ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราษฎร หลังจากพระเจ้าตากสินทรง
กอบกู้ประเทศได้แล้ว จึงทรงชำระ
พระอลัชชีเป็นการใหญ่ ทรงรวบรวม
พระไตรปิฎกและคัมภีร์สำคัญต่าง ๆ
เท่าที่เหลือจากถูกข้าศึกเผาทำลาย
วอดวาย ทรงบำรุงการศึกษาทั้งฝ่าย
ปริยัติและปฏิบัติ ซึ่งทรงกระทำได้ไม่
เต็มที่นัก เพราะเป็นเวลาต้องฟื้นฟู
บ้านเมือง พร้อมกันไปและ
สิ้นพระชนม์เสียก่อน
พระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อๆ มาก็
ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบต่อ
มีการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทย
อย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ โดย
สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)
วัดสุทัศน์ฯ พร้อมคณะสงฆ์และรัฐบาล
สำเร็จเอาปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เวลานั้น
ประเทศของเรายังไม่มีการเรียนการ
สอนพระอภิธรรม คงมีแต่บทสวดที่
พระสงฆ์ใช้สวดในงานศพตอนกลางคืน
สวดเป็นภาษาบาลีที่เรียกกันว่า สวด
พระอภิธรรม ทำให้ชาวบ้านคิดกันไป
เองว่า พระอภิธรรมเป็นธรรมะสวด
ให้คนตายเท่านั้น
ราวปี พ.ศ. ๒๔๙๒ มีพระ
เถระชาวพม่า ชื่อพระสัทธัมมโชติกะ
ธัมมาจริยะ เดินทางจากพม่าเข้ามา
ประเทศไทย นำความรู้พระอภิธรรม
ซึ่งศึกษากันแพร่หลายในสงฆ์ของพม่า
เข้ามาทำการสั่งสอนแก่ชาวไทย โดย
เริ่มต้นเปิดสำนักเรียนขึ้นที่วัดระฆัง
โฆสิตาราม ธนบุรี ด้วยความร่วมมือ
ของเหล่าศิษย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฆราวาส
พระเถระรูปนี้ได้เรียบเรียง และแต่ง
ปกรณ์ สอนพระอภิธรรมเป็นภาษา
สมควร
SIMIVERSITY
ไทยขึ้นรวม ๒๕ เล่ม เรียกชื่อว่า
ปรมัตถโชติกะ จัดอยู่ในตำราขั้นฎีกา
เรียกว่า มหาอภิธัมมัตถสังคหฎีกา ผู้
เรียบเรียงได้ชื่อว่า เป็นพระเถระชั้น
ฎีกาจารย์
เมื่อมีตำราเป็นภาษาไทยขึ้น
แล้ว ทำให้สามารถเผยแผ่การสอน
ออกไปตามที่ต่างๆ จึงเกิดสำนักเรียน
อื่นๆ ตามมาจนทุกวันนี้ กระทั่งมี
หลักสูตรการเรียนการสอนปริญญา
ธรรมชั้นตรี สำหรับอภิธรรมศึกษา
ขึ้นมา ซึ่งเวลานี้มีกระจายอยู่ทั่ว
ประเทศราว ๒ แห่ง ผู้สนใจศึกษา
เล่าเรียนมีทั้งบรรพชิตและฆราวาส
ที่ป้าเล่ามานี่ เป็นการเรียน
แบบปริยัติ คือ อ่านเอา ท่องจำเอา
กิเลสประเภทต่าง ๆ ดวงจิตก็จะ
เปลี่ยนสีสันให้ดู จิตชนิดนี้สีนั้น ชนิด
นั้นสีโน้น ไม่ซ้ำกัน เวลาจิตทำงานคือ
คิดถึงเรื่องอะไร ก็เป็นภาพโยงใยให้ดู
อย่างละเอียดถี่ถ้วน ชัดเจนยิ่งกว่า
การท่องจำ คนเรียนด้วยการท่องจำ
พอถึงเรื่องการทำงานของจิต ก็ทราบ
ว่า จิตใจเมื่อจะคิดอะไรสักเรื่อง จะมี
วิธีทำงานเป็นชุด เรียกว่า วิถีจิต เกิด
ขึ้นทำงานเสร็จก็ดับลง แล้วก็เกิดขึ้น
ใหม่ดับลงใหม่ เกิดขึ้นดับลงรวดเร็ว
มาก คิดเรื่องหนึ่งๆ อาจมีวิถีจิต
ทํางานเป็นแสนเป็นล้านวิถี
แต่ละวิถีๆ ยังแยกย่อยออก
เป็นขณะจิต วิถีใดจะมีขณะจิตจำนวน
เท่าใด แล้วแต่อารมณ์ที่จิตใช้คิด วิถี
อย่างดีก็ทำความเข้าใจตามตัวอักษร จิตที่มีจำนวนขณะจิตมากที่สุดมี ๑๗
แต่ที่ป้าเห็นคนที่ได้วิชชาธรรมกายเรียน
น่าสนุกตื่นเต้นมาก เขาเรียนด้วยการ
เห็นภาพภายในจิต (ญาณทัสสนะ)
ยกตัวอย่างเช่น เรียนเรื่องจิต คน
เรียนแบบท่อง ก็ท่องไปว่า จิตมีกี่อย่าง
แต่ละอย่างมีอะไรมาประกอบกันบ้าง
คนที่เรียนแบบวิชชาธรรมกาย ก็จะ
เรียนด้วยการเห็น เห็นว่าจิตมี
ลักษณะเป็นดวงกลมใส สะอาด เมื่อมี
ขณะจิต แต่ละขณะจิตทำงานไม่
เหมือนกัน เช่นทำงานรู้สึกตัว ทำงาน
รับอารมณ์ ทำงานรู้ว่าอารมณ์นั้นเกิด
ที่ทวารไหน ทำงานส่งอารมณ์ไปตาม
ทวารนั้น ทำงานรับอารมณ์ส่งไป
ส่วนประกอบชนิดไม่ดีมาผสมเช่น
พิจารณาไต่สวนว่าจะเอาอย่างไร
ทำงานตัดสินลงไปว่าเอาอย่างไร
แน่นอน ทำงานเสพอารมณ์ที่ตัดสิน
แล้ว เป็นต้น
ทีนี้สำหรับผู้เรียนด้วยการเห็น
กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๖ ๓๗