ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๔.
ก็ยังไม่ขยับเขยื้อน มีเสียงจากข้างล่างเรียกชื่อของเขา
มากระทบความรู้สึกทีละน้อย ๆ
“ยอร์ช ยอร์ช อยู่ที่นั่นหรือ”
มีเสียงเดิน แล้วก็มีเสียงเคาะประตูอย่างถี่
“นอนหลับหรือ ยอร์ช” ประตูได้เปิดออก ศาสตรา
จารย์วิลสันเข้ามา เขาหยุด เขารู้สึกทางประสาท
มากกว่าแลเห็นด้วยสายตาว่ายอร์ชอยู่ที่มุมห้อง
“ยอร์ช เธอขึ้นมาทำอะไรอยู่บนนี้ ในห้องมืด
คนเดียว เหตุไร” ครั้นแล้วเขาก็เข้าใจ เสียงของเขา
จึงเปลี่ยนไป
“เด็กเอ๋ย เรากำลังเลี้ยงอาหารแก่เธออยู่ที่บ้าน
ภรรยาของฉันให้มาตาม
ยอร์ชได้ออกมาที่โต๊ะ มือคลำหาตะเกียงน้ำมัน
“เธอรู้ไหม” นายวิลสันกล่าวเพิ่มเติม “เดี๋ยวนี้
เธอได้เป็นอาจารย์ในคณะนี้แล้ว”
เขาสอดแขนเข้าในแขนของยอร์ชแล้วนำมาที่ประตู
เขา-ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ จะได้ทำการสอนวิชา
ที่ไอโอว่า สเตต วิทยาลัย เป็นสมาชิกแห่งคณะอาจารย์
แน่เทียว เขาได้ไต่ขึ้นไปสูงแล้ว นิสิตวิทยาลัยคนใดเล่า
ไม่ว่าคนผิวขาวหรือผิวดำจะร้องขออะไรให้ยิ่งไป
กว่านี้ แต่ขอบฟ้ายังคงตั้งอยู่ไกลออกไปโพ้น พื้น
พิภพนี้พิภพของพระเจ้า เป็นพิภพของเขาที่ยัง
จะต้องค้นคว้าต่อไป
คำวิจารณ์
(ของผู้แปลและเรียบเรียง)
การที่ยอร์ชเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไฮแลนด์ไม่ได้
ทั้ง ๆ ที่มีความหวังอย่างมากอยู่ก่อนแล้วนั้น ย่อม
กระเทือนจิตใจของเขาอย่างมาก ถ้าจะเปรียบกับตัวอย่าง
สมมติก็เหมือนกับเมื่อเขาได้แพในกลางทะเลเป็นที่เกาะ
อยู่แล้ว แต่ฐานะยังไม่มั่นคงนัก พอเขาเห็นเรือลำหนึ่ง
ผ่านมา จึงทำสัญญาณขอความช่วยเหลือ เรือลำนั้นก็
ส่งสัญญาณตอบว่าจะช่วย ครั้นเรือเข้ามาใกล้ได้ระยะ
ยอร์ชก็ทิ้งแพปล่อยให้ลอยไป ตนเองพยายามว่ายน้ำ
เข้าไปหาเรือ เมื่อเข้าไปใกล้จวนจะเกาะเรือได้อยู่แล้ว
แต่พอนายเรือเห็นเขาเข้า ก็สั่งให้ลูกเรือเดินเครื่องหนี
ไปเสีย ไม่ได้ช่วยอย่างใดเลย การประสบเหตุการณ์
อย่างนี้ถ้าเป็นคนสามัญ ก็เห็นจะไปไม่รอด แต่ยอร์ช
ไม่ใช่คนอย่างนั้นจึงรอดอยู่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะ
เขามี ขันติธรรม ประจำใจ ดังมีมาในมงคลสูตรประการ
ปล่องตะเกียงได้หลุดออกจากมือที่สั่นของยอร์ช ที่ ๒๗ ว่า ขันติ ความทนได้เป็นมงคลสูงสุด
ลงสู่พื้นและแตกกระจาย
เสียงของนายวิลสันสั่น แต่เขาหัวเราะ
“ไม่เป็นไรหรอกนั่นน่ะ มาเถอะ เราจะหาทาง
ลงบันไดของเราได้โดยไม่ต้องมีแสงสว่าง เธอขึ้นมาอยู่
บนนี้นี่เอง ตั้งแต่เธอออกมาจากที่ทำงานของฉันแล้ว”
เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงอย่างที่ไม่มุ่งหมายเจาะจง
อะไร (เพื่อไม่ให้ยอร์ชรู้สึกกระดาก)
แต่ยอร์ชไม่เคลื่อนจากที่
“ท่านว่า ท่านว่า”
“ใช่ เธอได้รับการแต่งตั้งเมื่อบ่ายวันนี้เอง ให้มี
หน้าที่สอนวิชาพฤกษศาสตร์กับมีหน้าที่ดูแลเรือนต้นไม้
ด้วย มาเถอะและขอให้เรามาฉลองกัน ระวังตรง!!
ร้อยเอกคาร์เวอร์ ขวาหัน”
ทั้ง ๆ ที่ยอร์ชได้ถูกสบประมาทอย่างรุนแรง ซึ่ง
น่าจะทำให้เกิดการท้อถอย แต่ยอร์ชก็หาได้หวั่นวิตกไม่
ความตั้งใจเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ยังคงยึดมั่น
อยู่ว่าจะต้องเข้าวิทยาลัยให้ได้ในเมื่อมีโอกาส อย่างนี้
นับว่ายอร์ชมี ฉันทะ อันเป็นประการหนึ่งของอิทธิบาทสี่
อย่างแรงกล้า และเมื่อได้เข้าศึกษาในวิทยาลัยแล้ว
วิริยะ คือ เพียรศึกษา จิตตะ คือ ฝักใฝ่ในการศึกษา
และ วิมังสา คือ หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผล
ในการศึกษา ทั้งนี้ได้รวมเอาทั้งสี่ประการมาเป็นกำลัง
ในขณะเดียวกัน จึงยังผลสำเร็จให้สมประสงค์ในการ
ศึกษา จนได้รับปริญญาพร้อมด้วยชื่อเสียงเด่น ดังที่กล่าว
มานั้น
ในระหว่างที่คอยหาโอกาสเข้าวิทยาลัยอยู่นั้น
Kalyanamitra.org
พฤษภาคม ๒๕๓๑