ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องพระวักกลิ ดังที่ได้ยกขึ้น
มากล่าวข้างต้นนั้น เมื่อประกอบกับ
ความในอัคคัญญสูตรแล้ว ย่อมส่อง
ความให้เห็นว่า ที่พระพุทธองค์ตรัสว่า
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ก็หมายความ
ว่า ผู้ใดเห็นดวงธรรม ที่ทำให้เป็น -
ธรรมกาย ผู้นั้นได้ชื่อว่าเห็นเรา
คือตถาคตนั่นเอง มิใช่อื่นไกล หรือพูด
ให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็คือ ผู้ใดเห็นดวง
ธรรมที่ว่านี้ ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า หรือ
อีกอย่างหนึ่งว่า ผู้ใดเห็นธรรมกาย
ผู้นั้นย่อมเห็นพระพุทธเจ้า
ทำไมจึงหมายความเช่นนั้น ก็
เพราะว่า ขณะนั้นพระวักกลิก็อยู่ใกล้ ๆ
กับพระองค์ หากจะแลดูด้วยลูกตาธรรม
ดา ทำไมจะไม่เห็นพระองค์ เพราะไม่
ปรากฏว่าพระวักกลินั้นตาพิการ เมื่อ
เป็นเช่นนี้ไฉนพระองค์จะทรงตรัสเช่นนั้น
เล่า ที่ทรงตรัสเช่นนั้นจึงตีความได้ว่า
ที่แลเห็นด้วยตาธรรมดานั้นเห็นแต่เปลือก
ของพระองค์ คือ กายพระสิทธัตถะที่
ออกบวช ซึ่งมิได้อยู่ในความหมายแห่ง
คำว่า เรา (ตถาคต) และยังตรัสว่าเป็น
กายที่เน่าเปื่อยด้วยนั้น คือกายพระสิท
ธัตถะที่ออกบวชซึ่งเป็น กายภายนอก
นั่นเอง คำว่า เรา ในที่นี้จึงสันนิษฐาน
ได้ว่า หมายถึง กายภายใน ซึ่งไม่ใช่
กายเปื่อยเน่า กายภายในคืออะไรเล่า
ก็คือ ธรรมกาย นั่นเอง จะเห็นได้
อย่างไร ข้อนี้ตอบไม่ยากเมื่อได้บำเพ็ญ
กิจถูกส่วนแล้ว ท่านจะเห็นด้วยตาของ
ท่านเอง คือเห็นด้วย ตาธรรมกาย ไม่ใช่
ตาธรรมดา พระดำรัสของพระองค์
ดังยกขึ้นมานั้น เป็นปัญหาธรรม มี
นัยลึกซึ้งอยู่ อันผู้ที่มิได้ปฏิบัติธรรม
แล้วเข้าใจได้ยาก แต่ถ้าผู้ที่ปฏิบัติได้
พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้รับพระราชทาน
พัดยศเทียบเปรียญ
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับพระราชทาน
เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้น
ราช มีพระราชทินนามว่า พระมงคล
ราชมุนี
พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทาน
แล้วจะตอบปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้น
อย่างง่ายดายไม่ต้องถามใคร
วิชชาธรรมกายนี้ท่านทำการสั่ง
สอนเรื่อยมา จนกระทั่งใกล้มรณภาพไม่
เคยขาดแม้แต่วันเดียว จะเห็นได้จาก
จริยาวัตรของท่าน
๑. คุมภิกษุสามเณรลงทำวัตร
ไหว้พระในโบสถ์ทุกวัน วันละ ๒ เวลา
คือ เช้าหนหนึ่ง เย็นหนหนึ่ง และได้ให้
โอวาทสั่งสอนภิกษุสามเณรทั้ง ๒ เวลา
๒. วันพระและวันอาทิตย์ ลง
แสดงธรรมในโบสถ์เองเป็นนิจ
๓. ทำกิจภาวนาอยู่ในสถานที่
ซึ่งจัดไว้เฉพาะ เป็นกิจประจำวัน และ
ควบคุมพระให้ไปนั่งภาวนารวมอยู่กับ
ท่าน ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนพวก
อุบาสิกาก็ให้ทำกิจภาวนาเช่นกัน
๔. ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๔.๐๐
น. ลงสอนการนั่งสมาธิแก่ ภิกษุ สาม |
เณร อุบาสก อุบาสิกา ที่ศาลาธรรม
๕. จัดให้มีครูสอนปริยัติธรรม
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้รับสมณศักดิ์
ดังนี้
พ.ศ. ๒๔๖๓ เป็นพระครูสัญญา
บัตรมีพระราชทินนามว่า พระครูสมณ
ธรรมสมาทาน
พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับพระราชทาน
เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้น
สามัญ มีพระราชทินนามว่า พระภาวนา
โกศลเถระ
เทพ มีพระราชทินนามว่า พระมงคล
เทพมุนี
ท่านมรณภาพเมื่อ ๓ กุมภาพันธ์
๒๕๐๒ ยังความสลดใจแก่ศิษยานุศิษย์
เป็นอันมาก ประทีปของโลกในยุคปัจจุบัน
ได้ลาลับไปแล้ว บัดนี้แม้ว่าท่านจะมรณ
ภาพมาได้ ๒๓ ปีเศษ วิชชา ธรรม
กาย” ก็ยังมีผู้ปฏิบัติกันอยู่สืบมาและ
นับวันจะเพิ่มมากขึ้น จากแสนคนเป็น
ล้านคน เกียรติคุณของวิชชานี้ไม่เพียง
แต่จะโด่งดังในประเทศเท่านั้น แม้ชาว
ต่างชาติก็ยังสนใจไปปฏิบัติธรรมกันที่
วัดปากน้ำมากมาย อีกทั้งมีสาขากระ
จายไปทั่วประเทศ และที่เรากำลังดำเนิน
การก่อสร้าง ธุดงคสถาน วัดพระ
ธรรมกาย ณ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง
จ.ปทุมธานี ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่จะจรรโลง
ไว้ซึ่งวิชชาธรรมกาย
รักษ์ร่างพอสร่างร้าย รอดตน
ยอดเยี่ยม “ธรรมกาย” ผล ผ่องแผ้ว
เลอเลิศล่วงกุศล
เชิญท่านถือเอาแก้ว
ไดอื่น
ก่องหล้าเรืองสกุล
พระมงคลเทพมุนี
Kalyanamitra.org
๒๗