การอบรมเด็กในครอบครัวอังกฤษ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 5 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 126

สรุปเนื้อหา

เรื่องฝังใจเขาไปอีกนานแสนนานในอนาคต สู้อดทนชี้แจงด้วยเหตุด้วยผลจะดีกว่า แม้จะ นานหน่อยแต่ผลลัพธ์ที่สุดแล้วจะดีกว่า อันที่จริงชาวอังกฤษก็มีภาษิตอยู่บท หนึ่งว่า Spare the Rod Spoit the Child ซึ่งเทียบ กับของไทยคือ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ใน ปัจจุบันสังคมอังกฤษแทบจะไม่ได้ยินคำพังเพย นี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อาตมาไม่เห็นในครอบครัว เหล่านี้ คือ โทรทัศน์ ถึงแม้ว่ารายการโทร ทัศน์ของอังกฤษนั้นได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด ในโลกในเรื่องของสาระและความบันเทิง แต่ เขาเลือกที่จะไม่ยอมนำมันเข้ามาในบ้าน จะ มีก็แต่เพียงวิทยุ หรือเครื่องเสียง ซึ่งมักจะมี คุณภาพอย่างดี จากเหตุผลที่ได้ฟังมา โทรทัศน์นั้นเป็น สิ่งที่ทำลายจินตนาการของเด็ก และทำลาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว บ้านไหนที่เปิดทีวี ดู เด็กก็จะมาชุมนุมอยู่หน้

หัวข้อประเด็น

- การอบรมเด็กในครอบครัวอังกฤษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรื่องฝังใจเขาไปอีกนานแสนนานในอนาคต สู้อดทนชี้แจงด้วยเหตุด้วยผลจะดีกว่า แม้จะ นานหน่อยแต่ผลลัพธ์ที่สุดแล้วจะดีกว่า อันที่จริงชาวอังกฤษก็มีภาษิตอยู่บท หนึ่งว่า Spare the Rod Spoit the Child ซึ่งเทียบ กับของไทยคือ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ใน ปัจจุบันสังคมอังกฤษแทบจะไม่ได้ยินคำพังเพย นี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อาตมาไม่เห็นในครอบครัว เหล่านี้ คือ โทรทัศน์ ถึงแม้ว่ารายการโทร ทัศน์ของอังกฤษนั้นได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด ในโลกในเรื่องของสาระและความบันเทิง แต่ เขาเลือกที่จะไม่ยอมนำมันเข้ามาในบ้าน จะ มีก็แต่เพียงวิทยุ หรือเครื่องเสียง ซึ่งมักจะมี คุณภาพอย่างดี จากเหตุผลที่ได้ฟังมา โทรทัศน์นั้นเป็น สิ่งที่ทำลายจินตนาการของเด็ก และทำลาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว บ้านไหนที่เปิดทีวี ดู เด็กก็จะมาชุมนุมอยู่หน้าจอ จ้องตาเขม็ง ติดตามรายการต่าง ๆ อย่างใจจดใจจ่อ จนรู้ ว่าโฆษณาอันไหนมาก่อนหลัง พ่อแม่ที่ชอบ เลี้ยงลูกง่าย ๆ ก็ดีใจเพราะว่าไม่ต้องเห็น เด็กชน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เด็กจะไม่ได้ใช้เวลา อยู่กับพ่อแม่เพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ การฟังนิทานนั้นเป็นสิ่งที่สร้างเสริม จินตนาการให้กับเด็กอย่างมาก เพราะฟัง ไปแล้วต้องนึกภาพไปด้วย นึกเหตุการณ์ ไปด้วย และสิ่งนี้มีความจำเป็นต่อวิวัฒนา การทางสติปัญญาของเด็กในอนาคต ในบางครอบครัวที่มีความรู้ทางจิต วิทยาการพัฒนาการของเด็กดีหน่อย จะพิถี พิถันกับของเล่นของลูก ๆ โดยจะเลือกซื้อของ เล่นต่างชนิดตามระดับอายุที่พอเหมาะกับ วิวัฒนาการของเด็กในช่วงวัยต่าง ๆ และพ่อ แม่ก็จะขลุกอยู่กับลูกอยู่พักใหญ่ ทุก ๆ วัน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับ ลูก เมื่อโตขึ้นมาหน่อย เด็กแต่ละคนก็จะมี ห้องส่วนตัวของตนเอง เป็นโลกส่วนตัวของ เรา ซึ่งจะไม่มีใครมาแตะต้อง แม้แต่พ่อ แม่ของตัวเองจะเข้ามา ต้องเคาะประตูขอ อนุญาตเสียก่อน สําหรับเราอาจจะเห็นเป็นสิ่ง เล็กน้อยไม่สำคัญ แต่นี้เป็นการปลูกฝังเรื่อง สิทธิมนุษยชนให้กับเด็กตั้งแต่แรกเริ่ม ในหลาย ๆ ครอบครัวที่ได้ไปพบเข้า ในห้องรับแขก โต๊ะเขียนหนังสือ หรือบนชั้น เหนือเตาผิง มักจะมี รูปวาดหรืองานฝีมือ ชิ้นแรกของลูก ซึ่งจะสวยหรือไม่สวยก็ คาม คิดอยู่เสมอ ในแง่หนึ่งก็เป็นการ แสดงออกถึงความสนใจในกิจกรรมของลูก ของเขา แต่อีกแง่หนึ่งเป็นการสร้างสรรค์ความ ฝักใฝ่ในศิลปะของเด็กให้เกิดมีขึ้นอย่างมาก ศิลปะเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ก็ดี การหัด ให้ลูกได้สร้างสรรค์จินตนาการจากการฟังก์ * การอบรมสั่งสอนลูกโดยไม่ใช้อารมณ์ก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นแบบฝึกหัดที่ขัดเกลาจิตใจของ เด็กจากครอบครัวระดับนี้ให้มีความละเอียด อ่อน เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างมากได้ดี และต่อไปเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ก็จะ แตกลูกแตกดอกเป็นความคิดสร้างสรรค์ทาง วรรณกรรม ปรัชญา หรือการเมือง ใน อนาคต สมัยหนึ่งอาตมามีความเห็นว่าครอบ ครัวเลี้ยงลูกโดยการไม่มีลูกเลยนั้น เป็นสิ่งที่ ผิด แต่ในปัจจุบันความเห็นนี้กลับตรงกัน ข้าม เพราะมาได้เห็นตัวอย่างดังที่กล่าวมา แล้ว การที่ไม่ดีลูกนั้น มิได้หมายความว่าจะ ให้พ่อแม่ตามใจลูกจนเสียคน แต่การอดทน แจงด้วยเหตุด้วยผลนั้นจะให้ผลดีกับเด็ก มากกว่าในอนาคต จุดหมายของการลงโทษนั้นคือการ เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่เป็นการระบายอารมณ์ ของผู้ปกครอง การใช้ไม้เรียวลงโทษนั้นอาจ เป็นการปลูกฝังความเคียดแค้นในใจของ เด็ก ซึ่งนำไปสู่ความด้านไม้ และพฤติกรรม ต่อต้านสังคมได้ง่าย วิธีการลงโทษที่ดีนั้นคือ การสร้างความ สํานึกในใจของผู้ทำผิดให้เห็นว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่ง ที่ไม่ควรทำ และเกิดความละอายแก่ใจในการ จะทำอย่างนั้นอีก การกำหนดงานให้ทำ ซึ่ง พอเหมาะกับโทษของความผิดเพื่อให้ผู้ทำผิดรู้ สำนึกนั้น ดูจะชอบด้วยเหตุผลมากกว่า และ เป็นการฝึกหัดให้คนผิดรู้จักยอมรับกฎเกณฑ์ ของสังคมโดยไม่ต้องมีการขู่เข็ญบังคับกัน พรหมวิหารสี่ นั้น จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด สำหรับให้พ่อแม่อบรมลูกของตนให้เป็นคนดี ในวัฒนธรรมของเราเองนั้น มีอะไร หลายอย่างที่พ่อแม่สามารถนำมาช่วยอบรม บุตรหลานของตนได้เช่น นิทานชาดก ซึ่ง ถ้ามองเผิน ๆ จะเป็นเรื่องสอนคติธรรมพื้น ๆ แต่ถ้าหากมาพิจารณากันให้ดีแล้ว นิทาน ชาดกนั้น จะเป็นการวางรากฐานทางคุณ ธรรมให้เยาวชนอย่างดีเยี่ยม เพราะนอก จากจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความดีงามทั้ง หลายแล้ว นิทานชาดกยังช่วยสร้างความ เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ความกลัวบาป สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กทำความดี และ ทําให้เด็กเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตอย่างหนึ่ง ว่า ความตายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต เหมือนพระโพธิสัตว์ ซึ่งในชาตินั้น ๆ ทำความ ดีอย่างนั้น ๆ แล้ว ก็ต้องตายไป แต่ก็ไปเกิดทำ ความดีอย่างอื่นอีกในชาติต่อไป และเมื่อ ความพลัดพราก คือความตาย ซึ่งเป็นธรรม ชาติของชีวิตมาถึง เด็กที่ได้รับการปลูกฝัง ความเข้าใจอย่างนั้นจะมีหลักยึดในชีวิต มากกว่าผู้ที่ได้รับการอบรมอย่างดีในแบบ ตะวันตก การที่พ่อแม่สละเวลาวันละเล็กวันละ น้อย เล่านิทานชาดกให้ลูกของตนฟังนั้น จะ เป็นการสร้างสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นระหว่าง ตนเองกับบุตรธิดาอีกด้วย วัฒนธรรมของบ้านนั้น คือรากฐาน สำคัญที่สุดของวัฒนธรรมของชาติ ถ้า แต่ละครอบครัวรู้จักวิธีการอบรมบ่มนิสัย บุตรหลานของตนอย่างถูกวิธี ความเจริญ รุ่งเรืองของสังคมไทยในอนาคตก็เป็นอัน หวังได้ และจะไม่นานเกินรอ อ่านต่อฉบับหน้า } พฤษภาคม ๒๕๖๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More