ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข) ในการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าว คชก. ตำบลคลองสอง
ได้ตรวจสอบเรื่องเงื่อนไขที่อาจจะเป็นพื้นที่ปฏิรูป หรือไม่ และ
ได้สอบถามไปยังคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน คณะกรรมการฯ ได้มี
หนังสือแจ้งให้ทราบว่า ที่ดินท้องที่ดังกล่าว ปัจจุบันพ้นระยะเวลา
ห้ามการทำนิติกรรมแล้ว ดังนั้น การซื้อขายที่ดินในท้องที่นี้จึงไม่ต้อง
ขออนุญาตต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแต่ประการ
โด
ค) มูลนิธิจึงได้ซื้อที่ดินดังกล่าว โดยมีหนังสือแจ้งการ
เลิกเช่านาอย่างถูกต้องถึงผู้เช่านาตามเอกสารที่คบ. ๑๓/๒๕๒๙
เพื่อจะได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวมาดำเนินการตามวัตถุประสงค์
ข้างต้นต่อไป
4) คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
(คชก.) ตำบล และ คชก. จังหวัด ก็ได้มีการวินิจฉัยว่า ผู้เช่ามาใน
พื้นที่ดังกล่าว หมดสภาพการเช่านาแล้วตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม
๒๕๓๐ ตามเอกสารที่ คชก. ๓๓/๒๕๒๙
๒. อย่างไรก็ดี มูลนิธิฯ ก็ได้มีเมตตาธรรม โดยยินดีให้ค่า
ทดแทนการเลิกเช่ามาก่อนหมดสัญญาเป็นจำนวนที่สูงมากดังนี้
ผู้เช่านา ๑ เส้น (๓๐ ไร่) ได้รับค่าทดแทน ๒๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง
เป็นการช่วยเหลือที่สูงสุด (เมื่อเทียบกับการให้ค่าทดแทนในบริเวณ
เดียวกัน) และในจำนวนผู้เช่านาทั้งสิ้น ๖๔ ราย ต่างก็ยินดีรับการ
ช่วยเหลือไปแล้ว ๕๗ ราย ยังเหลืออีกเพียง ๒ รายเท่านั้นที่ไม่ยอมรับ
ข้อเสนอ แม้ทางมูลนิธิฯ จะได้ชี้แจงและให้เวลาผ่อนผันตลอดมา
ผู้เช่าก็ยังยืนกรานไม่ยอมออกจากที่ดินไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม
ต.
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังมีการรวบรวมผู้คนเป็นจำนวนมาก
เกินกว่าจำนวน ๓ รายดังกล่าวและมีบุคคลภายนอกผู้ไม่เกี่ยวข้อง
มาประกอบด้วย ทำการประท้วงต่อทางราชการ คือ
ปี ๒๕๒๘ ประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล
ปี ๒๕๒๔ ประท้วงประกาศจะเชือดคอตายหมู่ที่ท้อง
สนามหลวง
ปี ๒๕๓๐ ประท้วงประกาศจะเผาตัวที่ท้องสนามหลวง
ซึ่งในการประท้วงแต่ละครั้ง ไม่เพียงแต่ผู้ประท้วงไม่ยอมรับ
การเจรจากันด้วยเหตุผลกับหน่วยราชการ แต่ยังใช้กำลังมวลชน
ถึงขั้นกระทำผิดกฎหมาย เช่น เมื่อวันที่ ๘-๙ เมษายนที่ผ่านมา
ก็ได้เกิดการประท้วงโดยประกาศจะโดดตึกและเผาวัดพระธรรมกาย
เพื่อให้กลายเป็นข่าวออกสื่อมวลชน แต่เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน
ที่ผ่านมานี้ เมื่อมีการยืนยันเอกสารและสิทธิอันถูกต้องตามกฎหมาย
ในการประชุมร่วมกับทางราชการที่อำเภอคลองหลวง ผู้ประท้วง
ก็ประกาศว่าการเรียกร้องครั้งนี้มิได้เป็นการเรียกร้องจากมูลนิธิฯ
เป็นการเรียกร้องจากรัฐบาลเพื่อขอปฏิรูปที่ดิน จำนวน 6 โฉนด
(ซึ่งมิใช่ของมูลนิธิธรรมกาย) แทน
๔. ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๑ คณะกรรมาธิการ
การปกครองของรัฐสภา นำโดย นายสมัคร สุนทรเวช และ นายเฉลิม
อยู่บำรุง พร้อมทั้งคณะกรรมาธิการอื่น ๆ รวม ๑๙ ท่าน ได้เชิญ
เจ้าหน้าที่จังหวัด มูลนิธิฯ และกลุ่มผู้ประท้วงเข้าร่วมประชุมเพื่อ
ชี้แจงข้อเท็จจริง ปรากฏว่า คณะกรรมาธิการได้กล่าวถึงสิทธิ
การได้มาซึ่งที่ดินของมูลนิธิฯว่าถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทุกประการ และทางมูลนิธิฯ ก็ได้แสดงเมตตาธรรมที่จะจ่ายค่า
ทดแทนอย่างเหมาะสมแล้ว แต่ผู้ประท้วงก็ยังคงยืนยันขอให้รัฐบาล
จัดปฏิรูปที่ดินใน 6 โฉนดดังกล่าว ซึ่งในกรณีนี้เป็นประเด็นที่ไม่
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ แต่ประการใด จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยราชการที่
จะต้องพิจารณาดำเนินการต่อไป
จากกรณีที่เรียนชี้แจงให้ทราบทั้งหมดนี้ แม้ว่าข่าวคราวที่
ออกไปจะทำให้ทางมูลนิธิฯ และทางวัดเสียหาย และกระเทือนไปถึง
ภาพพจน์ของพระพุทธศาสนาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางมูลนิธิฯ ต้อง
รับสภาพโดยใช้หลักเมตตาธรรมและขันติธรรมในการแก้ปัญหา
ด้วยความระมัดระวังตลอดมา ทางมูลนิธิฯ ขอเรียนยืนยันว่า
แม้ในทางกฎหมาย ผู้เช่านาที่เหลือทั้ง ๓ รายจะไม่มีสิทธิ์อยู่ในที่ดิน
ของมูลนิธิฯ ดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๐ แล้วก็ตาม
หากอดีตผู้เช่านาที่เหลือจะขอรับความช่วยเหลือและปฏิบัติตาม
หลักเกณฑ์ของมูลนิธิฯ ในเรื่องการรับค่าตอบแทนตามความเป็นธรรม
มูลนิธิฯ ก็จะยังคงพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจอันดีโดยทั่วกันต่อไป
นายสุธรรม ตีระวนิช
เลขานุการมูลนิธิธรรมกาย
๔๔
พฤษภาคม ๒de
Kalyanamitra.org
ป