบ่อยๆ คงไม่ต้อง ได้ทําอะไรกันพอดี ลูกเคยอ่านประวัติคนพิการหรือคนที่ เกิดมามีชีวิตที่ลำบากยากจน แล้ว ภายหลังประสบความสำเร็จในชีวิต ทุก คนไม่มีหรือแทบจะไม่มีอาการสงสารตัวเองเลย และผู้คนที่ แวดล้อมมักจะไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองน่าสงสาร เวลาที่ คนเริ่มสู้ชีวิต อย่างน้อยต้องไม่สงสารตัวเอง กลัวว่าตัวเอง จะลำบาก หรืออะไรต่างๆ นานา มิเช่นนั้น ใจจะไม่มีกำลัง ลูกคิดว่า ตอนที่เรากำลังสงสารตัวเองนั่นแหละค่ะ ที่ทำให้ เรากลายเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ แต่ถ้าไม่สงสารตัวเอง เราก็ไม่มีอะไรให้น่าสงสาร ลูกว่าเก็บความรู้สึกนี้ไปให้คน อื่นดีกว่านะคะ คุณแม่คงเคยได้ยินคำกล่าวของขงจื้อมาบ้าง ใช่ไหมคะ มีคำกล่าวหนึ่งของนักปราชญ์ชาวจีนท่านนี้ที่น่า ประทับใจ ท่านกล่าวว่า คนที่สูงส่งจะคิดถึงคุณงามความดี เสมอๆ แต่คนธรรมดาๆ จะคิดถึงแต่ความสะดวกสบาย ลูก ว่าจริงนะคะ และถ้าบุคคลประเภทแรกมีมาก โลกคงงดงาม ขึ้นอีก เมื่อก่อนลูกชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติต่างๆ เพราะเรื่องของ คนสมัยก่อนกับคนในปัจจุบันนี้ คงไม่ต่างกันมากในการ กระทำของเรื่องราวต่างๆ ใช้เป็นบทเรียนสอนตัวเองได้ คน สมัยก่อนมีทั้งคนดี และคนไม่ดีเช่นเดียวกับคนสมัยนี้ เพราะเรายังมีกิเลสเหมือนกัน มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เวลาที่คนเริ่มสู้ชีวิต อย่างน้อยต้องไม่สงสารตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะลำบาก หรืออะไรต่างๆ นานา มิเช่นนั้น ใจจะไม่มีกำลัง ลูกคิดว่า ตอนที่เรากำลังสงสารตัวเองนั่นแหละค่ะ ที่ ทำให้เรากลายเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ แต่ถ้าไม่สงสารตัวเอง เราก็ไม่มีอะไรให้น่าสงสาร ลูกว่าเก็บความรู้สึกนี้ไปให้คนอื่นดีกว่านะคะ อยากมีาท กัวาคม ๒๕๔๒ ๑๐๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More