ข้อความต้นฉบับในหน้า
อันว่าประโยชน์หรือทรัพย์สมบัติทั้งหลายนั้นมีอยู่ สั่งว่า เขาจะให้ทำอะไรอย่างไรเท่านั้น สมองมีก็เหมือนไม่มี
ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินนี้ ดังที่พูดว่า “ทรัพย์ในดินสิ้น
เพราะไม่ได้ใช้ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้ คนจนจึงมีมาก
ในน้ำ” ทุกคนที่เกิดมามีสิทธิเท่าเทียมกันในการที่จะได้เป็น คนยากจึงเต็มเมือง แต่มีคนอีกส่วนหนึ่งซึ่งก็เป็นส่วนน้อย
เจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ แต่เพราะคนเรามีความแตกต่าง
กันในด้านสติปัญญา ความสามารถ ความขยัน เป็นต้น ซึ่ง
เป็นเครื่องมือสำคัญในการหาประโยชน์เหล่านั้น จึงเป็น
เจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ไม่เท่าเทียมกัน การที่จะได้เป็น
เจ้าของนั้นจะต้องลงทุนลงแรง ต้องอาศัยความมานะบากบั่น
ต้องก้ม ๆ เงย ๆ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แขนขาต้องต่อสู้ไม่ว่า
งานหนักงานเบา และต้องใช้เวลามาก บางครั้งถึงครึ่งค่อนชีวิต
จึงจะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์เหล่านั้นได้มาก ส่วนคนที่
หยิบหย่ง ไม่ต่อสู้ ไม่มั่นคง จิตใจท้อแท้ มือเท้าอ่อนปวกเปียก
คิดแต่จะรวยทางลัด เอาแต่เพ้อฝัน แต่ไม่ลงมือทำอะไรให้
เป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่อยากได้ แต่ไม่กล้าสู้งาน ชอบแต่จะ
อ้างร้อนอ้างหนาว อ้างเช้าอ้างเย็น อยู่ร่ำไป ปล่อยให้
งานการต่างๆ ที่รับผิดชอบคั่งค้าง ไม่สำเร็จลงได้ ชอบทิ้ง
งานทิ้งการร่ำไป คนอย่างนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เชยชม
ทรัพย์ในดินสินในน้ำตามที่ต้องการ
สังเกตดูเถิด คนยุคนี้ชอบแต่ความสบาย ชอบให้ตัว
สบาย ชอบทำงานที่สบายๆ จึงมีนิสัยไม่ค่อยสู้งาน ไม่ค่อย
มีความรับผิดชอบ ทิ้งงานที่ตนต้องทำไปเหมือน
ทิ้งขยะ คือไม่แยแสไม่สนใจว่าจะเกิดผลเสียแก่ตน
หรือคนอื่นอย่างไร แม้จะทำอะไรก็อดทนไม่นาน
ต้องการให้ได้ผลเร็วๆ ไม่อาจจะรอนานเป็นสิบปี
ยี่สิบปีได้ หากบอกว่าต้องทำงานเหน็ดเหนื่อย
อย่างนี้ไปห้าปีสิบปีจึงจะได้ผล ก็หมดกำลังใจ เกิด
ความท้อแท้ ไม่อยากจะทำแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้
จึงสมัครใจที่จะเป็นลูกจ้างเป็นลูกน้องคนอื่นร่ำไป
เพราะสบายดี ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก ไม่ต้อง
เหนื่อยมาก ไม่ต้องคิดอะไรมาก รอคอยฟังแต่คำ
ที่คิดจะให้ตัวเองพ้นจากภาวะอย่างนั้น จึงมานะอดทน บากบั่น
ใช้สติปัญญา ใช้มันสมอง คิดทำให้ตัวเองก้าวหน้าอยู่เรื่อยไป
ยอมล้มลุกคลุกคลาน ยอมลำบากเหนื่อยยาก ยอมอดมื้อ
กินมื้อ มุ่งแต่จะหาทรัพย์สมบัติ มุ่งแต่จะตั้งเนื้อตั้งตัว จึงมี
สิทธิได้เป็นเจ้าของทรัพย์ในดินสินในน้ำได้มากกว่าคน
ประเภทแรก คนอย่างนี้ถึงจะลำบากอย่างไร ในที่สุดก็จะ
สุขสบายไปตลอด
ทรัพย์ในดินสินในน้ำนั้น จะวิ่งมาหาคนที่ฉลาด มี
ความพากเพียรพยายาม และก้มหัวให้แก่แผ่นดินเท่านั้น
คนที่หยิบหย่ง คนที่เห็นแก่ความสบาย คนที่ไม่ชอบใช้
ความคิดอะไร ทรัพย์สมบัติย่อมจะไม่วิ่งมาหา แม้ทรัพย์ที่มี
อยู่แล้ว ก็จะวิ่งหนีคนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดไปในที่สุด
ทรัพย์ในดินสินในน้ำนั้น จะวิ่งมาหาคนที่ฉลาด มีความพากเพียรพยายาม และก้มหัวให้
แก่แผ่นดินเท่านั้น คนที่หยิบหย่ง คนที่เห็นแก่ความสบาย คนที่ไม่ชอบใช้ความคิดอะไร
ทรัพย์สมบัติย่อมจะไม่วิ่งมาหา แม้ทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ก็จะวิ่งหนีคนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จน
หมดไปในที่สุด
อัลปา มิตร ธันวาคม ๒๕๔๗๕