ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๔
J
31 3π f 7
2 4
3
ง } ง
ตาร์
?
สระภาษาสันสกฤตแบ่ง
ออกเป็น ๒ ชุด คือ สระ
จม สระลอย เทียบได้
กับสระไทย ดังนี้
F
T
า
ริ รี
ลู
- 1 โ เ
อะ อา
อิ อี
อุ อู ร์ รี ลุ
เสร็จก็จะแจกกระดาษย่อสรุปหัวข้อที่จะ
บรรยายให้แก่นักศึกษาแต่ละคน เมื่อ
อ่านดูครั้งแรกจะไม่เข้าใจว่าอาจารย์พูด
เรื่องอะไร แล้วอาจารย์ก็จะเริ่มบรรยาย
ด้วยอารมณ์ดีมีสีหน้าร่าเริง ตลอดเวลา
บรรยายท่านจะสอดแทรกคำพูดขำๆ
พิมพ์เป็นตำราได้เลยทีเดียว ถ้าใน
กรณีที่ผู้บรรยายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง
โด่งดัง และเดินทางมาจากที่ไกล ๆ มา
บรรยายเป็นโอกาสพิเศษ การจัดที่บรร
ยายก็จะจัดขึ้นในห้องพิเศษ ผู้บรรยาย
จะสวมเสื้อครุยตามวิทยฐานะของตน
เป็นครั้งคราว เพิ่มความมีชีวิตชีวาแก่ผู้ เมื่อเริ่มบรรยายก็จะมายืนบนแท่น
ฟัง อาจารย์จะย้ำเสมอว่า ถ้านักศึกษา
ไม่เข้าใจคำอธิบายตอนใด ขอให้ถามได้
เมื่อใกล้จะจบชั่วโมงบรรยาย เนื่องจาก
คำบรรยายของอาจารย์ในชั้นเรียนนั้น
หาอ่านไม่ได้จากตำราเล่มใด ๆ เพราะ
อาจารย์บรรยายด้วยเนื้อที่ท่านคิดขึ้น
เองจากประสบการณ์ และยังไม่เคยมี
การจัดพิมพ์เป็นตำรา อาจารย์แนะนำ
หนังสืออ้างอิงให้นักศึกษาไปค้นคว้าอ่าน
เพิ่มเติมกันเอาเอง อาจจะเป็นเพราะ
ศาสตราจารย์ท่านนี้มีจิตวิทยาสูงใน
การสอนที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ฟัง
ได้ จึงปรากฏว่านักศึกษาไม่แสดงความ
เบื่อหน่ายเลย ต่างก็ตั้งใจเรียนกันจริงจัง
เพราะทราบดีว่า หากเผลอฟังตก ๆ
หล่น ๆ ก็คงจะไปหาอ่านจากตำราเล่ม
ไหนไม่ได้อีกแล้ว อาตมาคิดว่าคงมี
อาจารย์เพียงไม่กี่คนในมหาวิทยาลัยนี้
ที่มีความสามารถในการสอน ชนิดจูงใจ
บรรยาย และก็เปิดฉากการอ่านแบบร่าย
ยาวตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เสร็จแล้วก็ปิด
แฟ้มเดินออกไปจากห้องทันที ไม่เปิด
โอกาสให้ซักถาม ทิ้งความฉงนงงงวยไว้
ให้กับผู้ฟังที่อยู่เบื้องหลัง
การเรียนของอาตมาในช่วงนี้ค่อน
ข้างจะทุลักทุเล เพราะเมื่อสมัยเป็นนัก
เรียนแพทย์ เวลาฟังการบรรยายก็ชอบ
ฟังมากกว่าชอบจด ทักษะในการเขียน
ให้รวดเร็วตามคำบรรยายของอาจารย์
จึงทำไม่ได้ดี จำได้ว่าบางครั้งเมื่อ
ต้องการทบทวนบทบรรยายของอาจารย์
ก็ต้องอาศัยการถ่ายเอกสารจากเพื่อน
ที่ลายมือดี ๆ มาทบทวน มาถึงคราว
นี้จึงซ้ำหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเป็นการ
เรียนในแขนงวิชาทางอักษรศาสตร์ที่ไม่
เคยมีพื้นฐานมาก่อน และการสอนก็ไม่
ใช่ภาษาของเรา ศัพท์แสงต่าง ๆ ก็
ให้นักศึกษามาฟังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ เฉพาะทางวิชาแพทย์ที่เคยเรียนรู้มาถือ
ตามปกติเวลาศาสตราจารย์คน
อื่นเข้ามาบรรยาย ก็จะเปิดตำราหรือบท
ความที่ตนได้เขียนเรียบเรียงไว้ดีแล้ว
นำมาใช้ในการอธิบายมากมาย ซึ่งศัพท์
ว่าช่วยอะไรไม่ได้เลย ถึงแม้อาตมาจะ
เคยเรียนภาษาอังกฤษจากโรงเรียน
อัสสัมชัญเมื่อสมัยก่อน แต่ก็เป็นความรู้
และกางตำราอ่านให้นักศึกษาฟังตั้งแต่
ต้นจนจบที่แท่นบรรยาย บทความที่
ท่านศาสตราจารย์นำมาอ่านนั้นมัก
เป็นบทความที่ซ้ำ ๆ กัน ในวิชาเดียวกัน
นั่นเอง เข้าใจว่าเรียบเรียงคราวเดียว
ก็ใช้ได้นาน และจะเป็นสำนวนภาษา
อังกฤษที่สละสลวยไพเราะ นำไปจัด
Kalyanamitra.org
ระดับการอ่านเขียนทั่ว ๆ ไป ไม่ถึงขนาด
จะจดคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้
จึงต้องคิดหาวิธีเรียนที่ได้ผล โดยการใช้
เทปบันทึกเสียง อัดคำบรรยายทุกคำ
ของอาจารย์แล้วก็นั่งหลับตาในสมาธิ
ทำความเข้าใจตามไปในขณะนั้น หลัง
จากนั้นจึงถอดเทปสรุปเอาใจความ