ข้อความต้นฉบับในหน้า
คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย
0.
พระเดชพระคุณพระพรหมโมลี
๒. พระเดชพระคุณพระศรีคัมภีรญาณ
9.
เจ้าคณะภาค ๑
ผู้อำนวยการ อภิธรรมมหาวิทยาลัย วัดระฆังโฆสิตาราม
ที่ปรึกษาคณะกรรมการดำเนินงาน ฝ่ายบรรพชิต ประกอบด้วย
พระเดชพระคุณพระครูปทุมกิจโกศล เจ้าคณะตำบล คลอง ๑
๒. พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
๓. พระเดชพระคุณภาวนาวิริยคุณ
๑. อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล
รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ที่ปรึกษาคณะกรรมการดำเนินงาน ฝ่ายคฤหัสถ์ ประกอบด้วย
ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านปริยัติและปฏิบัติธรรม
คณะกรรมดำเนินงาน ประกอบด้วย
9.
พระมหาสุวิทย์ วิชเชสโก ปธ.๙
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและพระอาจารย์ใหญ่
๒. พระมหาสมเกียรติ วรยโส ปธ.๙
โรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
และประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน
พร้อมทั้งคณาจารย์ ผู้มีประสบการณ์ในการสอนพระอภิธรรม ประกอบด้วย
๑. พระศรีคัมภีรญาณ (ถวัลย์ ญาณจารี ปธ.๙) มหาอภิธรรมบัณฑิต วัดระฆังโฆสิตาราม
๒. พระมหาบุญเลิศ ชานนคโค ปธ.๓
60.
พระสมุห์เย็น จิตสํวโร
๔. นางสาวมนัญญา ปัทมสุนทร
และต่อไปนี้คือ ทัศนคติที่มีต่อการศึกษา
มหาอภิธรรมบัณฑิต วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
มหาอภิธรรมบัณฑิต วัดระฆังโฆสิตาราม
กำลังเรียนชั้นมัชฌิมอาภิธรรมิกะเอก
พระอภิธรรม จากส่วนหนึ่งของคณะผู้จัดตั้งและ อภิธรรมมหาวิทยาลัย
คณาจารย์ สำนักพระอภิธรรม วัดพระธรรมกาย
พระศรีคัมภีรญาณ (ถวัลย์ ญาณจารี)
เปรียญธรรมประโยค ๙ มหาอภิธรรมบัณฑิต
วัดระฆังโฆสิตาราม (อาจารย์ผู้สอน)
พระเดชพระคุณพระศรีคัมภีรญาณ
พระศรีคัมภีรญาณ
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักเรียนพระอภิธรรม
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นผู้สืบทอดการเผยแผ่
พระอภิธรรมต่อจากพระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ ผู้ซึ่ง
วางรากฐานการศึกษาพระอภิธรรมในประเทศไทย
๔๒ | ล า น น คม ๒๕๔๒
พระเดชพระคุณพระศรีคัมภีรญาณ แต่ง
ตำราและพิมพ์ตำราพระอภิธรรม สำหรับนักเรียน
และประชาชนจำนวนถึง ๑๐๐ เรื่อง ซึ่งเป็นแบบ
เรียนของการศึกษาพระอภิธรรม ที่วัดระฆังโฆ
สิตารามทั้งหมด
ทั้งหมด พระเดชพระคุณมีประสบการณ์
การสอนพระอภิธรรมเป็นเวลาถึง ๔๒ ปี
พระเดชพระคุณได้กล่าวถึงประโยชน์ของการ
เรียนอภิธรรมว่า “การเรียนพระอภิธรรมมี
ประโยชน์มหาศาล การเรียนอภิธรรมกับบาลีต้องคู่กัน
วิปัสสนาสมถะต้องคู่กัน ทำให้การปฏิบัติสมถกรรมฐานถูก
ต้องตรงทาง และถ้าเรียนพระอภิธรรมเป็นพื้น พอไปเรียน
ประโยค ๙ จะมีความแตกฉาน”