ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้ง ๆ ที่เขากำหนดเวลาไว้ให้ตอบคนละ
๓๐ นาที เมื่อเริ่มสัมภาษณ์มีการถาม
ชื่อเสียงเรียงนามแล้ว อาจารย์ท่านหนึ่ง
เป็นชายได้ถามขึ้นว่า
“เธอจะเขียนข่าวเกี่ยวกับวิทยา
การทางการเกษตรไหวหรือ เป็นงาน
ที่หนักนะสำหรับผู้หญิง”
ด้วยสัญชาติญาณนักสู้ จอยตอบ
ไปทันทีว่า
“ไหวซิคะ”
คำถามที่ ๒ มาจากอาจารย์
ผู้หญิง ท่านพลิกดูประวัติการเรียน ผล
การสอบปริญญาตรีของจอย แล้วทำตา
โตหันมาจ้องหน้าอุทานว่า
“อะไรกันนี่ เธอสอบได้เกียรตินิยม
อันดับหนึ่ง เหรียญทองทางภาษาอังกฤษ
ของอักษรศาสตร์ ทำไมไม่เรียนต่อไป
ให้สูงกว่านี้ มาเปลี่ยนแนวเสียทำไม
น่าเสียดายจริง ๆ”
จอยก็มองหน้าท่านบ้าง ไม่รู้จะ
ตอบอย่างไร ได้แต่ตอบในใจว่า
“โธ่ ก็หนูอยากไปอเมริกานี่คะ”
คนถูกสัมภาษณ์คนถัดจากจอย
เป็นชาย นัยว่าเป็นตัวเก็งและเป็นคู่แข่ง
สำคัญเพราะเป็นคนเก่งของคณะนี้ เขา
ได้เข้าสัมภาษณ์อยู่ถึง ๔๕ นาที เมื่อ
เดินกลับมา จอยคิดในใจว่า
“เราก็คงเป็นดอกไม้ประดับสนาม
สอบให้ตาคนนี้เท่านั้นเอง มีอย่างถาม
เราเพียง ๑๐ นาที ส่วนคนอื่นถามได้
ตั้งนาน ไม่เปิดโอกาสให้เราแสดงภูมิ
เสียบ้างเลย
“แต่แปลกนะคะแม่ จอยจำได้ว่า
ก่อนจะสอบ แม่ได้พาจอยไปกราบหลวง
พ่อธัมมชโย และขอประทานพรจาก
ท่าน หลวงพ่อมองหน้าจอยด้วยความ
ปรานี ท่านทำหน้ายิ้ม ๆ และบอกว่า
“ดวงกมลต้องสอบได้ หลวงพ่อ
ขอให้พรด้วยนะจ๊ะ"
เมื่อกราบลาท่านมาแล้ว จอยก็ยัง
ไม่ค่อยมั่นใจอยู่นั่นแหละ ถ้าพูดอย่าง
นักมวยขึ้นชกบนเวที ก็ต้องพูดว่าอยาก
“แน่”
หลวงพี่ทำหน้าไม่แน่ใจ ท่าน
พึมพำเสียงแปลก ๆ ว่า
“เอ อาตมาว่าจอยจะได้นะ”
แม่ยังหัวเราะขันว่าหลวงพี่ท่าน
มั่นใจอะไรแปลก ๆ เสมอ
ต่อมาอีก 5 วัน ทางมหาวิทยาลัย
ได้มีหนังสือมาแสดงความยินดี บอกว่า
จอยได้คะแนนสูงสุดในการสอบ จึง
ได้รับการคัดเลือกให้รับทุนไปศึกษา
จะแขวนนวมเสียก่อนลงมือชกเสียแล้ว
ได้ถึงระดับปริญญาเอก ที่สหรัฐ
ในวันที่จอยสัมภาษณ์เสร็จ เมื่อ
อเมริกา ขอให้จอยไปรายงานตัว
อย่างโล่งอกว่า
ยาลัยชั้นนำของอเมริกา ที่ประสงค์
“จอยสอบไม่ได้หรอกแม่ เขาคง
จะเข้าเรียน เพื่อสมัครเข้าเรียนต่อไป
กลับมาบ้านได้พบกับแม่ ก็รีบรายงาน ที่จุฬาฯ และให้บอกรายชื่อมหาวิท
เลือกผู้ชายมากกว่า เพราะเขาถามคนนี้
มากกว่าจอยตั้งแยะ”
แม่ฟังแล้วก็ดูจะพลอยโล่งใจไป
ด้วย เลยเปิดเผยความในใจออกมาว่า
“เอ้อ ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้า
จอยสอบได้ไปเมืองนอกจริง ๆ แม่ก็คง
เหงาแย่” อ้าว กลับเป็นงั้นไป
ในบ่ายวันนั้นเอง เมื่อแม่ไปกราบ
หลวงพี่เมตตาที่บ้านคุณหญิงอุไรวรรณ
แม่ก็รีบรายงานเรื่องของจอยอย่างโล่งใจ
ว่า
คนสอบได้เป็นผู้ชาย”
“จอยไม่ได้ทุนหรอกค่ะ เข้าใจว่า
หลวงพี่ทำหน้าฉงนท่านถาม
ว่า
“เอ๊ะ แน่หรือ”
แม่ยืนยันว่า
เมื่อทราบผลเช่นนี้ แม่ได้เรียนข่าวดีให้
หลวงพี่เมตตาทราบ ท่านยิ้มอย่างพอใจ
และแสดงความยินดีด้วย ท่านบอกว่า
“อาตมาว่าแล้ว”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน จอยอดถาม
แม่อย่างสงสัยไม่ได้ว่า
“หลวงพี่ท่านมีญาณพิเศษหรือแม่
ท่านจึงเดามาตั้งแต่ต้นว่าจอยจะสอบได้”
แม่พึมพำอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
จอยคิดถึงแม่มากค่ะ และขอกราบ
แม่มาเพียงแค่นี้ก่อน คราวหน้าจะเล่า
เรื่องเมืองอเมริกาต่อนะคะ
ด้วยความรักและเคารพยิ่ง
จาก JOY
๑๑๒