การเผชิญหน้าของนายสุมังคละกับพระเจ้าพรหมทัต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 41
หน้าที่ 41 / 140

สรุปเนื้อหา

“ท่านอำมาตย์ เรารู้ใจของเราว่า ยังมีความโกรธอยู่ เราจึงนิ่งเฉยเสีย ไม่ยอมพบเขา เพราะถ้าพบ เราอาจจะลง โทษเขาด้วยความหุนหันพลันแล่นก็ได้ แต่ในครั้งนี้ เรารู้ ใจของเราว่า ความโกรธได้คลายลงไปมากแล้ว จึงได้เรียก ให้เขามา การที่จะลงโทษผู้ใดนั้น หากใจยังมีอคติ ขาดความยุติธรรม ย่อมชื่อว่า เผาทั้งผู้อื่นและ การที่จะลงโทษผู้ใดนั้นหากใจ เผาตนเองด้วย เมื่อละจากโลกไปแล้ว ย่อมไปสู่ ยังมีอคติ ขาดความยุติธรรม ย่อมชื่อว่า เผาทั้งผู้อื่น และเผาตนเองด้วย เมื่อละจาก โลกไปแล้ว ย่อมไปสู่ทุคติ แล้วอำมาตย์ก็พานายสุมังคละไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทราบว่า นายสุมังคละมา ก็ทรง มีรับสั่งให้เข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า “สุมังคละ เธอฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้เป็นบุญเขตของ เราทำไม?” นายสุมังคละ จึงกราบทูลเรื่องราวที

หัวข้อประเด็น

- การเผชิญหน้าของนายสุมังคละกับพระเจ้าพรหมทัต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ท่านอำมาตย์ เรารู้ใจของเราว่า ยังมีความโกรธอยู่ เราจึงนิ่งเฉยเสีย ไม่ยอมพบเขา เพราะถ้าพบ เราอาจจะลง โทษเขาด้วยความหุนหันพลันแล่นก็ได้ แต่ในครั้งนี้ เรารู้ ใจของเราว่า ความโกรธได้คลายลงไปมากแล้ว จึงได้เรียก ให้เขามา การที่จะลงโทษผู้ใดนั้น หากใจยังมีอคติ ขาดความยุติธรรม ย่อมชื่อว่า เผาทั้งผู้อื่นและ การที่จะลงโทษผู้ใดนั้นหากใจ เผาตนเองด้วย เมื่อละจากโลกไปแล้ว ย่อมไปสู่ ยังมีอคติ ขาดความยุติธรรม ย่อมชื่อว่า เผาทั้งผู้อื่น และเผาตนเองด้วย เมื่อละจาก โลกไปแล้ว ย่อมไปสู่ทุคติ แล้วอำมาตย์ก็พานายสุมังคละไปเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทราบว่า นายสุมังคละมา ก็ทรง มีรับสั่งให้เข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า “สุมังคละ เธอฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้เป็นบุญเขตของ เราทำไม?” นายสุมังคละ จึงกราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทรง ทราบ พระเจ้าพรหมทัตจึงตรัสว่า “เอาเถอะ เราเชื่อว่าเจ้าทำไปเพราะเข้าใจผิด เพราะ ทุคติ” พระเจ้าพรหมทัตยังทรงแสดงธรรมประการอื่น ๆ อัน เป็นคุณธรรมของพระมหากษัตริย์ ให้อำมาตย์และนาย สุมังคละฟังอีก อำมาตย์ทั้งหลายจึงพากันสรรเสริญพระองค์ แม้ นายสุมังคละก็สรรเสริญพระองค์ดังนี้คือ “พระองค์ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน ผู้เพียบพร้อมด้วย ราชสมบัติและปัญญา เป็นผู้มีพระทัยมั่นคงแจ่มใสอยู่เป็น นิตย์ ไม่เป็นผู้มักโกรธ ขอพระองค์จงปราศจากทุกข์ทั้งผอง ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนานด้วยเถิด พระองค์ทรงมั่นคงอยู่ในทศพิธราชธรรมตามเยี่ยง อย่างกษัตริย์ในกาลก่อน พระราชทานอภัยให้ทูลเตือนได้ ไม่กริ้วโกรธ ทรงปกครองแผ่นดินให้ร่มเย็น แม้พระองค์ จุติจากโลกนี้ไปแล้ว จงทรงถึงสุคติเถิด พระองค์ทรงเป็นธรรมราชา ครองราชสมบัติด้วย อุบายอันเป็นธรรม ขจัดปัดเป่าความเดือดร้อนของมหาชน ให้สิ้นไป เหมือนมหาเมฆที่ยังแผ่นดินให้ชุ่มชื่นด้วยน้ำ ขอ พระองค์จงทรงพระเจริญเถิด พระเจ้าข้า” นายสุมังคละ คนเฝ้าอุทยานผู้ภักดี กล่าวถวายพระพร พระเจ้าพรหมทัต แล้วจึงกลับเข้าไปทำงานในพระราช อุทยานต่อไปอย่างมีความสุข ไม่รู้ และไม่มีเจตนา ไหน ๆ พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ได้ปริ นิพพานไปแล้ว คงจะเป็นเพราะถึงวาระของท่านเช่นนั้น เรา จะมัวโกรธเจ้าก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้ ต่อไปนี้ เจ้าจะ ทำอะไรละก้อ จะต้องระวังให้มาก ๆ นะ อย่าให้มีเรื่องเช่น หลาน ๆ คะ ชาวเมืองพาราณสี โชคดีที่มีกษัตริย์เป็น นี้อีก เจ้าไปทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าอุทยานอย่างเดิมเถิด” ธรรมราชาเช่นพระเจ้าพรหมทัตพระองค์นั้น เช่นเดียวกับ นายสุมังคละได้ฟังดังนั้นถึงกับน้ำตาไหลพราก เขา เราชาวไทย ที่โชคดี มีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐ คือ รีบก้มลงกราบพระเจ้าพรหมทัตด้วยความรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ในหลวงของเรานั่นเอง เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณา อำมาตย์จึงทูลถามพระเจ้าพรหมทัตว่า เหตุไร เมื่อ พระองค์ได้ยินชื่อนายสุมังคละถึงสองครั้ง ก็ไม่ตรัสอะไร แต่พอได้ยินครั้งที่สาม ก็ทรงเรียกมา พระเจ้าพรหมทัตจึง ตรัสว่า ธิคุณของพระองค์ ทุก ๆ ครั้งที่หลาน ๆ นั่งสมาธิ ขอให้น้อม ใจระลึกถึงพระองค์เป็นแบบอย่างด้วยนะคะ น้าอี๊ด Kalyanamitra.org 36
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More