ความประทับใจต่อหลวงพ่อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 140

สรุปเนื้อหา

สิ่งที่สังเกตเห็นก็คือ พอไป เจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ เนื่องจากท่าน เพิ่งหายป่วย ดูท่านออกจะซูบสักหน่อย แต่ว่าแจ่มใส.....เห็นท่านแล้วมีความรู้ สึกว่าเหมือนไปนั่งอยู่ต่อหน้าขุนพล คือ มีความเกรงอยู่ในที เห็นแล้วน่าเกรง โดยมากอาตมาเห็นพระผู้ใหญ่ ทั่ว ๆ ไปแล้ว จะเป็นพระน่ารัก น่าเคารพ น่ากราบ น่าไหว้ แต่พอเจอหลวงพ่อวัดปากน้ำนี้ไม่ ใช่ เป็นลักษณะน่าเกรงและน่าเคา รพ ท่านเหมือนขุนทหารในความรู้สึก ตอนนั้น ถ้าจะเปรียบ มันเหมือนเจ้าม้า เกๆ มาเจอขุนพลมือปราบ มันแหยงไม่ กล้าเกอย่างนั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคย เกรงใครมาเลย อย่างนี้ละมั้งที่ม้า สีหมอกเจอขุนแผน มันก็เลยแหยงอย่าง นั้น ท่านมองอาตมาเหมือนสายตา ท่านน่ะทะลุไปในใจ ถูกสะกดนั่นเอง ที่ ว่าจะถามธรรมะท่านนะ หยุดไม่กล้า ถาม มีความรู้สึกแต่ว่ามันไม่ใช่เรื่อง ไป

หัวข้อประเด็น

- ความประทับใจต่อหลวงพ่อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

330 สิ่งที่สังเกตเห็นก็คือ พอไป เจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ เนื่องจากท่าน เพิ่งหายป่วย ดูท่านออกจะซูบสักหน่อย แต่ว่าแจ่มใส.....เห็นท่านแล้วมีความรู้ สึกว่าเหมือนไปนั่งอยู่ต่อหน้าขุนพล คือ มีความเกรงอยู่ในที เห็นแล้วน่าเกรง โดยมากอาตมาเห็นพระผู้ใหญ่ ทั่ว ๆ ไปแล้ว จะเป็นพระน่ารัก น่าเคารพ น่ากราบ น่าไหว้ แต่พอเจอหลวงพ่อวัดปากน้ำนี้ไม่ ใช่ เป็นลักษณะน่าเกรงและน่าเคา รพ ท่านเหมือนขุนทหารในความรู้สึก ตอนนั้น ถ้าจะเปรียบ มันเหมือนเจ้าม้า เกๆ มาเจอขุนพลมือปราบ มันแหยงไม่ กล้าเกอย่างนั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคย เกรงใครมาเลย อย่างนี้ละมั้งที่ม้า สีหมอกเจอขุนแผน มันก็เลยแหยงอย่าง นั้น ท่านมองอาตมาเหมือนสายตา ท่านน่ะทะลุไปในใจ ถูกสะกดนั่นเอง ที่ ว่าจะถามธรรมะท่านนะ หยุดไม่กล้า ถาม มีความรู้สึกแต่ว่ามันไม่ใช่เรื่อง ไปถามท่านหรอก มีแต่ว่าท่านสั่งให้ทำ อะไรก็ทำตามนั้นต่างหาก (หัวเราะ) ขณะที่ท่านแจกพระของขวัญไปน่ะ มีคนไปถามธรรมะท่านเหมือนกัน ท่าน พูดสั้น ๆ อาตมาก็ได้ยินด้วยว่า “อื้อ สัมมา อะระหัง ไปเถอะ ถึงธรรม ภายในตัวดีที่สุด อย่างอื่นสู้ไม่ ได้หรอก” อีกคนหนึ่งก็ถามคล้าย ๆ ทำนอง นี้ “หลวงพ่อ....สัมมา อะระหัง แล้วเนี่ย จะทำให้ไอ้ไสยศาสตร์ที่เขาเล่นมาน่ะ เสื่อมคลายอะไรไหม” ใจหนึ่งน่ะอยากเรียนนะ สัมมา อะระหัง ทำภาวนา พอรู้ว่าหลวงพ่อ ไม่ได้สนใจเรื่องหนังเหนียว.....งั้นสู้ของ เราไม่ได้ แน่ะ...มิจฉาทิฐิมันมีอยู่...ชักเอา เชียว...ของเราเสกปูนคาดคอ เสกพลูกิน แล้วหนังเหนียว เหนียวได้ตั้งเป็นวัน ถ้า ไปเรียนสัมมา อะระหัง แล้วให้ทิ้งก็เสีย ดายน่ะ....(หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้ธรรมะมา เลย นี่ก็เป็นข้อไม่ดีของการที่พลาดไป เรียนไสยศาสตร์ มันก็เป็นอย่างนี้..... เข้าวัดครั้งแรก คุณยายอาจารย์ เตือนเลย บอกว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำนี้ ท่านยกย่องการทำงานเป็นทีม ผู้ที่ฝึกวิชชาธรรมกายนี้ เวลานั่ง เข้าที่เราก็นั่งกันเป็นทีม จะค้นดูเหตุดูผล ดูกฎแห่งกรรม ฯลฯ เราก็ทำงานกันเป็น ทีม ลืมตามาทำงานหยาบ ๆ เราก็ทำ งานเป็นทีม หลับตาทำภาวนาเราก็หลับ ตาทาภาวนาเป็นทีม เมื่อเป็นอย่างนี้ จากอุดมการณ์ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไว้ว่าต้องทำเป็น ทีมทั้งหยาบทั้งละเอียดนี้ จึงทำให้เรา ได้สร้างบุญสร้างกุศลในพระศาสนากัน เต็มที่เลย... โดยการทำงานเป็นทีม นี่คืออุดมการณ์สำคัญเลย ที่วัด พระธรรมกายน้อมรับมา หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านยังให้ อุดมการณ์ไว้อีกประการหนึ่ง นอกจาก การทำงานเป็นทีมแล้ว ถ้าจะให้สำเร็จ ให้ใหญ่หลวงเต็มที่แล้ว ท่านยังบอก ชนิดที่จะปราบกิเลสของตัวเองให้หมดไป แต่เราจะขนกันไปเป็นทีมอีกเหมือนกัน คำว่าทีมในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะ ทีมเรา ตั้งใจจะขนไปให้หมดโลกนี้ จึงทำให้อาตมารู้ว่าของท่านน่ะ แหละ....จะขนไปนิพพานกันให้หมด ธรรมะล้วน ๆ เลย ส่วนไอ้เรื่องอยู่ยงคง | โลกเลย ไม่หมดไม่ยอม กระพันไม่เอา หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านตั้งใจขน ไปให้หมด เพราะฉะนั้น อุดมการณ์อันนี้ เวลาเรามาสร้างวัดพระธรรมกายเข้า จากอุดมการณ์อันนี้ วัดพระธรรมกาย จึงขยายงานเอา ขยายกันออกไป เพราะ ว่าจะสานอุดมการณ์ของหลวงพ่อวัด ปากน้ำต่อไปว่าจะขนไปให้หมด เราก็รู้ ว่าชาตินี้เราชนไปไม่หมดหรอก แต่เรา ต้องการทำให้หมด ฉะนั้นชาตินี้จึงเป็น การปูพื้นฐาน ชาติต่อไป เวลากลับกันมาใหม่ หลวงพ่อท่านนำหน้า พวกลูกนี้ อุดม การณ์รื้อสัตว์ขนสัตว์ให้หมดทั้งธาตุทั้ง ธรรมนี้ เอากันจนหมด ไม่หมดไม่เลิก!! พูดง่าย ๆ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านบอกว่าตราบใดที่ยังปราบมารได้ ไม่หมด ไม่ยอมเข้านิพพานหรอก หรือ ปราบมารไปหมดแล้ว ที่เหลือมันก็ต้อง เข้าไปด้วยกันนั้นแหละ มันไม่มีมาร มากวนแล้ว มันจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ ไม่หมดมารไม่เข้าพระนิพพาน - หลวงพ่อคนล่ะ ไม่ยอมเข้า.... ใคร จะเข้าก่อนก็เข้าไปเถอะ ถ้าปราบไม่หมด อย่างอุดมการณ์ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำตั้ง เอาไว้....ไม่เข้าหรอก นี่ทำตามอุดมการณ์ของหลวงพ่อ วัดปากน้ำนะ ๑. ทำเป็นทีม ๒. ขนให้หมด ซึ่งการจะทำอย่างนี้ได้ต้องเข้า “ธรรมกาย” ให้ได้ ถ้าเข้า “ธรรม กาย” ยังไม่ได้ ทำไม่ได้หรอก....” (หัว เราะ) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More