ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๒
ของมันในโคลนได้อย่างไร แล้วชี้ให้เด็กดูที่แห่งหนึ่ง
ซึ่งเป็นสันโปนขึ้นมา ทำให้หนองมีลักษณะเป็นหมู่บ้าน
ใต้ดิน
“โอ! ฉันเหยียบหลังคาของมันยุบลงไป” เด็กกล่าว
รู้สึกใจหายเมื่อได้รับความรู้เช่นนี้
“เธอได้ทำอย่างนั้นแน่นอน”
น้ำตาของเด็กซึมออกมาเต็มหน่วย ยอร์ชได้จับ
ผีเสื้อตัวใหญ่และกางปีกของมันออก บอกเด็กให้รู้ว่า
มันออกมาจากโคลนได้อย่างไร แต่เมื่อเด็กต้องการ
จะเอามันไว้ ยอร์ชก็ได้ปล่อยมันไปเสีย และอธิบายว่า
ทำไมจึงปล่อยมันไป เขาทั้งสองได้สนทนากันอยู่นาน
เมื่อตะวันกำลังจะตกดินแล้ว จึงเดินข้ามบริเวณของ
วิทยาลัยไป
“ท่านมาที่นี่ทุกวันหรือ” เด็กน้อยอยากรู้
“ไม่ทุกวันหรอก แต่บ่อย ๆ”
“ฉันมากับท่านได้ไหม”
“มารดาของเธอจะว่าอย่างไร ลองมองดูที่ตัวเธอ
เดี๋ยวนี้ซิ”
“ถ้าฉันบอกมารดาว่าฉันจมลงไปในโคลน ท่านก็
จะเสียใจ ฉันมีอายุถึงหกขวบแล้วรู้ไหม และโตพอที่จะ
รู้ดีกว่านี้” เด็กกล่าวอย่างเปิดเผย
“เธอชื่อไร” ยอร์ชถาม
“เฮนรี่ย์-เฮนรี่ย์ วอลเลซ ท่านล่ะชื่อไร”
“เฮนรี่ย์ วอลเลซหรือ เธอต้องเป็นบุตรของนาย
วอลเลซ ท่านเป็นศาสตราจารย์คนหนึ่งของฉัน” ยอร์ชยิ้ม
“อ้อ ท่านเรียนเรื่องโคด้วย” เด็กไม่รู้สึกว่าจะ
น่าสนใจอย่างใด
ยอร์ชหัวเราะ
“บิดาของเธอเป็นอาจารย์วิชาเลี้ยงโคและรีดนม
ก็จริง แต่ท่านรู้เรื่องอื่น ๆ นอกจากนั้นอีกมาก โคน่ะ
มันเสียหายอะไรหรือ”
“เปล่า ก็ไม่อะไรหรอก ฉันไม่ชอบมันเท่านั้นเอง
ท่านยังไม่ได้บอกชื่อของท่านเลย”
ยอร์ชได้บอกชื่อแก่เขา แล้วเขาทั้งสองก็สนิทสนม
กันตั้งแต่วันนั้นมา
ในวันเสาร์ต่อมา เฮนรี่ย์ได้ปรากฏตัวในเขต
วิทยาลัยแต่เช้าตรู่ เขาได้พบยอร์ชอยู่ในเรือนต้นไม้
“ฮัลโหล” เขาร้องทัก และรั้งรออยู่ ไม่แน่ใจในการ
ต้อนรับของยอร์ช แล้วเขาได้ยื่นบทความให้และพูดอย่าง
น่าเอ็นดูว่า “ปู่ของฉันเขียนเรื่องต้นไม้ ดูนี่ซิ
ยอร์ชยิ้มและรับบทความนั้นมา เขาได้อ่านดัง ๆ ว่า
“ชาวไร่ของวอลเลซ อ้อ นี่เป็นบทความของปู่
ของเธอนั่นเอง”
“ใช่” เด็กรับคำ “ท่านอยู่ที่ ดีส์ มอยนส์ (Des
Moines) เป็นนครใหญ่ ฉันเคยไปแล้ว”
“ยังงั้นเที่ยวหรือ” ยอร์ชกล่าวรับอย่างสุภาพ
“วันนี้เธอจะไปในป่าหรือไม่” ยอร์ชถามไปอย่าง
นันเอง
“อือ อือ” ตอบอย่างไม่มีข้อผูกมัด
“มารดาของเธออยู่ที่บ้านหรือ” เด็กพยักหน้ารับ
“ฉันคิดว่า เราควรจะแวะปรึกษาท่านดูดีกว่า”
แล้วชายหนุ่มกับเด็กก็เดินทอดน่องไปด้วยกัน
อีกหลายปีต่อมาเฮนรี่ย์ วอลเลซได้กล่าวถึงมิตรภาพนี้ว่า
“เด็กคนนั้นก็คือตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าได้
กลายเป็นสาวกผู้จงรักและเป็นมิตรของนักวิทยา
ศาสตร์ตัวสูงนั้น ได้ติดตามเขาอย่างใกล้ชิดไป
ในที่ต่าง ๆ ดูเขาทำธุระกับดอกไม้ และบุกเข้าไป
ในป่าเป็นระยะทางไกล แล้วนำเอาของที่เด็กเล็ก ๆ
รู้สึกว่าเป็นของที่ค้นพบจากเมืองกายสิทธิ์ติดมือมา
เมื่อเขากลับ”
เมื่อรองประธานาธิบดีวอลเลซ เป็นรัฐมนตรี
ว่าการเกษตร ท่านได้ไปเยี่ยมสถาบัน ทัสกีกี (Tuske
gee Institute สถาบันที่ยอร์ช ได้อุทิศชีวิตเพื่อประโยชน์
แก่สถาบันนี้ จะมีกล่าวในบทหน้า ๆ) และได้กล่าว
สุนทรพจน์แก่นิสิตว่า
“ดร.คาร์เวอร์ได้ยกย่องข้าพเจ้าว่าสามารถ
แลเห็นความแตกต่างกันในระหว่างต้นไม้และหญ้า
Kalyanamitra.org
พฤษภาคม ๒๕๓๑