ข้อความต้นฉบับในหน้า
มากขึ้นและขยายใหญ่ขนาดเท่าดวง
เผยแพร่คำสอนออกไปจนกระทั่งท่านมา
อาทิตย์ ใส่เหมือนกระจกคันฉ่องส่องเงา | เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หน้า เห็นอยู่อย่างนั้นเป็นนานนับหลาย ใหม่ ๆ มีผู้อาศัยความไม่รู้มาคัดค้าน
ชั่วโมง จากทุ่มเศษขณะนี้เลยเที่ยงคืน
ไปหนึ่งชั่วนาฬิกา ดวงใสก็ยังสว่างอยู่
อย่างนั้นโดยท่านก็ไม่ทราบว่าจะทำ
อย่างไรต่อไป เพราะทุกสำนักที่ท่านได้
ศึกษามาไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้
ถ้าปล่อย
พระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะลบ
ก็ลบได้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าดวงแก้วของ
พระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มี
ท่าน เกี่ยวกับ ธรรมกาย โดยเฉพาะ
ปัญญาเห็นด้วยสายตาของตนเอง การ
ในวงการคณะสงฆ์ บางท่านก็ปลงใจ
ที่เขานำผลแห่งการปฏิบัติที่เราได้กระทำ
เอาว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำมีความรู้และ
การปฏิบัติธรรมเกินไปเสียแล้ว
ทิ้งไว้จะเป็นภัยแก่พระศาสนา แต่ยังไม่
กันอยู่ไปพูดเช่นนั้นแสดงให้เห็นว่า คณะ
วัดปากน้ำไม่ได้กินแล้วนอน เป็นสำนัก
ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรม การพูด
ขณะที่นิ่งอยู่นั้น เสียงหนึ่งผุดขึ้นมา
มีใครกล้าจะยกความผิดนั้นพิจารณา
ของเขาเท่ากับเอาสำนักไปเผยแพร่ดี
จากกลางดวงนั้นว่า “มัชฌิมา ปฏิ|
เพราะเวลานั้นคนทุกชั้นถวายความ
ปทา” อา....ทางสายกลางไม่ถึงนัก
ไม่หย่อนนักในความหมายของปริยัติ
แต่ขณะที่เสียงนั้นดังแผ่วขึ้นมาในความ
รู้สึก พลันก็เห็นจุดเล็ก ๆ เรื่องแสงสว่าง
วาบขึ้นมาจากกลางดวงนั้นเสมือนจุด |
ศูนย์กลางของวงกลม ความสว่างของจุด
นั้น สว่างกว่าดวงกลมรอบ ๆ ท่านมอง
เรื่อยไปพลางคิดในใจ นี่กระมังทางสาย
กลาง จุดเล็กที่เราเพิ่งจะเห็นเดี๋ยวนี้อยู่
กึ่งกลางพอดี ลองมองดูซิจะเกิดอะไรขึ้น
จุดนั้นค่อย ๆ ขยายขึ้นและโตเท่ากับดวง
เดิม ดวงเก่าหายไป ท่านมองเรื่อยไปก็
เห็นดวงใหม่ลอยขึ้นมาแทนที่ เหมือนน้ำ
พุที่พุ่งขึ้นมาแทนที่กันนั้นแหละ ต่างแต่
ใสยิ่งขึ้น
ในที่สุดจึงเห็นกายต่าง ๆ ขึ้น
กระทั่งถึง ธรรมกาย เป็นพระปฏิมากร
เกตุดอกบัวตูม ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพระ
พุทธรูปบูชาองค์ใดที่เคยเห็นมา เสียง
ธรรมกาย กังวานขึ้นมาในความรู้สึกได้
ยินกับหูมนุษย์
“ถูกต้องแล้ว ๆ”
สึกปีติสุขเกิดขึ้น จึงออกอุทานดังข้างต้น
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านก็เริ่ม
เคารพนับถือว่าเป็นคณาจารย์ที่มีศิษยา
นุศิษย์มาก ได้จัดการเลี้ยงอาหารเช้า
และเพลแก่พระภิกษุสามเณรตลอดปี
และตลอดอายุของท่าน นับแต่เริ่มจัด
การเลี้ยงพระภิกษุสามเณรมาบัดนี้ (พ.ศ.
๒๕๑๔) นับเป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว
เมื่อธรรมกายเกิดขึ้น วัดปากน้ำ
ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์กันมาก บาง
พวกก็ปลื้มใจ บางพวกก็หนักใจ บาง
พวกก็ตั้งข้อกล่าวหาลงโทษวัดปากน้ำ
อย่างหนัก ถึงกับพูดว่า อวดอุตริมนุส
ธรรมก็มี ข่าวนี้มิใช่ท่านจะไม่รู้ ท่านได้
ยินเสมอ ๆ แต่เสียงนั้นก็ไม่ก่อให้เกิด
ความเดือดร้อนใจแก่ท่านแม้แต่เล็กน้อย
ท่านกลับภูมิใจเสียอีกที่ได้ยินคำนั้น
คราวหนึ่งท่านเคยกล่าวกับ
สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ
เกี่ยวกับการถูกโจมตีเรื่อง ธรรมกาย
ว่า
“คนเช่นเราใช่จะไร้เสียซึ่งปัญญา
ชั่วก็รู้ ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัวเองเพราะ
ความปรารถนาลามกทำไม ที่เขาพูด
แล้วก็หับพระโอษฐ์ทันที ความรู้ | หาว่าเราอย่างนั้น บางคนคงจะไม่รู้จัก
ศึกษาค้นคว้าเพื่อหาที่สุดแห่งธรรม ยิ่ง
ค้นยิ่งแตกฉานเชี่ยวชาญ หนักเข้าก็เริ่ม
คำว่า “ธรรมกาย” มีอยู่ที่ไหน หมาย
เอาใคร เขาอาศัยความไม่รู้มาว่าเรา
เสียกว่าการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์
เพราะการที่เขานำไปพูดนั้นเป็นการ
กระทำของผู้พูดเอง เราไม่ได้จ้างไม่ได้
วาน เมื่อพูดทางไม่ดีก็ต้องมีคนพูดทาง
ดีได้เหมือนกัน ธรรมจะต้องชนะอธรรม
เสมอ เราไม่เดือดร้อนใจเพราะ “ธรรม
กาย” ของพระพุทธศาสนาเป็นของแท้
ไม่ใช่ของเก๊หรือของเทียม ธรรมกายจะ
ปรากฏเป็นของจริงแก่ผู้เข้าถึงธรรม
เรื่องอย่างนี้เราไม่หวั่น เราเชื่อในคุณ
พระพุทธศาสนา”
ท่านได้อ้างบาลีพุทธภาษิตที่มีมา
ในพระธรรมบทว่า
“โย โข วกกล ธมฺม ปสฺสติ
โส ม ปสฺสติ” ความว่า “ดูกรวักกลิ
ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็น
เราตถาคต"
นอกจากนี้ท่านยังได้อ้างเอาบาลี
ที่มาในอัคคัญญสูตร พระสุตตันตปิฎก
ทีฆนิกายปาฏิกวัคค์ที่พระพุทธองค์ตรัส
แก่วาเสฏฐสามเณรว่า
“ตถาคตสฺสเหตุ วาเสฏฐาธิวจน์
ธมฺมกาโย อิติปิฯ” ความว่า “ดูกร
วาเสฏฐิสามเณร คำว่าธรรมกายนี้
เป็นชื่อตถาคตโดยแท้”
ผู้ตั้งใจปฏิบัติชอบ เมื่อผู้ไม่รู้ติเตียนเรา • สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) วัด
ความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจธรรมของ
พระเชตุพนฯ
Kalyanamitra.org