การรู้เห็นตามความเป็นจริง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 140

สรุปเนื้อหา

คำปรารภ ถ้าน้ำในโอ่งของเรายังขึ้นอยู่ แม้จะมีอิฐก้อนโต ๆ อยู่ที่ก้นโอ่ง นั้นหลาย ๆ ก้อนก็ตาม เราก็ไม่ อาจมองเห็นก้อนอิฐเหล่านั้นได้ ทั้ง ๆ ที่ตาของเราก็ยังดีอยู่ ดวง อาทิตย์ยังส่องสว่างอยู่ และฝาโอ่ง นั้นก็ยังเปิดอยู่ แต่เมื่อใช้สารส้ม ที่มีปริมาณเพียงพอ แกว่งน้ำใน โอ่งนั้น แล้วปล่อยทิ้งไว้จนน้ำหยุด กระเพื่อมและนิ่งสนิท ตะกอนที่ ลอยปนอยู่ก็จะค่อย ๆ ตกลงไปนอน กัน และในที่สุดน้ำก็ใสขึ้น ท่ามกลางน้ำที่หยุดนิ่ง และใส แล้วนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่จมอยู่ก้นโอ่ง เช่น ก้อนอิฐ ย่อมผุดให้เราเห็นและเราก็ย่อม รู้ตามที่เห็นนั้นโดยไม่ต้องเดาหรือให้ ใครบอกว่า นั่นคือก้อนอิฐ โน่นคือ ก้อนกรวด นี่คือเม็ดทราย และนั่นคือผง ตะกอน อุปมาการรู้จักสิ่งของในน้ำที่ หยุดนิ่งและใส ว่ามีอะไรนอนกันอยู่ บ้างฉันใด แม้ใจของผู้ที่ไ

หัวข้อประเด็น

- การรู้เห็นตามความเป็นจริง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔๐ คำปรารภ ถ้าน้ำในโอ่งของเรายังขึ้นอยู่ แม้จะมีอิฐก้อนโต ๆ อยู่ที่ก้นโอ่ง นั้นหลาย ๆ ก้อนก็ตาม เราก็ไม่ อาจมองเห็นก้อนอิฐเหล่านั้นได้ ทั้ง ๆ ที่ตาของเราก็ยังดีอยู่ ดวง อาทิตย์ยังส่องสว่างอยู่ และฝาโอ่ง นั้นก็ยังเปิดอยู่ แต่เมื่อใช้สารส้ม ที่มีปริมาณเพียงพอ แกว่งน้ำใน โอ่งนั้น แล้วปล่อยทิ้งไว้จนน้ำหยุด กระเพื่อมและนิ่งสนิท ตะกอนที่ ลอยปนอยู่ก็จะค่อย ๆ ตกลงไปนอน กัน และในที่สุดน้ำก็ใสขึ้น ท่ามกลางน้ำที่หยุดนิ่ง และใส แล้วนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่จมอยู่ก้นโอ่ง เช่น ก้อนอิฐ ย่อมผุดให้เราเห็นและเราก็ย่อม รู้ตามที่เห็นนั้นโดยไม่ต้องเดาหรือให้ ใครบอกว่า นั่นคือก้อนอิฐ โน่นคือ ก้อนกรวด นี่คือเม็ดทราย และนั่นคือผง ตะกอน อุปมาการรู้จักสิ่งของในน้ำที่ หยุดนิ่งและใส ว่ามีอะไรนอนกันอยู่ บ้างฉันใด แม้ใจของผู้ที่ได้รับการ อบรมสมาธิมาเพียงพอจนกระทั่งใจ สามารถหยุดคิดหยุดปรุงแต่งแล้ว ก็ ฉันนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใจ จะเป็น ความดีความชั่วก็ตาม เป็นบุญเป็น บาปก็ตาม เป็นนรกเป็นสวรรค์ก็ตาม หรือแม้กระทั่งนิพพานก็ตาม ย่อมผุดให้ เดา ไม่ต้องคาดคะเนหรือมีใครบอก ให้ เป็นความรู้เห็นที่ไม่ผิดพลาด เห็นได้ชัดเจน แล้วเขาก็จะรู้เห็นสิ่งนั้น ความรู้เห็นชนิดนี้ เป็นความรู้เห็น ปาฐกถาธรรม ได้ตามความเป็นจริง โดยไม่ต้องเดา ไม่ ต้องคาดคะเนหรือไม่ต้องมีใครบอกให้ การที่รู้ตามที่ได้เห็น ในขณะ ที่พระพุทธเจ้าทรงประสบมาก่อน เรียกว่า ตรัสรู้ คือต้อง หยุดนิ่ง เสีย หลวงพ่อทัตตชีโว ๘ ที่ใจหยุดนิ่งนั้นเรียกว่า รู้เห็นตาม ระยะเวลาที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เห็นธรรม ความเป็นจริงคือรู้เห็นโดยไม่ต้อง ก็ได้ทรงพยายามสั่งสอนอบรมให้พุทธ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More