ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔๘
ของทุกคนที่แม้เพียงได้เอ่ยพระนามถึงพระองค์
ท่าน ก็ถือว่า เป็นมิ่งมงคลเหลือล้นแล้ว เพราะ
ฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่จะได้แสดงออกถึงความ
จงรักภักดี ประชาชนก็จะร่วมแรงร่วมใจกัน
ชนิดที่เรียกว่า ถอดหัวใจทำ เพื่อ “ในหลวง
ผู้เป็นที่รักยิ่ง"
ท่ามกลางความเงียบสงบ แต่ในดวงใจ
กระหึ่มก้องด้วยความกตัญญู ความสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้แนวความคิด
ริเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างสวนหลวง ร.๙....ใน
ความใฝ่ฝันปรารถนาของบุคคลสองคณะ
ที่มีแรงดลใจตรงกัน ทำให้มีแรงผลักดันให้
เกิดการปฏิบัติให้ความปรารถนาเป็นความจริง
ให้โครงการสวนหลวง ร.๙ เป็นสวนสาธารณะ
แห่งใหม่ระดับนคร เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระ
หม่อมถวายในวาระเฉลิมพระชนมพรรษา
๖๐ พรรษา ในปี ๒๕๓๐ เป็นเครื่องหมาย
แห่งความกตัญญูกตเวที ต่อพระมหากรุณา
ธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่
ทั้งหลาย เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน สืบเนื่อง
มิขาดสาย
สวนสาธารณะแห่งใหม่ที่ประชาชน
ร่วมกันสร้างถวายนี้ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์
อันยาวสืบไปเบื้องหน้าคือประชาชนทั้ง
หลาย ประโยชน์สุขนั้นเอง จักเป็นอนุสรณ์
แห่งสายสัมพันธ์อันมีลักษณะพิเศษระหว่าง
พระมหาราชพระองค์นี้กับราษฎรของ
พระองค์ เป็นสายสัมพันธ์ที่ผูกพันกันอย่าง
ลึกซึ้งยากจักหาได้ในโลกนี้
บุคคลสองคณะที่มีแรงดลใจตรงกัน
คือคณะเอกชนที่มี ท่านผู้หญิงมณีรัตน์
บุนนาค และ นาวาอากาศตรีกำธน สินธ
วานนท์ องคมนตรีเป็นผู้นำ และคณะ
บริหารจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งในขั้น
ริเริ่ม มี พลเรือเอกเทียม มกรานนท์ เป็น
ผู้ว่าราชการ และต่อมา ดร.อาษา เมฆสวรรค์
และ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้เข้าดำรง
ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับช่วง
ตามลำดับ เป็นความคิดริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.
๒๕๒๕
ความคิดริเริ่มและ
ความเป็นมาของ
สวนหลวง ร.๙
เพื่อให้ประชาชนได้ทราบความเคลื่อน
ไหวคืบหน้าของ “สวนหลวง ร.๙” วารสาร
กัลยาณมิตรจึงขอเรียนสัมภาษณ์ น.ต.กำธน
สินธวานนท์ องคมนตรี ในฐานะกรรมการ
เลขาธิการ และกรรมการผู้จัดการโครงการ
พฤษภาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org