บทสนทนาระหว่างพระมหาชนกกับนางเมขลา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 12 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 132

สรุปเนื้อหา

ที่ยังมองไม่เห็นฝั่งเลย มันมีแต่ตายกับตายอย่างเดียวเท่านั้น จะฝืนว่ายไปทำไม เพราะยังไงก็ต้องตายแน่ๆ” พระมหาชนกได้ยินอย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า ตัวเอง ว่ายน้ำมา ๗ วันแล้ว นอกจากเสียงน้ำ เสียงลมในทะเลแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินเสียงใครที่ไหน หรือว่าจะว่ายน้ำจนหูแว่วไป แต่พอมองไปบนท้องฟ้าเห็นเป็นเทพธิดาเหาะอยู่ พอรู้ถึง ต้นเสียงที่มาเท่านั้น พระมหาชนกตอบนางเมขลาเลยว่า “ดูก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และ อานิสงส์แห่งความเพียร เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่เห็นฝั่ง เราก็ ต้องพยายามว่ายอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ฯ” ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า “เทวดา ข้าตรอง ดูแล้วนะ ในโลกนี้ ถ้าตราบใดคนเราขอมีความเพียรเอาไว้เถอะ ไม่เสียหาย เพราะว่าความเพียร คือ ความหวัง แล้วความหวัง คือ กำลังใจ เพราะฉะนั้น คนเราเมื่อมีความหว

หัวข้อประเด็น

- บทสนทนาระหว่างพระมหาชนกกับนางเมขลา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่ยังมองไม่เห็นฝั่งเลย มันมีแต่ตายกับตายอย่างเดียวเท่านั้น จะฝืนว่ายไปทำไม เพราะยังไงก็ต้องตายแน่ๆ” พระมหาชนกได้ยินอย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า ตัวเอง ว่ายน้ำมา ๗ วันแล้ว นอกจากเสียงน้ำ เสียงลมในทะเลแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินเสียงใครที่ไหน หรือว่าจะว่ายน้ำจนหูแว่วไป แต่พอมองไปบนท้องฟ้าเห็นเป็นเทพธิดาเหาะอยู่ พอรู้ถึง ต้นเสียงที่มาเท่านั้น พระมหาชนกตอบนางเมขลาเลยว่า “ดูก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และ อานิสงส์แห่งความเพียร เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่เห็นฝั่ง เราก็ ต้องพยายามว่ายอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ฯ” ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า “เทวดา ข้าตรอง ดูแล้วนะ ในโลกนี้ ถ้าตราบใดคนเราขอมีความเพียรเอาไว้เถอะ ไม่เสียหาย เพราะว่าความเพียร คือ ความหวัง แล้วความหวัง คือ กำลังใจ เพราะฉะนั้น คนเราเมื่อมีความหวัง มีกำลังใจ นั้น มันไม่เสียหายนะ เทวดา แล้วโอกาสที่จะมีความสำเร็จ ก็เป็นไปได้” ถ้าพูดแบบนี้ ก็ต้องยกตัวอย่างมาเทียบจึงจะเห็น ภาพชัด ชาวประมงที่ไปเรือแตกต้องว่ายน้ำจนเนื้อเปื่อยทั้ง ๕ วันนั้น เขาเล่าให้ฟังว่า ที่เขาสู้จน รอดมาได้เพราะว่ายังมีความหวัง จะให้ว่ายน้ำข้ามทะเล เขาทำไม่ได้ หรอก พรรคพวกที่มาด้วยกันตก ทะเลตายไปตั้งหลายคน แต่เขามี ความหวังในตอนที่ลอยคออยู่ว่า เขาจึงได้รับการช่วยชีวิต ให้รอดตายขึ้นฝั่งมาได้ พร้อมกับ แผลที่โดนกุ้งโดนปลามันตอดเต็มตัว” นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน แต่ว่าพระมหาชนกแม้ลอยคออยู่ในทะเลก็ยังคงมั่น ในศีล ตามเนื้อและตามตัวของท่านคงสาหัสยิ่งนัก แต่ถึง อย่างนั้นเวลาท่านโต้ตอบกับเทวดา ก็ฟ้องว่ากำลังใจของ ท่านมีมหาศาล ถึงได้ให้ข้อคิดในยามเผชิญหน้ากับความ ตายอย่างนั้นออกมาได้ นางเมขลาได้ยินอย่างนั้นแล้วว่าอย่างไรต่อ “ฝั่งมหาสมุทรลึกจนประมาณไม่ได้ ย่อมไม่ปรากฏ แก่ตาท่าน ความพยายามอย่างลูกผู้ชายของท่านก็เปล่า ประโยชน์ ไม่ทันถึงฝั่งก็จักตาย 9” ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็บอกว่า “โธ่เอ๊ย! ฝั่งทะเล ยังมองไม่เห็นเลย ถึงจะประคองไปได้ ๗ วัน ๑๐ วัน มัน ก็ต้องตายอยู่นั่นแหละ แล้วจะว่ายไปทำไม ยอมตายเสีย ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ" บล พวกเราดูพระมหาชนกตอบตรงนี้ให้ “บุคคลเมื่อทำความเพียร แม้ถึงจะตาย ก็ได้ชื่อว่าไม่ “ถ้ามีหมาเน่าลอยมา ก็จะตะปบ เป็นทุ่นลอยต่อไป ถ้ามีเศษไม้เศษ เรือลอยผ่านมา ก็จะตะปบเป็นหุ่น ลอยพยุงชีวิตไปได้ เผื่อว่าจะมีเรือ ผ่านมาทางนี้ แต่ถ้ายังไม่มีเรือผ่าน มา ก็ลัดเอวกางเกงให้แน่น ใช้ขา แม้ว่ายน้ำอยู่กลางทะเล ครั้นพอกลางคืนแหงนหน้าดูท้องฟ้า กางเกงบาน ๆ นั่นแหละ ที่น้ำ เข้าไปในกางเกง แล้วน้ำมันจะช่วย ให้ลอยตุ๊บป่องไปได้ ถ้าไม่ท้อเสีย อย่างมีหวังว่าจะรอดตายได้ แล้วก็ จริงอย่างที่หวัง พอผ่านไปวันที่ ๕ มีเรือประมงไทยผ่านมาทางนั้น เห็นพระจันทร์ขึ้นมาค่อนดวงแล้ว รู้ทันทีเลยว่า พรุ่งนี้เป็น วันอุโบสถเพราะพระจันทร์จะขึ้นเต็มดวง พอนึกได้อย่างนั้น พระมหาชนกตั้งสติ กำหนดจิตรักษาอุโบสถศีลขณะลอยคอ ว่ายน้ำอยู่กลางทะเลเลย กัลยา เมิตร ธันวาคม ๒๕๔๒ ๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More