การขออภัยของนายสุมังคละ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 1 หน้า 40
หน้าที่ 40 / 140

สรุปเนื้อหา

ท่านอำมาตย์ที่เคารพ ถึงวันนี้ คิดดังนั้นแล้ว นายสุมังคละจึงเข้าไปขอร้องอำมาตย์ ที่ตนคุ้นเคยดีผู้หนึ่ง แล้วปรึกษาหาวิธีหลั่งน้ำพระทัย วันต่อมา เมื่อมีโอกาสเหมาะ อำมาตย์ผู้นั้นได้ทำ ที่กล่าวถึงคุณความดีของนายสุมังคละแก่เพื่อนอำมาตย์ โดย ให้พระเจ้าพรหมทัตได้ยินด้วยว่า “ผู้ที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย วาจาสุภาพอ่อนโยน ทำการทำงานขยันขันแข็ง ดูแลอุทยานได้เรียบร้อย ฉันไม่เห็น มีใครเกินนายสุมังคละไปได้ เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงได้ยินชื่อนายสุมังคละ ก็ทรงนิ่งเสีย แล้วตรัสเรื่องอื่นแทน อำมาตย์จึง นายสุมังคละทราบจากอำมาตย์ว่า พระเจ้าพรหม แล้วหากพระเจ้าพรหมทัตยังไม่ทราบว่า พระองค์ยังไม่หายขุ่นเคืองพระทัย หายกริ้วฉัน จะฆ่าฉันทั้ง ทัตยังกริ้วตนอยู่ ก็มิได้กล่าวอะไร ได้แต่ทำตาแดง ๆ ด้วย ครอบครัวฉันก็ยินดี วันรุ

หัวข้อประเด็น

- การขออภัยของนายสุมังคละ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

365 ท่านอำมาตย์ที่เคารพ ถึงวันนี้ คิดดังนั้นแล้ว นายสุมังคละจึงเข้าไปขอร้องอำมาตย์ ที่ตนคุ้นเคยดีผู้หนึ่ง แล้วปรึกษาหาวิธีหลั่งน้ำพระทัย วันต่อมา เมื่อมีโอกาสเหมาะ อำมาตย์ผู้นั้นได้ทำ ที่กล่าวถึงคุณความดีของนายสุมังคละแก่เพื่อนอำมาตย์ โดย ให้พระเจ้าพรหมทัตได้ยินด้วยว่า “ผู้ที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย วาจาสุภาพอ่อนโยน ทำการทำงานขยันขันแข็ง ดูแลอุทยานได้เรียบร้อย ฉันไม่เห็น มีใครเกินนายสุมังคละไปได้ เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงได้ยินชื่อนายสุมังคละ ก็ทรงนิ่งเสีย แล้วตรัสเรื่องอื่นแทน อำมาตย์จึง นายสุมังคละทราบจากอำมาตย์ว่า พระเจ้าพรหม แล้วหากพระเจ้าพรหมทัตยังไม่ทราบว่า พระองค์ยังไม่หายขุ่นเคืองพระทัย หายกริ้วฉัน จะฆ่าฉันทั้ง ทัตยังกริ้วตนอยู่ ก็มิได้กล่าวอะไร ได้แต่ทำตาแดง ๆ ด้วย ครอบครัวฉันก็ยินดี วันรุ่งขึ้น พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบข่าวการ ปรินิพพานของพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ทรงเสียพระทัย ยิ่งนัก พระองค์รีบเสด็จมายังพระราชอุทยาน ให้ ทหารทั้งหลายนำพระศพมาจัดการถวายพระเพลิง อย่างยิ่งใหญ่ตามพระราชประเพณี แล้วให้ก่อเจดีย์ บรรจุพระธาตุเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับเคารพบูชา ฝ่ายนายสุมังคละนั้น แม้ว่าจะพาลูกเมียหนีไปแล้ว แต่ใจของเขา เฝ้าคิดถึงพระเจ้าพรหมทัตอยู่เสมอ “พระเจ้าพรหมทัต เป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระ เมตตา พระองค์ย่อมจะทราบดีว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็น อุบัติเหตุ เราเองก็เสียใจมาก แต่วันนั้น เราจำเป็นต้องหนี มาก่อน เพราะอยู่ไป ก็จะยิ่งทำให้พระองค์กริ้วมากขึ้น ดี ไม่ดี เราเองอาจจะต้องตายไปด้วย พระองค์ก็จะทรงมี บาป แต่บัดนี้ เวลาได้ผ่านมาตั้งปีแล้ว พระองค์จะหาย กริ้วเราหรือยังหนอ?” คิดว่า นายสุมังคละเฝ้ารำพึงรำพันเช่นนี้ จนในที่สุด เขา “เราน่าจะวานท่านอำมาตย์ให้ช่วยหยั่งน้ำพระทัยของ พระเจ้าพรหมทัต” ความเสียใจยิ่งนัก ครั้นเวลาผ่านไปอีกปีหนึ่ง นายสุมังคละคิดว่า “ย่างเข้าปีที่ ๒ นี่แล้ว พระเจ้าพรหมทัตอาจจะทรง หายกริ้วเราแล้วก็ได้ เราจะลองขอร้องให้อำมาตย์ช่วยหยั่ง น้ำพระทัยพระองค์อีกที” นายสุมังคละ จึงไปขอร้องอำมาตย์คนเดิมอีก อำมาตย์ มีความเห็นใจนายสุมังคละ จึงยินยอมรับคำ ครั้นได้ โอกาสเหมาะ อำมาตย์จึงกล่าวกับเพื่อนอำมาตย์ด้วยกันใน ที่ไม่ไกลจากที่ประทับว่า “คิดถึงนายสุมังคละนะเพื่อน ถ้าเขายังอยู่ ต้นไม้ดอก ไม้ในพระราชอุทยานก็คงจะงามสะพรั่งไปแล้ว” พระเจ้าพรหมทัตทรงได้ยิน แต่ก็ทรงนิ่งเฉยเสีย เช่นคราวก่อน นายสุมังคละทราบจากอำมาตย์ว่า พระเจ้าพรหมทัตยังกริ้วอยู่ ก็ได้แต่ร้องไห้จากไป ครั้นย่างเข้าปีที่สาม นายสุมังคละผู้ภักดี ได้พาลูก เมียไปหาอำมาตย์แล้วกล่าวว่า “ท่านอ่ามาตย์ที่เคารพ ถึงวันนี้แล้ว หากพระเจ้า พรหมทัตยังไม่หายกริ้วฉัน จะฆ่าฉันทั้งครอบครัว ฉันก็ยินดี การที่ฉันไม่ได้รับใช้พระองค์ ฉันก็เป็นทุกข์เหมือนตายทั้งเป็น อยู่แล้ว ขอร้องท่านอีกสักครั้งเถิด ช่วยพาฉันไปเฝ้าพระองค์ ด้วย" อำมาตย์จึงปลอบใจว่า “สุมังคละ อย่าเสียใจให้มากนักเลย ฉันคิดว่า ขณะนี้ พระองค์อาจจะหายกริ้วเธอแล้วก็ได้” Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More