บัณฑิตผู้ประสบทุกข์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 140

สรุปเนื้อหา

บัณฑิตผู้ประสบทุกข์ ย่อมไม่ทิ้งธรรม “ในชีวิต ได้เคยประสบความ ทุกข์อย่างมหาศาลมาแล้ว เมื่อลูกชาย คนโตเสียชีวิต ก็หาหนทางที่จะดับทุกข์ ภรรยาก็ได้เข้าวัด ถือศีล ปฏิบัติธรรม ตัวเราเองก็บวชและอุทิศกุศลให้กับลูกชาย โบสถ์ของเขาเป็นสังคมอันหนึ่ง เขายังมี เด็กกำพร้ามาเรียน มีผู้สูงอายุมาปฏิบัติ ศาสนกิจ ท่านก็มีความหวังว่า ศาสนา พุทธของเรา ก็ต้องไม่เพียงแต่ เป็นที่พึ่งทางใจอย่างเดียวเท่านั้น แต่ เราควรสร้างวัดให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของผม ในปีที่แล้ว ผมก็เลยบอกพี่ ๆ น้อง ๆ ว่า ไม่ต้องซื้อดอกไม้มาอวยพรหรอก ถ้า ใครอยากจะอวยพรวันเกิดให้ผม ก็เอา เงินใส่ซองไปซื้อที่ดินถวายวัด ได้ไป เจ็ดแสนบาท คือผมจะพยายามนำให้ คนเข้ามาสู่พระพุทธศาสนาให้มากขึ้น ซึ่งการทำเช่นนี้ แม้เพียงแต่เริ่มต

หัวข้อประเด็น

- บัณฑิตผู้ประสบทุกข์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บัณฑิตผู้ประสบทุกข์ ย่อมไม่ทิ้งธรรม “ในชีวิต ได้เคยประสบความ ทุกข์อย่างมหาศาลมาแล้ว เมื่อลูกชาย คนโตเสียชีวิต ก็หาหนทางที่จะดับทุกข์ ภรรยาก็ได้เข้าวัด ถือศีล ปฏิบัติธรรม ตัวเราเองก็บวชและอุทิศกุศลให้กับลูกชาย โบสถ์ของเขาเป็นสังคมอันหนึ่ง เขายังมี เด็กกำพร้ามาเรียน มีผู้สูงอายุมาปฏิบัติ ศาสนกิจ ท่านก็มีความหวังว่า ศาสนา พุทธของเรา ก็ต้องไม่เพียงแต่ เป็นที่พึ่งทางใจอย่างเดียวเท่านั้น แต่ เราควรสร้างวัดให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของผม ในปีที่แล้ว ผมก็เลยบอกพี่ ๆ น้อง ๆ ว่า ไม่ต้องซื้อดอกไม้มาอวยพรหรอก ถ้า ใครอยากจะอวยพรวันเกิดให้ผม ก็เอา เงินใส่ซองไปซื้อที่ดินถวายวัด ได้ไป เจ็ดแสนบาท คือผมจะพยายามนำให้ คนเข้ามาสู่พระพุทธศาสนาให้มากขึ้น ซึ่งการทำเช่นนี้ แม้เพียงแต่เริ่มต้นเท่า ทุกสิ่งทุกอย่าง นี่เป็นจุดแรกที่มุ่งมั่นใน | นั้นก็มีความสุขแล้ว....” ทางพระพุทธศาสนา ด้วยความเชื่อมั่น ใครจะว่าเรางมงาย เราก็ไม่ว่า แต่เรา มีความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าเราไม่มีความเชื่อ มั่นแล้ว ชีวิตคงแย่ จึงเป็นช่วงชีวิตที่ มีความทุกข์อย่างหนักที่สุด หลัง จากบวชแล้วก็ได้ลาสิกขาออกมา แล้ว จึงตั้งใจไว้ว่า เราจะปฏิบัติทุกอย่าง เพื่อพระพุทธศาสนา และไม่ว่าจะเป็น การสร้างโบสถ์ สร้างพระ ก็ทำมาเรื่อย ชวนญาติพี่น้องทำร่วมกันมาโดยตลอด แม้ในขณะนี้ ก็เป็นประธานสร้างวัด ในกรุงเทพฯ เป็นวัดใหม่ ซึ่งต้องใช้ทุน อย่างมหาศาลมากทีเดียว ขณะนี้เป็น สำนักสงฆ์ ชื่อ “พุทธจักรมงคลศรีบุญ ยะเขตร์” อยู่แถบชานเมือง ทางไป จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านเจ้าคุณที่วัดสุทัศน์ฯ ท่าน ไปสร้างวัดที่ซานฟรานซิสโก และไป สร้างที่ฟลอริดา เมื่อท่านกลับมาก็ได้ มาปรึกษาหารือกับผมว่า ชาวคริสต์ เขาไม่เพียงเฉพาะมีโบสถ์เพื่อประกอบ พิธีทางศาสนาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก เมื่อ ท่านได้กรุณาเล่าให้ฟังว่า “ในช่วง ๔ ปี ที่ผ่านมา ผมได้ทำโครงการช่วยเด็กพิการ และ มีความตั้งใจอย่างแท้จริงว่า จะอยู่ เคียงข้างกับเด็กพิการ เราจัดครั้ง แรกในปี ๒๕๒๔ ในการจัดงานครั้งแรก นั้น คือจัดเดินการกุศลให้กับเด็กพิการ เด็กพิการเขามาเดินกับเราด้วย เราได้ไปเห็นเด็กพิการเหล่านี้แล้ว ก็เห็น ว่า ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่กับเขาเพียงวันเดียว แต่เราควรอยู่กับเขานาน ๆ ถ้าเราไม่ ไปพบกับเขา มันเหมือนกับว่าเราลืมเขา เหมือนกับว่า เราทำงานเอาหน้า พอ พูด พูด พูด แล้วก็หายไป ด้วยความ คิดเช่นนี้ ผมจึงได้ช่วยเด็กพิการเหล่านี้ มาโดยตลอด 4 ปีมานี้ผมได้ไปเห็น เด็กพิการ นับแต่เด็กหูหนวก เด็กตาบอด เด็กปัญญาอ่อน จนกระทั่งถึงเด็กพิการ ซ้ำซ้อนที่ปากเกร็ด ไปเห็นแล้วมันมี ความเศร้า ความเข้มข้นของความเศร้า มันมากเหลือเกิน มากขึ้นตามลำดับเลย แต่ก่อนนี้สถานที่รับเลี้ยงเด็กพิการที่ ปากเกร็ด ไม่เปิดให้คนเข้ามาสงเคราะห์ เพิ่งเปิดเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เพราะว่า ไม่ ต้องการให้ใครออกข่าว กลัวว่าเมื่อเห็น แล้วมันจะเหมือนกับว่า เยาวชนของชาติ มีแต่ความพิกลพิการ แต่เมื่องบประ มาณแผ่นดินไม่เพียงพอ บุคลากรที่ดูแล เด็กพิการหนึ่งคนต่อยี่สิบถึงสามสิบคน ซึ่งเป็นการทำงานที่หนักเกินไป สงสาร แกจังเลย เราก็เลยต้องหาคนให้อีก จ้างคนดูแลเด็กพิการเพิ่มขึ้น ซึ่งต้อง ให้เงิน ๑๘,๐๐๐ บาทต่อหนึ่งปี ตกเดือน ละ ๑,๕๐๐ บาท โดยทั่วไปแล้ว คนที่ จะทำงานเช่นนี้ได้ ต้องเป็นอาสาสมัคร ด้วย เพราะการที่ต้องมาดูความพิการ ทุกวัน ๆ นั้นเป็นสิ่งที่หนักมากเหมือนกัน พอเราเข้าไปในช่วงสี่ปี เด็กพิการดูจะมี สุขภาพจิตดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ยังได้ทำโครงการ “บ้านในฝัน” ให้กับ เด็กพิการ วัตถุประสงค์ก็เพื่อฝึกให้ แกได้รู้ พอแกโตขึ้นจะได้สามารถอยู่ใน สังคมได้ แม้แต่ทางด้านอาชีพก็พยายาม ส่งเสริมเช่นซื้อจักรให้ เมื่อแกผลิตอะไร ออกมาได้ เราก็รับซื้อนำไปกระจายต่อ แก่ผู้สนใจสินค้า ที่เราทำไป ก็ด้วยความรู้สึกรับ ผิดชอบ ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร หรอก แม้ถึงอย่างนั้นในปีที่แล้วก็ได้รับ รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์สังข์เงิน ในสาขา ส่งเสริมความเข้าใจอันดีให้เกิดความ มั่นคงแห่งชาติ ก็ได้โทรศัพท์ไปบอก เขาว่า จะไม่ขอรับ เพราะตั้งแต่ทำงาน มา ไม่เคยเปิดเผยว่าจะต้องทำเพื่อให้ได้ อะไร ก็ขอปฏิเสธด้วยความขอบคุณ ในวันรุ่งขึ้น ทางสมาคมเขาบอกว่า ได้ นำเรื่องนี้ไปพูดในสมาคมเป็นครั้งสุด Kalyanamitra.org ≈3
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More