ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔
มหามิตร
พูดถึงความจงรักภักดี และ
ความเคารพรักในพระผู้มีพระ
ภาค พระอานนท์มีอยู่อย่างสุด
พรรณนา ยอมสละ แม้แต่ชีวิต
ของท่านเพื่อพระพุทธองค์ได้
อย่างเช่นครั้งหนึ่ง พระเทวทัต
ร่วมกับพระเจ้าอชาตศัตรู วาง
แผนสังหารพระจอมมุนี โดย
การปล่อยนาฬาคิรีซึ่งกำลังตก
มันและมอมเหล้าเสีย ๑๖ หม้อ
อาศัยของสัตว์จตุบททวิบาท พระองค์
อย่าเสี่ยงกับอันตรายครั้งนี้เลย ชีวิต
ของข้าพระองค์มีค่าน้อย ขอให้ข้าพระ
องค์ได้สละสิ่งซึ่งมีค่าน้อยเพื่อรักษาสิ่ง
ซึ่งมีค่ามาก เหมือนสละกระเบื้อง เพื่อ
รักษาไว้ซึ่งแก้วมณีเถิดพระเจ้าข้า”
"อย่าเลย อานนท์ บารมีเรา
ได้สร้างมาดีแล้ว ไม่มีใครสามารถ
ปลงตถาคตลงจากชีวิตได้ ไม่ว่าสัตว์
ดิรัจฉานหรือมนุษย์หรือเทวดามารพรหม
ใด ๆ
ขณะนั้นนาฬาคิรี วิ่งมาจวนจะ
ถึงองค์พระจอมมุนีอยู่แล้ว เสียงร้องกรีด
ของหมู่สตรีดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน ทุก
คนอกสั่นขวัญหนี นึกว่าครั้งนี้แล้วเป็น
ผู้บริสุทธิ์ดุจดวงตะวัน พระพุทธองค์
ทรงแผ่เมตตา ซึ่งทรงอบรมมาเป็นเวลา
ยืดยาวนานหลายแสนชาติ ส่วนออก
จากพระหฤทัย กระทบเข้ากับใจอันคลุก
อยู่ด้วยความมึนเมาของนาฬาคีรี ช้าง
ใหญ่หยุดชะงักเหมือนกระทบกับเหล็ก
ท่อนใหญ่ ใจซึ่งเร่าร้อนกระวนกระวาย
ช้างนาฬาคิรียิ่งคะนองมากขึ้น วาระสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นพระศาสดา
วันนั้นเวลาเช้า พระพุทธองค์มี |
พระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ เข้าสู่นคร
ราชคฤห์เพื่อบิณฑบาต ในขณะที่
พระองค์กำลังรับอาหารจากสตรีผู้หนึ่ง
อยู่นั้น เสียงแปนแฟนของนาฬาคิรีดัง
ขึ้น ประชาชนที่คอยตักถวายอาหาร
แด่พระผู้มีพระภาค แตกกระจายวิ่งเอา
ตัวรอด ทิ้งภาชนะอาหารเกลื่อนกลาด
พระพุทธองค์เหลียวมาทางซึ่งช้างใหญ่
กำลังวิ่งมาด้วยอาการสงบ พระอานนท์
พุทธอนุชาเดินมายืนเบื้องหน้าของ
พระผู้มีพระภาค ด้วยคิดจะป้องกันชีวิต
ของพระศาสดาด้วยชีวิตของท่านเอง
“หลีกไปเถิด-อานนท์ อย่าป้องกัน
เราเลย" พระศาสดาตรัสอย่างปกติ
“พระองค์ผู้เจริญ!” พระอานนท์
ทูล “ชีวิตของพระองค์มีค่ายิ่งนัก พระ
องค์อยู่เพื่อเป็นประโยชน์แก่โลก เป็นดวง
ประทีปของโลก เป็นที่พึ่งของโลก ประดุจ
โพธิ์และไทรเป็นที่พึ่งของหมู่นก เหมือน
น้ำเป็นที่พึ่งของหมู่ปลา และป่าเป็นที่พึ่ง
เพราะโมหะของมันสงบเย็นลง เหมือน
ไฟน้อยกระทบกับอุทกธารา พลันก็ดับ
วูบลง มันหมอบลงแทบพระมงคลบาท
ของพระศาสดา พระพุทธองค์ทรงใช้
ฝ่าพระหัตถ์อันวิจิตร ซึ่งสำเร็จมาด้วย
บุญญาธิการลูบศีรษะของพญาช้าง
พร้อมด้วยตรัสว่า
“นาฬาคิรีเอย! เธอถือกำเนิด
เป็นดิรัจฉานในชาตินี้ เพราะกรรม
อันไม่ดีของเธอในชาติก่อนแต่งให้
เธออย่าประกอบกรรมหนัก คือท่า
ร้ายพระพุทธเจ้าเช่นเราอีกเลย
เพราะจะมีผลเป็นทุกข์แก่เธอตลอด
กาลนาน-
นาฬาคิรีสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้ว
ใช้งวงเคล้าเคลียพระชงฆ์ของพระผู้
มีพระภาค เหมือนสารภาพผิด ความ
มันเมาและตกมันปลาสนาการไปสิ้น
นี่แล พุทธานุภาพ!!
ประชาชนเห็นเป็นอัศจรรย์ พากัน
สักการบูชาพระศาสดาด้วยดอกไม้ และ
ของหอมจำนวนมาก
นาฬาคิรีเอย! เธอถือกำเนิดเป็นดิรัจฉานในชาตินี้
เพราะกรรมอันไม่ดีของเธอในชาติก่อนแต่งให้
เธออย่าประกอบกรรมหนัก คือทำร้ายพระพุทธ
เจ้าเช่นเราอีกเลย เพราะจะมีผลเป็นทุกข์แก่
เธอตลอดกาลนาน.
Kalyanamitra.org