ภูมิชั้นของจิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 5 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 126

สรุปเนื้อหา

ภูมิชั้นของจิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า จิตของคนเราอาจแบ่งภูมิชั้นได้เป็น ๔ ระดับ ตามการฝึกฝนตนเอง คือ ๑. กามาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในกามารมณ์ยังยุ่งเกี่ยวกับกามคุณอยู่ ได้แก่ ภูมิจิตของคนสามัญทั่วไป ๒. รูปาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในรูปารมณ์มีความสุขความพอใจอยู่ใน อารมณ์ของ รูปฌาน ได้แก่ ภูมิจิตของผู้ที่ฝึก สมาธิมามากจนกระทั่งได้รูปฌาน เมื่อมีชีวิต อยู่ก็ไม่สนใจกามารมณ์ อิ่มเอิบในพรหมวิหาร ธรรม ซึ่งเป็นสุขประณีตกว่ากามารมณ์เป็น เหมือนพระพรหมบนดิน ละจากโลกนี้ไปก็ จะไปเกิดเป็น รูปพรหม ๓. อรูปาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในอรูปารมณ์มีความสุขอยู่ในอารมณ์ ของ อรูปฌาน ได้แก่ ภูมิจิตของผู้ที่ทำสมาธิ จนกระทั่งได้อรูปฌาน มีความสุขที่ประณีต กว่าอารมณ์ของรูปฌานอีก เมื่

หัวข้อประเด็น

- ภูมิชั้นของจิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภูมิชั้นของจิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า จิตของคนเราอาจแบ่งภูมิชั้นได้เป็น ๔ ระดับ ตามการฝึกฝนตนเอง คือ ๑. กามาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในกามารมณ์ยังยุ่งเกี่ยวกับกามคุณอยู่ ได้แก่ ภูมิจิตของคนสามัญทั่วไป ๒. รูปาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในรูปารมณ์มีความสุขความพอใจอยู่ใน อารมณ์ของ รูปฌาน ได้แก่ ภูมิจิตของผู้ที่ฝึก สมาธิมามากจนกระทั่งได้รูปฌาน เมื่อมีชีวิต อยู่ก็ไม่สนใจกามารมณ์ อิ่มเอิบในพรหมวิหาร ธรรม ซึ่งเป็นสุขประณีตกว่ากามารมณ์เป็น เหมือนพระพรหมบนดิน ละจากโลกนี้ไปก็ จะไปเกิดเป็น รูปพรหม ๓. อรูปาวจรภูมิ เป็นชั้นที่ท่องเที่ยว อยู่ในอรูปารมณ์มีความสุขอยู่ในอารมณ์ ของ อรูปฌาน ได้แก่ ภูมิจิตของผู้ที่ทำสมาธิ จนกระทั่งได้อรูปฌาน มีความสุขที่ประณีต กว่าอารมณ์ของรูปฌานอีก เมื่อละจากโลกนี้ ไปก็จะไปเกิดเป็น อรูปพรหม ๔. โลกุตตรภูมิ เป็นชั้นที่พ้นโลกแล้ว ได้แก่ ภูมิจิตของผู้หมดกิเลสแล้ว คือ พระ อรหันต์ มีความสุขล้วน ๆ ละเอียด ประณีต T และในชั้นโลกียภูมินี้ ถึงจะมีความสุข ก็สุขอย่างโลกีย์ ยังมีทุกข์ระคนอยู่ เหมือน อย่างที่เราเจอกัน มีลูกมีครอบครัวก็คิดว่าจะสุข พอมีจริงก็มีเรื่องกลุ้มใจให้ทุกข์จนได้ สุขเหมือน นึกระหว่างหน้าร้อน ก็คิดว่าหน้าฝนจะสุข พอถึงหน้าฝนก็หวังว่าหน้าหนาวจะสบาย เลย ไม่ทราบว่าสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน พระท่าน เปรียบความสุขทางโลกียภูมินี้ว่าเหมือน พยับแดด เราคงเคยเจอกัน ในหน้าร้อน มอง ไปบนถนนไกล ๆ จะเห็นพยับแดดระยิบระยับ อยู่ในอากาศเต็มไปหมด หรือเห็นเหมือนมีน้ำ อยู่บนผิวถนน แต่พอเข้าใกล้ไปดูกลับไม่เห็นมี อะไร สุขทางโลกีย์ก็เหมือนกัน หวังไว้แต่ว่าจะ เจอสุขแต่พอเจอเข้าจริงกลับกลายเป็นทุกข์ ลึกซึ้ง ทั้ง ๔ ภูมินี้ รวมเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ อยู่ร่ำไป ๒ ประเภท คือ โลกียภูมิ ได้แก่ ๑. กามาวจรภูมิ ๒. รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ โลกุตตรภูมิ ได้แก่ ๔. โลกุตตรภูมิ ๓. ในชั้นโลกียภูมินั้น ก็มีสุขมีทุกข์คละเคล้า กันไป และมีการยักย้าย ถ่ายเทขึ้นลงได้ ผู้ที่ อยู่ในอรูปาวจรภูมิถ้าไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรม ประมาทอาจตกลงมาอยู่ชั้นกามาวจรภูมิก็ได้ ผู้อยู่ชั้นกามาวจรภูมิ ถ้าตั้งใจทำสมาธิอาจ เลื่อนไปอยู่รูปาวจรภูมิหรืออรูปาวจรภูมิได้ เลื่อนไปเลื่อนมาได้ไม่แน่นอน ๗o C ด้วยเหตุนี้จิตของคนที่ตกอยู่ในโลกียภูมิ ทางศาสนาท่านจึงใช้คำว่า “สังสารจิต” แปล ว่า จิตวิ่งวุ่น วิ่งสับสนวนไปเวียนมา จะวิ่ง ไปไหนล่ะ? ก็วิ่งตะครุบสุขนะสิ แต่สุขโลกีย์ มันเป็นสุขกลับกลอก หลอกหลอน จิตก็ เลยกลับกลอกไปด้วย ประการสำคัญคือ สุขโลกีย์มันหนีได้ พอเราจะทันมันก็หนี เมื่อ มันหนีเราก็ตาม แล้วก็ตามไม่ทันสักที ขอให้ลองสังเกตดูเถอะ สุขโลกีย์ที่เป็น ยอดสุขนั้นไม่มี เป็นร้อยตรีก็คิดว่าเป็นร้อยโท คงจะสุข พอเป็นร้อยโทก็คิดว่าเป็นร้อยเอก คงสุข ไล่ตามขั้นไป ร้อยเอกก็ว่าพันตรี พันตรี Kalyanamitra.org ก็ว่าพันโท จนเป็นนายพลก็ยังคิดว่ามีสุข ข้างหน้าที่ดีกว่าของตน เชิญวิ่งตามตะครุบสุขไปเถอะ จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี กี่ชาติ ยิ่งตามตะครุบไปได้สุขโลกีย์ มานิดหน่อย แต่คว้าติดทุกข์มาทุกที บวกลบ กลบหนี้ดูแล้วทุกข์มากกว่าสุข และที่สำคัญ จิตที่วิ่งวุ่นสับสน มีโอกาสพลาดพลั้งได้ง่าย เหมือนคนวิ่งวุ่นสับสนนั้นแหละมีหวังหกล้ม ตกหลุมตกบ่อเข้าจนได้ จิตก็เหมือนกันวิ่งไล่จับ ความสุขหัวซุกหัวซุน คนที่ระวังไม่ดีหกล้มเข้า คุกเข้าตะรางก็เยอะ ถลำลงนรกอเวจีก็มาก อุปมาความสุขในโลกียภูมิทั้ง ๓ ชั้น ได้ดังนี้ กามาวจรภูมิ เป็นสุขชั้นต่ำ ยังยุ่ง เกี่ยวกับกาม สุขเหมือนเด็กเล่นขี้เล่นดิน รูปาวจรภูมิ เป็นสุขที่สูงขึ้นมาหน่อย สุขเหมือนคนมีงานมีการที่ถูกใจทำ เพลิดเพลิน ไป อรูปาวจรภูมิ เป็นสุขที่สูงขึ้นมาอีก สุขเหมือนพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ที่เห็นลูกซึ่งตน เลี้ยงดู อบรมมา มีความเจริญก้าวหน้า หรือ เห็นงานการที่ตนทำสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ชื่นชม ผลงานของดน ในศาสนาอื่น ๆ นอกเหนือจากพระพุทธ ศาสนา อย่างสูงที่สุดก็สอนให้คนเราพัฒนาจิต ได้ถึงขั้นอรูปารมณ์เท่านั้น เช่น ศาสนา พราหมณ์ก็สอนให้คนมุ่งเป็นพระพรหม ยัง พฤษภาคม ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More