พุทธศาสนสุภาษิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 105
หน้าที่ 105 / 140

สรุปเนื้อหา

ตา....มีหน้าที่ดูอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา 5 ตา หู...มีหน้าที่ฟังอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา ๒ ห จมูก มีหน้าที่ดมกลิ่นอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา ๒ รู แต่ปาก....มีหน้าที่ถึง ๒ อย่าง คือ ทั้งกินและพูด ธรรมชาติกลับให้มาเพียงปากเดียว แสดงว่า ธรรมชาติต้องการให้คนดูให้มาก ฟังให้มาก แต่พูดให้น้อย ๆ มีสติ ระมัดระวังปาก จะพูดก็พูดให้พอดี เป็นคุณทั้งแก่ตัวผู้พูดและผู้ฟัง เรียกว่า วาจาสุจริต แต่ว่าจาที่ยิ่งกว่าสุภาษิตวาจาทั้งหลาย เป็นวาจาที่ พาสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์ เป็นวาจาที่บริสุทธิ์ เป็นสุภาษิตที่ เยี่ยมถึงยอด คือ พุทธศาสนสุภาษิต อันเป็นภาษิตของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ยังกัลยาณชน ในโลกให้เบิกบาน ดุจดังดวงอาทิตย์ยังดอกบัวให้บาน ฉะนั้น ถึงแม้ว่า พุทธศาสนสุภาษิต จะงามวิจิตรยิ่งกว่

หัวข้อประเด็น

- พุทธศาสนสุภาษิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แนะนำหนังสือดี กัลยาณมิตรปราณี สัจจกมล พุทธศาสน สุภาษิตค่าโคลง อวัยวะในร่างกายของคนเรานี่ก็แปลก ตา....มีหน้าที่ดูอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา 5 ตา หู...มีหน้าที่ฟังอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา ๒ ห จมูก มีหน้าที่ดมกลิ่นอย่างเดียว ธรรมชาติให้มา ๒ รู แต่ปาก....มีหน้าที่ถึง ๒ อย่าง คือ ทั้งกินและพูด ธรรมชาติกลับให้มาเพียงปากเดียว แสดงว่า ธรรมชาติต้องการให้คนดูให้มาก ฟังให้มาก แต่พูดให้น้อย ๆ มีสติ ระมัดระวังปาก จะพูดก็พูดให้พอดี เป็นคุณทั้งแก่ตัวผู้พูดและผู้ฟัง เรียกว่า วาจาสุจริต แต่ว่าจาที่ยิ่งกว่าสุภาษิตวาจาทั้งหลาย เป็นวาจาที่ พาสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์ เป็นวาจาที่บริสุทธิ์ เป็นสุภาษิตที่ เยี่ยมถึงยอด คือ พุทธศาสนสุภาษิต อันเป็นภาษิตของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ยังกัลยาณชน ในโลกให้เบิกบาน ดุจดังดวงอาทิตย์ยังดอกบัวให้บาน ฉะนั้น ถึงแม้ว่า พุทธศาสนสุภาษิต จะงามวิจิตรยิ่งกว่า รัตนชาติใด ๆ หากมิได้เป็นที่สนใจของมหาชนแล้ว ก็ เปรียบเสมือนเพชรอันอยู่ในที่มืด ยากที่ผู้ใดจะแลเห็น ยกเว้น จะนำมาประดับไว้ในที่แจ้ง กระทบแสงแห่งไฟ กระจายสู่ พุทธศาสนสุภาษิต คำโคลง พระนิพนธ์ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สายตาของบุคคลทั้งหลาย และแสงสว่างใด จะเสมอด้วย แสงสว่างแห่งปัญญาไม่มี ยังปัญญากวีของ สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นศรี อักษรโคลงฉันท์กาพย์กลอนของชาติไทยแล้ว พระองค์นับว่า เป็นกวีแก้วเลิศแล้วกว่ารัตนกวีทั้งหลาย เพราะเป็นกวีที่ทรง คุณธรรมจึงทรงเป็นธรรมกวีโดยแท้ ตั้งขออัญเชิญพระ นิพนธ์พุทธศาสนสุภาษิตคำโคลง มาประดิษฐานไว้ ณ ทีนี้ว่า “ กวี คาถานมาสโย กวีเป็นที่อาศัยแห่งคาถาทั้งหลาย 8. B. 42/2180 กานท์กอนกรองกาพย์เนื้อ ดนตรี เวทวิเศษค่ากา อาศัยพจน์ไพเราะกร ยนจักกล่าวเกริ่นก้อง สัมผัส อ สรรแห่ง กว่าร้อยพรรษา ด้วยผลแห่งเหตุดังกล่าว จึงควรที่ธรรมโฆษกผู้ประกาศ ธรรมทั้งหลาย จักได้ศึกษา “พุทธศาสนสุภาษิตคำโคลง อันเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความเคารพบูชาจนกว่าจะได้ “ดวงตาเห็นธรรม” เทอญ 600 Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More