ข้อความต้นฉบับในหน้า
วนเวียนอยู่ในโลกียภูมิขึ้น ๆ ลง ๆ
แต่พุทธศาสนาเรา สอนให้คนมุ่งหน้าสู่
โลกุตตรภูมิ เข้าพระนิพพาน
ความมุ่งหมายของการ
ประพฤติพรหมจรรย์
ความมุ่งหมายสุดยอดของการประพฤติ
พรหมจรรย์ในพุทธศาสนาคือ ให้ตัดโลกียวิสัย
ตัดเยื่อใยทุก ๆ อย่าง เพื่อมุ่งหน้าสู่โลกุตตรภูมิ
และอย่างแรกที่ต้องทำก่อน คือ ตัดกามารมณ์
แล้วจึงตัดรูปารมณ์ อรูปารมณ์ไปตามลำดับ
แทะพลาดไปถึงฟันหักได้ พวกเราก็เหมือนกัน
ที่หลงว่ามีคู่รักแล้ว แต่งงานแล้ว จะมีสุข พอมี
เข้าจริงไม่เห็นจะสุขจริงสักราย ต้องมีเรื่องขัดใจ
ให้ตะบึงตะบอนกัน ให้กลุ้มใจ ให้ห่วงกังวล
ทั้งห่วง ทั้งหวง ทั้งหึง ไม่เว้นแต่ละวัน ที่หนักข้อ
ถึงกับไปกระโดดน้ำตาย หรือผูกคอตายเสียก็
มากต่อมาก พอจะมีสุขบ้างก็ประเดี๋ยวประจำว
พอให้มัน ๆ เค็ม ๆ เหมือนสุนัขแทะกระดูก
๒. กามเปรียบเหมือนชิ้นเนื้อที่แร้ง
หรือเหยี่ยวคาบบินมา แร้ง กา หรือเหยี่ยว
ตัวอื่นก็จะเข้ารุมจิกแย่งเอา คือไม่เป็นของ
สิทธิ์ขาดแต่ตัว ผู้อื่นแย่งชิงได้ คนทั้งหลาย
ต่างก็ต้องการหมายปองเอา จึงอาจต้องเข่นฆ่า
กันเป็นทุกข์แสนสาหัส เราลองสังเกตดูก็แล้วกัน
ที่มีข่าวกันอยู่บ่อย ๆ ทั้งฆ่ากัน ชิงรักหักสวาท
น่ะ หรือรอบ ๆ ตัวมีบ้างไหม ที่กว่าจะได้
แต่งงานกันก็ฝ่าดงมือ ฝ่าดงเท้าเสียแทบตาย
สำหรับพวกเราปุถุชนทั่ว ๆ ไป สิ่งสำคัญ
ที่เหนี่ยวรั้งเราไว้ไม่ให้ก้าวหน้าในการพัฒนา
จิต และทำให้กิเลสฟูกลับขึ้นได้ง่ายที่สุดก็คือ
กามารมณ์ ถ้าใครตัดกามารมณ์ได้ ก็มีโอกาส
ก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้อย่างรวดเร็ว
การประพฤติพรหมจรรย์ในมงคลข้อนี้ จึงมุ่ง ถูกตีหัวเสียก็หลายที พอแต่งแล้วก็ยังไม่แน่
เน้นการตัดกามารมณ์เป็นหลัก
เราลองมาดูถึงอุปมาโทษของกามที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้
อุปมาโทษของกาม
เดี๋ยวใครมาแย่งไปอีกแล้ว ยิ่งสวยเท่าไรยิ่งหล่อ
เท่าไร ยิ่งอันตราย
๓. กามเปรียบเหมือนคนถือคบเพลิง
ที่ทำด้วยหญ้าลุกโพลงเดินทวนลมไป
ไม่ช้าก็ต้องทิ้ง มิฉะนั้นก็โดนไหม้มือ ระหว่าง
๑. กามเปรียบเหมือนสุนัขหิวแทะ เดินก็ถูกควันไฟรมหน้าต้องทนทุกข์ทรมาน
ท่อนกระดูกเปื้อนเลือด ยิ่งแทะยิ่งเหนื่อย ย่ำแย่ คนเราที่ตกอยู่ในกามก็เหมือนกัน ต้อง
ยิ่งหิว อร่อยก็ไม่เต็มอยาก ไม่เต็มอิ่ม พลาดท่า ทนรับทุกข์จากกาม ทำงานงกๆ หาเงินเลี้ยงลูก
พฤษภาคม ๒๔๓๑
เลี้ยงเมีย ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจ ลูกจะเรียนที่ไหนดี
จะเกเรหรือเปล่า เมียจะนอกใจไหม เดี๋ยวก็มี
เรื่องขัดใจกัน เสร็จแล้วก็ไม่ใช่จะได้อยู่ด้วยกัน
ได้ตลอด เดี๋ยวอ้าว! รถชน ตายเสียแล้ว อ้าว
เป็นมะเร็งตายเสียแล้ว หรือเผลอประเดี๋ยวเดียว
ก็ต้องแก่ตายกันเสียแล้ว ไม่ได้อยู่กันไปได้
ตลอดหรอก เหมือนคบเพลิงหญ้าถือได้ไม่นาน
ก็ต้องทิ้ง
๔. กามเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิง
อันร้อนแรง ผู้ที่รักชีวิตทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหากตกลง
ไปแล้ว ถึงไม่ตายก็สาหัส แต่ก็แปลกเหมือนมี
อะไรมาพรางตาไว้ เหมือนมีแรงลึกลับมา
คอยฉุดให้ลงหลุมอยู่ร่ำไป พระท่านสอน
ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ก็เชื่อท่านหรอก แต่พอ
ออกนอกวัดเจอสาว ๆ สวย ๆ หนุ่มรูปหล่อเข้า
ลืมเสียแล้ว เวลาจะแต่งงานก็คิดถึงแต่ความ
สวยความหล่อ ความถูกใจ หาได้มองเห็นไป
ถึงความทุกข์อันจะเกิดจากกามเกิดจากชีวิต
การครองเรือนไม่
๕. กามเปรียบเหมือนความฝัน เห็น
ทุกอย่างเฉิดฉายอำไพ แต่ไม่นานก็ผ่านไป
พอตื่นขึ้นก็ไม่เห็นมีอะไร เหลือไว้แต่ความ
เสียดาย คนเราที่จมอยู่ในกามก็เหมือนกัน
แรก ๆ ก็คุยกันกะหนุงกะหนิง น้องจ๊ะน้องจำ
อยู่กันไม่นาน พูดคำด่าคำเสียแล้ว งานก็มาก
ขึ้นเป็น ๒-๓ เท่าไม่เห็นสุขเหมือนที่คิดฝันไว้
กามเหมือนความฝัน พวกเราจะเป็นคนเพ้อฝัน
ลม ๆ แล้ง ๆ หรือจะเป็นคนยืนอยู่บนความจริง
ตั้งใจฝึกฝนตนเองปฏิบัติธรรมกันล่ะ
5. กามเปรียบเหมือนสมบัติที่ยืม
เขามา เอาออกแสดงก็ดูโก้เก๋ดี ใครเห็นก็ชม
แต่ก็ครอบครองไว้อย่างไม่มั่นใจ ได้เพียง
ชั่วคราวไม่เป็นสิทธิ์เด็ดขาด เจ้าของตามมาพบ
เมื่อไรก็เอาคืนเมื่อนั้น ตัวเองก็ได้แต่ละห้อยหา
พวกเราก็เหมือนกันไปได้แฟนสวยแฟนหล่อมา
ก็ภูมิใจ ไปไหน ๆ ใคร ๆ ก็ทักว่าคู่นี้สมกัน
เหมือนกิ่งทองใบหยก ยึดเสียอกตั้งทีเดียว
เผลอประเดี๋ยวเดียว อ้าวผู้หญิงกลายเป็น
ยายแรงทิ้งไปเสียแล้ว ผู้ชายไหงหัวล้านพุงพลุ้ย
๗๑
Kalyanamitra.org