ข้อความต้นฉบับในหน้า
เห็น ก็ผุดขึ้นและพรั่งพรูออกมาราวกับธารน้ำ
ไหล.....
เริ่มต้นก็ตื่นเต้นสับสน แล้วจึงเปลี่ยน
เป็นคุ้นเคยเข้าใจ...ทัชมาฮาลในอินเดีย กำแพง
เมืองจีน พระราชวังปักกิ่งในประเทศจีน พระ
ราชวังเครมลินในรัสเซีย โคลอสเซียมในอิตาลี
ล้วนเป็นสถานที่จำนวนหนึ่งซึ่งผมเห็น ไม่ใช่
เพียงด้วยตา หากทว่า ผมมีมโนภาพที่รับรู้
ได้ด้วยใจมากมายชนิดคาดไม่ถึง
ชัดที่สุด ที่รับรู้ได้ก่อนคือความทุกข์
ความเดือดร้อนทรมาน ความกลัว และความ
เกลียดชัง ซึ่งค่อย ๆ เลือนหายไปเมื่อภาพแห่ง
ความตายปรากฏขึ้น
โดยไม่คาดคิด หากผมเผลอวางมือลง
บนส่วนหนึ่งส่วนใดของสถานที่เหล่านี้ ไม่
ว่าผนัง กำแพง หรือต้นเสา .......
ความเจ็บปวดรวดร้าว ความท้อแท้สิ้น
หวัง จะจู่โจมเข้าเกาะกุมใจผมรวดเร็วจนตั้งตัว
ไม่ติด
สิ่งหนึ่งซึ่งช่วยผมไว้ ทันทุกครั้งก่อนที่
ใจจะขาดรอนลงไปจริง ๆ ก็คือ เสียงกระซิบ
เตือนให้อดทนเข้มแข็ง และตั้งใจใช้สติเข้าต่อ
ต้าน
“ทำไมเราจึงเกิดอาการอย่างนี้ เราเคย
เกี่ยวข้อง ผูกพันกับสิ่งเหล่านี้มาก่อนหรือ
อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงผู้หญิงที่มา
เตือนนั้นเป็นใคร....”
ผมเริ่มคิด เริ่มถามตัวเอง ถามแล้ว
ถามอีกซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ร้อยหน พันหน......
ความสงสัยใคร่รู้ทำให้ผมเริ่มเสาะแสวง เพื่อ
ค้นหาค่าตอบ
หนังสือเกี่ยวกับเรื่องจิต วิญญาณ ตลอด
จนประวัติความเป็นมาของสถานที่แต่ละ
แห่ง ถูกผมซื้อหามาอ่านเล่มแล้วเล่มเล่า ในที่
สุดผมก็เริ่มไปอ่านหนังสือธรรมะ
มาก ๆ
แรก ๆ อ่านไปก็คิดไป ครั้นอ่านไป
เข้าเห็นสิ่งใดก็อดไม่ได้ที่จะเอามาคิด
...จากนั้นก็เกิดความสนใจ อยากรู้เห็นความ
เป็นมาและจะเป็นไปของบุคคลทั้งหลายที่เคย
พบเห็นรู้จัก......
“โรจน์ ฉันกับศักดาหย่ากันแล้วนะ”
มารศรีเพื่อนเก่าของผมเอ่ยขึ้นเป็นประโยค
แรก ในเย็นวันหนึ่งที่จู่ๆ เธอก็โทรศัพท์มาหา
ผม
“มารศรีหรือ ลมอะไรทำให้คุณหมุน
โทรศัพท์มาหาผมได้"
“ลมบ้า บวกลมกลุ้ม คูณด้วยลมอื่น ๆ
อีกนับไม่ถ้วน”
“มิน่าล่ะ หมู่นี้อากาศถึงอบอ้าวพิกล
เพราะลมต่าง ๆ พากันไปรวมอยู่ที่คุณนั่นเอง
ศักดากับลูกสาวคุณสบายดีหรือ” ถามไปแล้ว
จึงนึกถึงประโยคแรกที่เธอพูดขึ้นมาได้ “เอ้อ.....
เมื่อกี้คุณพูดถึงศักดาว่าอย่างไรนะ”
“เราหย่ากันแล้ว วันนี้เอง ตอนนี้ฉัน
เป็นหม้ายโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว”
“เป็นไปได้อย่างไร” ผมเน้นเสียงไม่ยอม
“ไม่เชื่อก็มาดูใบหย่าที่ฉันสิ”
รับ
“พูดเป็นเล่น”
“อ้าว! พูดเรื่องจริงกลับไม่เชื่อ” เธอสวน
ขึ้นมาทันควัน “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดกัน
แล้ว”
พูดจบ เสียงโทรศัพท์ก็กระแทกกับแป้น
ดังกริ๊ก ผมวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ พลางนึกถึง
มารศรี นิสัยโกรธง่ายเจ้าแง่แสนงอนเคยเป็น
อย่างไรก็ยังคงอยู่อย่างนั้น แต่ทำไมความรัก
ชนิดไม่ลืมหูลืมตาที่เธอมีต่อศักดาจึงเปลี่ยน
ไป
เวลารักกันก็หวานจ๋อย ไปไหนก็ไปด้วย
กันเหมือนปาท่องโก๋ พูดคนละอย่างแต่
มาจบลงด้วยเรื่องเดียวกันก็ได้ แม้เวลาสอบ
ไล่ ได้หรือตก ก็ยังวิชาเดียวกัน
- เจี๊ยบถึงขนาดนี้ก็ยังไม่พ้นเปลี่ยนใจ
ใครจะไปนึกว่าน้ำผึ้งที่ทั้งคู่แช่มาตลอดเป็น
ของปลอม ชีวิตคู่ของทั้งสองก่อนจะถึงจุด
อับปางเริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าย้อนเวลา
กลับไปสู่อดีตสมัยที่เรายังเรียนหนังสืออยู่
ด้วยกัน มีเพื่อนคนไหนบ้างที่คิดว่าคู่นี้จะ
ไปด้วยกันไม่ตลอดรอดฝั่ง
ทรุดตัวลงนั่ง มองผ่านหน้าต่าง
ไปที่ท้องถนนเห็นรถยนต์ติดกันเป็นแพ ควัน
จากท่อไอเสียกระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ
โอกาสที่ผมหรือใคร ๆ จะได้พบเห็นสิ่ง
ต่าง ๆ มีมากเท่ากันไหม มีใครบ้างที่รู้ล่วงหน้า
ว่าตนจะได้รับรู้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง
ต่าง ๆ กันโดยไม่คาดคิด.....
ถ้ามีคนนั้นก็......แปลก.......
พฤษภาคม ๒๕๓๑
๗๗
Kalyanamitra.org