ข้อความต้นฉบับในหน้า
และทรงพระศาสนาไว้ได้ ทุกท่านต้องอาศัย
การปฏิบัติควบคู่ไปด้วย
พระพุทธเจ้าเคยตำหนิพระเถระที่เล่า
เรียนอย่างเดียวว่า เป็นใบลานเปล่า (เรื่องเก่า
น่ะ) ผู้ที่เรียนแล้วปฏิบัติจริง ๆ อาตมาอนุ
โมทนาด้วย ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็ตาม
แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับพวกที่เรียนก็ไม่เรียน
แต่ประกาศตนว่า เป็นนักปฏิบัติแต่มีความ
หลอกลวงคนอื่น ปฏิบัติเพื่อจะได้ลาภสักการะ
อันนี้ก็มี อาตมาก็ไม่เห็นด้วย ไม่ควรจะไว้ใจ
ไม่ควรจะคบค้าสมาคมด้วย”
เส้นทางแห่งการศึกษา
มุ่งเพื่อพัฒนาพระ
พัฒนาคน
“เรื่องนี้เราไม่ได้ทอดธุระ เรื่องพระจบ
มาแล้วไม่ได้ทำงาน บางคนนั้นก็ไม่มีหน้าที่
การงานจะทำ หรือบางท่านอยู่ในวัดที่ไม่
เหมาะสม พระเณรก็มีไม่มาก ก็เลยไม่ได้สอน
ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างนั้นก็มี หรือมีมากกันจน
ตำแหน่งหน้าที่ไม่พอจะสอนอย่างที่วัดชนะ
หรือบางทีก็อยู่ที่ตัวเองมีความสมัครใจสอน
น้อยด้วย คิดว่าอย่างนั้น
คนที่อยู่ในที่ที่ตัวไม่ได้ทำประโยชน์
อะไรนั้น มันเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองทำนอง
นั้น แล้วเราก็ไม่รู้ใจเขาว่าเขาจะอยู่กับเราหรือ
จะไปกับใคร
ปัญหานี้มีมาตั้งแต่อดีต ไม่ใช่เดี๋ยวนี้
เท่านั้น มีมาตั้งแต่ก่อนอาตมาเกิด
บางรูปนี่ ท่านจบเปรียญ ๙ ประโยค
แต่ท่านสอนหนังสือไม่ได้ (สมัยนั้นสอนมูล
กัจจายน์) ท่านไปทําหน้าที่ก่อสร้าง ซึ่งมันผิด
หลักแต่ว่าเคยปรากฏมาแล้ว ไปจัดแจงมุงหลัง
คาเอง ทำอะไรเอง ทำหน้าที่ช่างไม้โลกบ
ซึ่งเป็นเปรียญสูงเหลือเกินถึง ๙ ประโยค
พระผู้ใหญ่ท่านทราบ แล้ววันหนึ่งท่าน
ก็ไปดูเห็นท่านมีความสัมพันธ์กับการก่อสร้าง
นี้มาก ท่านยิ้มแย้มดี ตอนหนึ่งพอฉันข้าวแล้ว
๔๐
ไม่ทันล้างมือ (สมัยก่อนนี้มันไม่มีช้อนส้อม
อย่างเดี๋ยวนี้ ต้องใช้มือเปิบข้าว)
ท่านก็ขึ้นหลังคามุงกระเบื้อง เจ้าอาวาส
ก็ต่อว่าท่านว่า
“แหม ขยันจริง ฉันข้าวยังไม่ได้ล้างมือ
ขึ้นอีกแล้ว แดดก็ร้อน”
ท่านคงจะรู้สึกตัวขึ้นมาเวลาในขณะ
นั้น เลยนึกได้ว่า
เฉย ๆ
“เอ นี่เราทำงานแบบขาดสตินี่หว่า"
พอสร้างกุฏิหลังนั้นเสร็จท่านก็กลับไป
บางรูปก็เอาแต่ความถูกใจหรือพอใจ
ของท่าน บางรูปก็อาจจะมีหน้าที่เป็นนักเทศน์
นักสอนไป โดยงานตามหน้าที่ของนักเทศน์
แล้วก็จะไม่มีเวลาจะสอนหนังสือ เพราะเอาแต่
จะสอนชาวบ้านเขา จัดได้ว่าเป็นประเภทเผยแผ่
ธรรมะ บางรูปก็ไม่มีบัญญัติไปไหนมาไหน
ตามสบายใจก็มี นี่คือประโยค ๙ ที่เป็น ๆ อยู่
ในสมัยเก่า แล้วมาในยุคปัจจุบันนี้ บางองค์
จบแล้วก็ไม่ทำอะไร ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้ทำ เขา
ให้ทำแต่ท่านทำไม่ได้ สอนหนังสือก็ไม่ได้
ทำได้เฉพาะตัว แต่เราเนี่ยไปคิดว่าท่านรูปนี้
ไม่เอางานเอาการ ก็จะเป็นการลงโทษไปใน
ทางไม่ถูก เพราะว่าเรื่องอย่างนี้ มันไม่ได้มีมา
ในแต่สมัยนี้ แม้ในสมัยก่อนโน้นผู้จบพรหม
จรรย์สิ้นชาติสิ้นภพแล้ว คือว่าบรรลุมรรคผล
นิพพานแล้ว แต่ท่านไม่ขวนขวายในการสั่ง
สอนผู้อื่นก็มี จึงเป็นเพียงแค่ปัจเจกพุทธะไป
ส่วนการจะพัฒนาคิดสร้างระบบการ
ทำงานเป็นทีมเป็นระบบ ของผู้จบการศึกษา
สูง ๆ ในคณะสงฆ์นั้นน่ะ เพียงคิดน่ะคิดได้
แล้วก็คิดอยู่ แต่ยังรวมตัวท่านเหล่านั้นไม่ได้
และตัวเองก็ยังบุญบารมีไม่พอ ต้องรอจนกว่า
จะพร้อมคงจะทํา
ก้าวต่อไปคือ ก้าวไป
ข้างหน้า
ในที่สุดพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ
พระธรรมวโรดมให้ความหวังต่องานที่ก่อ
ร่างสร้างงานต่อไปในอนาคตไม่ไกลโพ้นของ
วัดชนะสงคราม
“งานต่อไป เราได้ชื่อว่าเป็นสำนัก
เรียนชั้นปริยัติ แล้วคิดว่า พยายามปรับ
ปรุงพระเณรของเรานี่ให้อยู่ในสายปฏิบัติ
คือ ให้ปฏิบัติพอเรียนปริยัติได้ ไม่มุ่งหลับ
หูหลับตาไปเลยหรอก แต่ปฏิบัติเอา แต่
เพียงว่า ให้อยู่ในระเบียบวินัยขนบธรรม
เนียมของพระเณรที่ดี
นั่นคือการปฏิบัติขั้นต้น
แต่ว่าต่อไป ท่านองค์ไหนที่อัธยาศัย
น้อมไปในทางปฏิบัติ จะปฏิบัติให้สูงขึ้น เรา
จะตั้งสำนักปฏิบัติแคบ ๆ ขึ้นภายในวัด
ญาติโยมคนไหนต้องการจะมาปฏิบัติ
เช่นอย่างนี้ ญาติโยมมีความทุกข์ จะได้ให้
พระท่านสอนให้ระงับความเศร้าโศกบ้าง จึง
คิดไว้อย่างนั้น คิดว่าจะทำ แต่ตอนนี้ยังไม่มี
โอกาส แต่ทำแน่ ๆ”
กัลยาณมิตรที่เคารพ อันว่า “อัญมณี”
ใช้โชว์และประดับเพื่อจูงใจต่อการสัมผัส หรือ
เป็นหน้าต่างแห่งการเชิญชวนก่อให้เกิดความ
สนใจ ยิ่งใหญ่อยู่ในอาณาจักรความงามแห่ง
รัตนชาติ และผู้ใช้สอยอุปโภคได้ฉันใด ท่าน
พระเดชพระคุณรูปนี้ก็มีค่าดังอัญมณีแห่ง
สถาบันสงฆ์ ที่มีคุณค่าต่อคณะศรัทธา ซึ่งจะ
เป็นการยืนยันว่า ยังมีสงฆ์ที่สมบูรณ์แห่ง
สถาบันและยังช่วยกันเปล่งกระจายพุทธ
ธรรมให้แผ่ซ่านออกไปเพื่อแผ่นดินไทยของเรา
สมควรแก่ปูชนียภิกขุของสถาบันสงฆ์ไทยโดย
แท้ ที่พวกเราเหล่ากัลยาณมิตรเห็นว่า ท่าน
เป็นผู้ที่ควรแก่การสักการะที่เขานำมาบูชา
ควรแก่การสักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ควร
แก่การรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่ว
ไปควรทำอัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก
ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นยิ่งกว่า
เหล่ากัลยาณมิตร ขอนอบน้อมบูชา
อย่างยิ่ง ด้วยเศียรเกล้า
*ขอขอบพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระศรี
สุทธิพงศ์ ที่ให้คำปรึกษาในการจัดทำ “กัลยาณ
มิตร” เรื่องนี้
พฤษภาคม ๒๕๑๒
Kalyanamitra.org