การสงครามและความรับผิดชอบ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 110
หน้าที่ 110 / 140

สรุปเนื้อหา

โลภ ความริษยา ความเคียดแค้น ตลอดจนความหลง กในการรบด้วย สนุก จำกัดเวลา ว่าต้องมีความจำเป็นอย่างแท้จริงซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ ได้เกิดขึ้น จึงค่อยทำการรบ การรบของเขาจึงจะจำกัดเขตและ จริงอยู่ ที่ตราบใดมนุษย์ยังมีกิเลส และโลกยังมีมนุษย์ อยู่ การสงครามก็ยังจะคงมีอยู่ตราบนั้น เป็นการยากที่เรา จะเอื้อมมือไปปกปักป้องกันมนุษย์ทั่วทั้งโลกไม่ให้รบกัน ต่างว่าเราอบรมคนรุ่นหนึ่งให้ใฝ่สงบได้ แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ แน่ว่าจะมีอายุยืนอยู่ตลอดไป และคนที่มิได้รับการอบรมก็คง มีมากกว่า นอกนั้นพวกที่เกิดขึ้นมาใหม่ที่เห็นเหตุการณ์ของ โลกน้อย มักพอใจทำการต่าง ๆ ตามความคึกคะนองหรือ ความวู่วามชั่วแล่นก็มีอยู่เป็นอันมาก เฉพาะฉะนั้น เราจะ มานั่งรับผิดชอบต่อบุคคลทั่วโลกอยู่ ก็คงจะไม่ผิดอะไรกับ การที่เราจะเอาโลกทั้งโลกขึ้นมาแบกไว้

หัวข้อประเด็น

- การสงครามและความรับผิดชอบ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

30898 โลภ ความริษยา ความเคียดแค้น ตลอดจนความหลง กในการรบด้วย สนุก จำกัดเวลา ว่าต้องมีความจำเป็นอย่างแท้จริงซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ ได้เกิดขึ้น จึงค่อยทำการรบ การรบของเขาจึงจะจำกัดเขตและ จริงอยู่ ที่ตราบใดมนุษย์ยังมีกิเลส และโลกยังมีมนุษย์ อยู่ การสงครามก็ยังจะคงมีอยู่ตราบนั้น เป็นการยากที่เรา จะเอื้อมมือไปปกปักป้องกันมนุษย์ทั่วทั้งโลกไม่ให้รบกัน ต่างว่าเราอบรมคนรุ่นหนึ่งให้ใฝ่สงบได้ แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ แน่ว่าจะมีอายุยืนอยู่ตลอดไป และคนที่มิได้รับการอบรมก็คง มีมากกว่า นอกนั้นพวกที่เกิดขึ้นมาใหม่ที่เห็นเหตุการณ์ของ โลกน้อย มักพอใจทำการต่าง ๆ ตามความคึกคะนองหรือ ความวู่วามชั่วแล่นก็มีอยู่เป็นอันมาก เฉพาะฉะนั้น เราจะ มานั่งรับผิดชอบต่อบุคคลทั่วโลกอยู่ ก็คงจะไม่ผิดอะไรกับ การที่เราจะเอาโลกทั้งโลกขึ้นมาแบกไว้บนบ่า หรือการที่จะ เกี่ยวหญ้ามุงทุ่งทั้งทุ่งให้ร่มเย็นไม่ต้องตากแดดตากฝน นายกองเกวียนผู้เจริญ! แต่เราจะทอดอาลัยว่า เมื่อมนุษย์มีกิเลสแล้วก็ควรจะปล่อยตามเรื่อง สุดแต่ บุญแต่กรรมโดยไม่พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่ สุด ในการที่จะช่วยมนุษย์ให้พ้นจากความพินาศ ย่อยยับอันเกิดแต่การสงคราม ดังนี้ก็ไม่ควร ถ้าจะเทียบว่า เราไม่สามารถจะเกี่ยวหญ้ามุงทุ่งทั้ง ทุ่งได้แล้ว เราก็จะยอมนอนตากฝนเสียดังนี้จะถูกหรือ อย่าง น้อยเมื่อเราให้ความคุ้มครองแก่โลกทั้งโลกไม่ได้ เราก็ควรพยายามอย่างที่สุดที่จะให้ความคุ้มครอง แก่ประชาชนผู้อยู่ในความรับผิดชอบของเรา อันเสมือน หนึ่งว่าเราพยายามมุงหลังคาให้ความคุ้มครองแก่คน เพียงส่วนน้อย ก็ยังดีกว่าพากันทอดอาลัยไม่ทำอะไรเลย นี่แลที่ข้าพเจ้าเห็นว่าศาสนธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค เจ้านั้นถึงอย่างไรก็ไม่ได้ผล เพราะเมื่อเราไม่อาจช่วยมนุษย์ ได้ทุกคน เราก็อาจนำศาสนธรรมนั้นมาใช้เพื่อช่วยให้ได้ สันติสุขภายในขอบเขตแห่งความสามารถของเรา ข้าพเจ้าเห็นว่า ถ้าทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อ ความผาสุกของคนส่วนรวม พยายามทำหน้าที่ของ ตนให้ดีที่สุด ที่จะมิให้เกิดการรบราฆ่าฟันกันแล้ว แม้มนุษย์ยังจะต้องมีการรบกันบ้างตามวิสัยของผู้มี กิเลส แต่ในส่วนที่อยู่ในกรอบอำนาจหรือหน้าที่ของ ใคร เขาก็จะพยายามระงับเรื่องร้ายต่าง ๆ ระงับ ความเข้าใจผิดหรือความขุ่นข้องหมองใจทั้งหลายเสีย ด้วยประการอย่างนี้ก็จะเป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือเป็นการตัดทอนส่วนที่ร้ายลงได้บ้าง นายกองเกวียนผู้เจริญ! เพราะเหตุนี้ ในชีวิตของข้าพ เจ้า มคธกับวัชชีน่าจะยังไม่มีสงครามเกิดขึ้น แต่เมื่อข้าพ เจ้าตายไปแล้ว ใครจะรับผิดชอบต่อความผาสุกของชาววัช ชีนั้นเป็นอีกปัญหาหนึ่ง” “ข้าแต่ท่านเสนาบดี” ธนิยะกล่าวขึ้น “นับว่าเป็นมง คลแก่โสดของข้าพเจ้าที่ได้มาสดับความคิดเห็นอันประกอบ ด้วยธรรมของท่าน ท่านนี้สมควรแท้ที่ชื่อว่าเป็นพุทธมามกะ ผู้นับถือพระพุทธเจ้า และเป็นผู้ใหญ่รับผิดชอบต่อชาววัชชี ข้าพเจ้าเองก็มีความเห็นตรงกันกับท่าน แม้จันทรายณะ มหาอำมาตย์แคว้นมคธ ก็มีความเห็นตรงกัน ข้อที่ท่านว่าใน ชีวิตของท่าน ท่านจะพยายามระงับการสงครามมิให้เกิดขึ้น นั้นก็น่าจะเป็นไปได้อย่างแท้จริง” “ค่ำวันนี้ก็ดึกแล้ว ข้าพเจ้าเห็นจะต้องขอลากลับ ไปก่อน” เมื่อธนิยะกล่าวดังนั้นแล้ว ก็ทำความเคารพสีห เสนาบดีและภีมเสนะ ซึ่งสุรเสนะก็ทำตามอย่าง สีหเสนา บดีรับเคารพแล้วก็สั่งให้จัดมานำสองพ่อลูกไปส่งยังกอง เกวียนต่อไป ในวันต่อมา สีหเสนาบดีก็ได้ให้ทหารไปพาสุรเสนะ เที่ยวชมตัวเมือง ตลอดจนสถานที่สำคัญต่าง ๆ มีลิจฉวัสภา เป็นต้น แม้สระหวงห้ามที่เจ้าลิจฉวีกีดกันนักหนามิให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดกล้ำกรายเข้าไป สีหเสนาบดีก็สั่งให้นายประตูคอย อนุญาตให้นายทหารพาสุรเสนะเข้าไปดูได้ เพียงแต่กำชับ มิให้ลงอาบหรือลูบตัวในสระเท่านั้น บัดนี้ความรู้สึกของสีทเสนาบดีได้เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือใคร่จะได้ตัวสุรเสนะไว้อบรมให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดี แห่งแคว้นวัชชีแทนตน เพราะได้สังเกตเห็นอัธยาศัยใจคออัน ดีงาม ซึ่งได้รับการฝึกหัดอบรมจากบิดาที่ดี ตลอดจนรูป ลักษณะงดงามมีสง่า กับทั้งท่วงทีเจรจา หรือสติปัญญาที่ สำแดงออกมาให้ปรากฏเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ควรไว้ใจให้ ทำงานใหญ่ได้ ความประสงค์ของสีพเสนาบดีดังนี้ ก็เพื่อยัง สันติสุขให้เกิดแก่ชาววัชชียั่งยืนต่อไปอีก (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More