ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๑๐
ของวารสารกัลยาณมิตร เล่มใดเล่ม
ระดับได้อย่างไร โดยเฉพาะคอลัมน์
“จดหมายจากอังกฤษ” ของหลวงพี่
เมตตานนฺโทนั้นน่าอ่านและมีประโยชน์
มากค่ะ จอยและเพื่อน ๆ ชอบกันทุก
คนเลย เหมือนกับว่าพวกเราได้เข้าไปนั่ง
อยู่ในบรรยากาศที่มหาวิทยาลัย Ox
ford ด้วยอย่างนั้นแหละ มาคิดถึง
ตอนนี้แล้ว ชักจะไม่แน่ใจอีกแล้วว่า
ถ้าเล่าเรื่อง “ชีวิตในอเมริกา” ด้วย
สำนวนลูกทุ่งแบบจอย เขาจะยอมให้นำ
ลงพิมพ์ไหมนะ
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ทำ
ให้จอยล่าช้าในการเล่าชีวิตในอเมริกา
ให้แม่ฟัง ก็เพราะว่า จอยต้องพยายาม
ปรับตัวปรับใจให้เข้ากับบ้านเมืองเขาให้
เร็วที่สุด นับตั้งแต่เรื่องวิธีการเรียน
ความเป็นอยู่ และดินฟ้าอากาศ เมื่อ
แรกจอยเข้าเป็นน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย
ก็ออกจะมีอะไรเชย ๆ อยู่มาก ดูจะเป็น
เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง นับแต่เรื่อง
ที่อยู่อาศัย เวลาอยู่ในชั้นเรียนครูบา
อาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นก็ถือคล้ายว่า
เราเป็นเด็ก ๆ เพราะนอกจากจะเป็นผู้
หญิงไทยตัวเล็ก ๆ เสียงค่อย ๆ แล้ว ก็ดู
เหมือนจะอายุน้อยที่สุดอีกด้วย มาเข้า
เรียนใหม่ ๆ ก็คงจะมีคนประมาทหน้าอยู่
เหมือนกัน แต่พอผลการเรียน ๒ เทอม
ละเล่มที่แม่ส่งมาให้ จอยก็ให้นึกระย่อ ผ่านไป เพื่อนฝรั่งตัวโต ๆ ที่เคยกลัว
ท้อใจคิดว่า “โอ้โฮ? สำนวนของผู้ ว่าจอยจะไปขอลอกตำราของเขา ก็กลับ
ประพันธ์แต่ละท่านช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ มายืมตำราที่จดงานของเราไปดูเสียด้วย
สมกับเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย แล้ว ซ้ำ จอยเลยมีเสียงดังฟังชัดขึ้นมาแล้ว
จอยผู้อยู่ห่างรัศมีบุญอย่างนี้จะไปเทียบ ในตอนนี้ แต่โดยเหตุที่เป็นนักศึกษา
หนึ่ง จอยก็จะพลอยได้บุญไปด้วยไง
ล่ะคะเผอิญตอนนี้จอยสอบไล่เสร็จ ได้
ปริญญาโท Agricultural journalism
จากมหาวิทยาลัย Wisconsin มา
หมาด ๆ (ด้วยเกรดดีมากค่ะ) พอมี
เวลาจะขีด ๆ เขียน ๆ อะไรได้บ้าง
แล้ว แต่เมื่อพิจารณาทบไปทวนมา
หลังจากได้อ่านวารสารกัลยาณมิตรแต่
ระดับปริญญาโท ทางมหาวิทยาลัยเขา
ไม่อนุญาตให้พักที่หอพักใน Campus
ของมหาวิทยาลัย จอยจึงต้องระเหเร่
ร่อนไปหาที่พักนอกมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่
ไกลนัก ใช้เวลาเดินประมาณ ๑๕ นาที
ก็ถึงตึกเรียน แต่ในฤดูอากาศหนาวจัด
เช่นขณะนี้ อุณหภูมิมักจะลงต่ำกว่าศูนย์
องศาเสมอ การเดินเผลอ ๆ จากตึก
เรียนมาบ้านพักในยามค่ำคืน ท่ามกลาง
พายุหิมะ อาจจะทำให้ถึงกับเป็นปอดบวม
หนาวตายได้ จอยจึงต้องใช้วิธี “หลบ
ฝนหิมะ” เช่นนักศึกษาอื่น ๆ คือเดิน
กลับมาครึ่งทางตอน ๒ ทุ่ม พอหนาว
จัดก็ต้องหลบเข้าพักหาเครื่องทำความ
อุ่นในตึกต่าง ๆ เสียครั้งหนึ่ง แล้วจึง
ออกเดินต่อไป และหากหลบเข้าหาไอ
อุ่นสัก ๒ ครั้ง ชั่วโมงการเดินทาง
กลับที่พักก็จะกลายเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง
ไปโดยปริยาย จำเพาะเวลาเรียนของชั้น
ปริญญาโท เขากำหนดตั้งแต่เย็นถึงค่ำ
เพื่อเปิดโอกาสให้คนทำงานที่ต้องการมา
เรียนต่อระดับปริญญาโทหรือเอกได้มา
เรียนร่วมด้วย จอยก็เลยต้องเดินท่อม ๆ
ฝ่าหิมะอยู่เสมอในยามค่ำ โชคดีที่
มหาวิทยาลัยพยายามอำนวยความ
สะดวกให้นักศึกษา โดยเปิดตึกเรียน
ทุกตึกมีเครื่องทำความอุ่นเต็มที่ให้เข้า
แวะพักได้ และเปิดไฟไว้สว่างไสวเกือบ
ตลอดคืน จอยยังจำได้ว่าเมื่อมาใหม่ ๆ
จดหมายทุกฉบับของแม่จะต้องเขียน
กำกับว่า “ลูกต้องสวมเสื้อให้หนา ๆ สวด
มนต์ไหว้พระทุกวัน และอาราธนาบารมี