ข้อความต้นฉบับในหน้า
วัดชนะสงคราม อนุสรณ์ แต่ได้ผลล้นเหลือเมื่อคำนึง
สงครามชนะ ๓ ครั้ง
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟ้าจุฬาโลกมหาราชนั้น สมเด็จกรมพระราช
วังบวรมหาสุรสิงหนาท ได้ทรงบูรณะปฏิสัง
ขรณ์วัดเดิม ซึ่งเป็นวัดที่อยู่จำพรรษาของ
พระสงฆ์ฝ่ายสามัญ โดยการจัดสถาปนาใหม่
ทั้งวัด น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง
ในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และได้
รับพระราชทานนามใหม่ตามเหตุการณ์ เพราะ
สงครามการรบกับพม่า ไทยรบพม่าจนไทย
สามารถชนะพม่าได้รวม ๓ ครั้ง คือในปี พ.ศ.
๒๓๒๘, ๒๓๒๙ และ พ.ศ. ๒๓๓๐ โปรด
พระราชทานนามของวัดว่า "วัดชนะสงคราม
ราชวรมหาวิหาร”
สุภาสิตานุสรณ์บทหนึ่งรำพึงว่า
ชนะสงครามนามวัดฟังขัดหู
วัดเข้าสู่ศึกสงครามโฉน
แต่ความจริงวัดนี้ไม่มีอะไร
การที่ใช้ชื่อเช่นนี้เพราะมีมูล
ด้วยวังหน้าเจ้าพระยาสุรสีห์
ท่านทรงมิชัยสงครามที่งามอยู่
จึงทรงสร้างวัดนี้เป็นที่ชู
ให้โลกรู้เกียรติศักดิ์นักรบไทย
แล้วตั้งนามตามที่รู้กันอยู่นี้
เพื่อเป็นที่สงฆ์สํานักพักอาศัย
ทำสงครามห้ามกิเลสเหตุภายใน
ให้มีชัยชูชีวิตพิชิตมาร
สงครามนอกสู้ได้ไม่ยากนัก
เมื่อรู้หลักยุทธวิธีมีทหาร
สงครามในใครจะละชนะมาร
เพราะเป็นการลึกล้นพ้นหัวใจ
อันขุนศึกฮึกหาญชาญเดชะ
แม้ชนะหมู่ทหารตั้งล้านได้
แต่ตัวเองเหลิงลอยปล่อยตามใจ
นั่นมิใช่ขุนศึกที่ลึกซึ้ง
ส่วนขุนศึกฝึกตนจนชนะ
ถึงแม้จะน้อยนิดคิดเพียงหนึ่ง
๒๔
นั่นแหละซึ้งสุดสงครามทุกยามเอย
ตามแบบฉบับอันเป็น
อุดมการณ์ของไทยแท้
เกิดเป็นชาวกรุงศรีอยุธยาถือว่า เป็น
นักเสียสละ นักสู้ และรักสงบ ดังนั้นจึงมัก
จะเรียกคนดีในแผ่นดินนี้ เหมือนชาวกรุง
ศรีอยุธยาในกิตติศัพท์ที่ว่า “อยุธยายังไม่
สิ้นคนดี” แบบฉบับของคนไทยจึงเป็นอย่างนี้
พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรม
วโรดม ผู้มีสายโลหิตไทยแท้มาแต่บรรพบุรุษ
และเป็นคนกรุงศรีอยุธยามาอุบัติในฝ่ายพุทธ
จักร เพื่อการกอบกู้และรักษาธรรมวินัย และ
สมบัติพระศาสนาไว้ตามที่ปรากฏแก่ชนทั่วไป
นั้น ท่านถือการปฏิบัติตนไว้ด้วยวิสัยแห่งเลือด
นักสู้เต็มตัว
“รู้ว่างานทุกอย่างนี้ มันต้องมีอุป
สรรคในการทํา เพราะฉะนั้นเราต้อง
มีความอดทนต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นนั้น
พยายามแก้ไขปรับปรุงให้มันเข้ากับเหตุ
การณ์แล้วก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น
ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำจริง ๆ สำหรับ
อาตมาว่าจริง ๆ แล้วอุดมการณ์ในเรื่อง
นี้ก็น่าจะมีอันหนึ่งว่า ทุกอย่างคนเราจะ
ทำอะไรต้องทำให้ดี... เท่านั้น
สายโลหิตของกรุงศรี-
อยุธยาชอบสร้างบ้าน
สร้างเมือง
“อาตมามีเชื้อสายมาจากทางฝ่ายโยม
ชายและโยมหญิง เรามีเชื้อสายทั้งสองทาง
หมายความว่าปู่ก็เป็นช่าง ตาก็เป็นช่าง เป็น
ช่างไม้แบบโบราณ คือท่าศาลาวัดบ้าง ช่วย
เหลือชาวบ้าน ปลูกบ้านปลูกเรือนบ้าง เชื้อสาย
ของอาตมาเป็นอย่างนั้น มาถึงตัวเรานี่ก็ ตอน
เรียนหนังสือมันก็เครียดพอสมควร ทีนี้ถ้า
หากทํางานเสีย มันคลายความเครียดได้ แล้ว
อาจจะเป็นเพราะเชื้อสายหรือนิสัยนี่มันมี
จากดั้งเดิมมาเวลาเขาทำอะไรภายในวัด
จำได้ว่าตั้งแต่เล็ก ๆ มา ช่วยเขาอยู่เรื่อย แล้ว
เขาก็ชอบเรียกให้ไปช่วย
ช่างไม้ ช่างปูนอะไรก็ตามก็ต้องไปช่วย
เขาอยู่เรื่อย ๆ อันนี้เป็นกำไรอันหนึ่ง ซึ่งเพื่อน ๆ
ก็ไม่มีใครสนใจ มันก็เลยติดมา แต่ว่าเรียนก็
ไม่ได้เรียนมาทางนี้ แต่มันรู้สึกว่า งานนี้อย่า
พอใจว่ามันดีแล้ว พยายามแก้ไขปรับปรุงให้
มันดีขึ้นไปกว่าก่อน
เรามันไม่ใช่ช่างจริง ๆ คือมันเป็นช่าง
สมัครเล่น แต่ว่าเมื่อมาอยู่วัดนี้แล้วจึงรู้ว่าเราได้
ผลมาก เราได้ผลที่ความซุกซนของเราในสมัย
ที่เราช่วยเขามา เป็นพวกช่างไม้ ช่างปูน ช่าง
แกะสลัก ช่างปั้น ช่างอะไรก็ตาม มารู้ว่ามัน
มีผลในตอนนี้ คือที่เรียนมานี้จะต้องแก้รอบตัว
ทีเดียว แล้วเงินทองของวัดก็ไม่มี เราก็ต้อง
อาศัยศรัทธาของญาติโยม
แต่อาศัยที่ว่าเรามีความรู้ทางนี้บ้าง
มันก็ช่วยประหยัด แทนที่มันจะเสียมากก็ทำให้
เสียน้อยลง การเสียน้อยทำให้เป็นทางได้
ศรัทธาของญาติโยม ยกตัวอย่างพระอุโบสถ
หลังนี้ เราปฏิสังขรณ์มาทั้งหมดเรียกว่าแทบ
จะทุกส่วน ไม่มีอะไรที่เป็นของเก่าที่จะใช้ได้
อาตมาใช้เงินไปประมาณ 5 ล้าน 5 แสน
ดังนั้นอาตมาอยู่ที่ไหนก็ช่วยเขาไปที่
นั่น
แสวงหาทิศทางของการ
ผดุงการคณะสงฆ์
นอกจากงานทางวัตถุแล้ว ทางด้านที่
จะสร้างความมั่นคงให้กับพระพุทธศาสนา
ก็คือการศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร
ดังนั้นวัดชนะสงครามที่ถูกพลิกพื้นโฉมหน้า
ใหม่ จึงเร่งพัฒนาเข้าสู่ทิศทางแห่งการผดุง
การคณะสงฆ์
“การปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็น
หลักของพระศาสนาในขั้นต้น เราจะ
ต้องสร้างรากฐานในการศึกษาเล่าเรียน
พฤษภาคม ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org