บทบาทของมารในพระไตรปิฎก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 12 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 132

สรุปเนื้อหา

ในที่นี้ หมายถึง กิเลสทั้ง ๓ ตระกูล (กิเลสมาร) และอาจหมายถึง มาร ที่มีตัวตนจริงๆ (เทวบุตรมาร) เรื่องราวของมารที่ทำหน้าที่ ในใจมนุษย์นั้น มีปรากฏมากมาย ในพระไตรปิฎก ดังตัวอย่างดังต่อ ไปนี้ ดลใจไม่ให้บรรลุธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จโปรดนิโครธปริพาชก และ บริวารหมู่ใหญ่ประมาณ ๓,๐๐๐ จนคลายทิฏฐิ แต่ก็ไม่ได้ บรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะถูกมารดลใจพวกปริพาชก ทั้งหลาย ถึงอย่างนั้นก็จะเป็นปัจจัยเป็นวาสนาต่อไปในอนาคต สิงชาวบ้านไม่ให้ตักบาตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผล ของเด็กหญิง ๕๐๐ คน จึงเสด็จไปบิณฑบาตในเมืองที่ เด็กหญิงเหล่านั้นอยู่ แต่มารเข้าสิงชาวบ้านทั้งสิ้น ไม่ให้ ตักบาตรเลยแม้แต่ทัพพีเดียว มารยืนที่ประตูบ้านแกล้งทูลถามพระศาสดา “ข้าแต่ พระสมณะ ท่านได้ก้อนข้าวบ้างไหม” พระพุทธองค์ต

หัวข้อประเด็น

- บทบาทของมารในพระไตรปิฎก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในที่นี้ หมายถึง กิเลสทั้ง ๓ ตระกูล (กิเลสมาร) และอาจหมายถึง มาร ที่มีตัวตนจริงๆ (เทวบุตรมาร) เรื่องราวของมารที่ทำหน้าที่ ในใจมนุษย์นั้น มีปรากฏมากมาย ในพระไตรปิฎก ดังตัวอย่างดังต่อ ไปนี้ ดลใจไม่ให้บรรลุธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จโปรดนิโครธปริพาชก และ บริวารหมู่ใหญ่ประมาณ ๓,๐๐๐ จนคลายทิฏฐิ แต่ก็ไม่ได้ บรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะถูกมารดลใจพวกปริพาชก ทั้งหลาย ถึงอย่างนั้นก็จะเป็นปัจจัยเป็นวาสนาต่อไปในอนาคต สิงชาวบ้านไม่ให้ตักบาตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผล ของเด็กหญิง ๕๐๐ คน จึงเสด็จไปบิณฑบาตในเมืองที่ เด็กหญิงเหล่านั้นอยู่ แต่มารเข้าสิงชาวบ้านทั้งสิ้น ไม่ให้ ตักบาตรเลยแม้แต่ทัพพีเดียว มารยืนที่ประตูบ้านแกล้งทูลถามพระศาสดา “ข้าแต่ พระสมณะ ท่านได้ก้อนข้าวบ้างไหม” พระพุทธองค์ตรัสว่า “มารผู้มีบาป ก็ท่านได้กระทำในสิ่งที่ทำให้เราไม่ได้อาหาร มิใช่หรือ” มารพูดว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้ากระนั้นขอ พระองค์เสด็จเข้าไปอีกเถิด” มารแกล้งพูด เพราะคิดว่าหาก เสด็จเข้าไปจริง จะสิงร่างมนุษย์แล้วจะทำการปรบมือ หัวเราะเยาะ ในขณะนั้น เด็กหญิง ๕๐๐ คน ได้เดินทางถึงประตู บ้าน เห็นพระศาสดา จึงถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ส่วนข้าง หนึ่ง มารทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์เมื่อไม่ได้ก้อนข้าว จะมีความทุกข์จากความหิว บีบบังคับบ้างไหม” พระพุทธองค์ตรัสว่า “มารผู้มีบาป ในวันนี้แม้เราไม่ ได้อะไรๆ ก็จะยังกาลให้น้อมล่วงไปด้วยความสุขอันเกิดจาก ปีติ ดุจพรหมในชั้นอาภัสสรา” ในกาลจบพระธรรมเทศนา เด็กหญิงทั้ง ๕๐๐ มีใจ หยุดนิ่ง เข้าถึงกายธรรมพระโสดา เป็นพระโสดาบัน ในเรื่องนี้จะเห็นว่า พระพุทธ องค์เป็นผู้มีมหากรุณาธิคุณเป็น อย่างยิ่ง แม้พระองค์จะทรงทราบ ชัดว่า การไปแสดงธรรมครั้งนี้จะ ต้องอดพระกระยาหาร แต่ก็ยัง เสด็จไปโปรดเด็กหญิงทั้ง ๕๐๐ คนนี้ เพื่อให้มีที่พึ่งภายใน เป็นพระอริยบุคคล ผู้ควรแก่การหลุดพ้นจากบ่วงแห่งมาร มารสิ่งพรหม ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้ง หลายในเชตวันมหาวิหารว่า สมัยหนึ่งพระองค์ประทับที่ โคนต้นรังใหญ่ในสุภควัน เมืองอุกกัฏฐา ทรงทราบความ เห็นผิดของพกพรหมที่คิดว่าพรหมสถานนี้เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง ไม่มีความเคลื่อน ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่ อุบัติ ฯลฯ พระองค์จึงหายจากโคนต้นรังใหญ่ไปปรากฏใน พรหมโลกอย่างรวดเร็ว เหมือนใช้เวลาแค่เหยียดแขนที่คู่ หรือคู่แขนที่เหยียด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงธรรมโปรดให้พกพรหม คลายอวิชชาจากที่คิดว่า ชั้นพรหมนี้เที่ยง (ซึ่งความจริง แล้วทั้ง กามภพ รูปภพ และอรูปภพ ล้วนไม่เที่ยง) เพื่อ พกพรหมจะได้ไม่ประมาท แล้วสั่งสมกุศลธรรมเพิ่มขึ้นจน ในที่สุดจะเข้าถึงฝั่งพระนิพพานอันเป็นอมตะ เลิกเวียนว่าย ตายเกิดต่อไป ครั้งนั้นมารผู้ลามกเข้าสิงร่างพรหมปาริสัชะองค์หนึ่ง กล่าวกับพระพุทธองค์ว่า “ภิกษุๆ อย่ารุกรานพกพรหมนี้ เลย.... " พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า “แน่ะมาร เราย่อมรู้จัก ท่าน ท่านอย่าเข้าใจว่าพระสมณะไม่รู้จักเรา แม้พวกพรหม ทั้งหมดจะตกอยู่ในอำนาจของท่าน แม้ท่านมีความดำริว่า แม้สมณะนี้ก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของเรา แต่ว่าเราไม่ได้อยู่ ในมือของท่าน ไม่ได้ตกอยู่ในอำนาจของท่าน เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมและปาฏิหาริย์จน พกพรหมเลื่อมใส มารได้ขอร้องให้พระองค์อย่าทรงแสดง ธรรม เพราะกลัวบุคคลทั้งหลายจะล่วงอำนาจของตนไปได้ เรียนาชนิตา ธันวาคม ๒๕๕๒ | ๙๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More