ข้อความต้นฉบับในหน้า
นักพรตชรายังคงนั่งนิ่งอยู่ตามเดิม ลักษณะหน้าตา มหาศาลนั้นเสีย เพื่อแลกเอาอมตธรรม ในที่สุด
แสดงว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก อาตมาได้ถือ
โอกาสนั้นบรรยายต่อไป
พระองค์ก็ได้ทรงบรรลุถึงอมตธรรม และไม่เสด็จ
คืนสู่ราชบัลลังก์อีก เปรียบเสมือนบุรุษผู้ได้แก้ว
“ท่านอาจจะนึกเสียดายว่าท่านได้รักษาสมบัติ ๗ ประการไว้ในมือ แล้วก็ขว้างเศษดินที่กำไว้ใน
มานานนับได้ร้อยปีแล้วก็จะสลัดทิ้งไปเสียอย่างง่ายดาย มืออีกข้างหนึ่งทิ้งเสียอย่างไม่อาลัยไยดี”
อันตัวท่านนี้เปรียบเสมือนนักโทษที่ถูกจำคุกมาหลายสิบปี
เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ ฤาษีชราก็ก้มลงกราบอาตมา
และในระหว่างที่ถูกจองจำอยู่นั้น ได้สร้างสวนปลูก หนหนึ่งแล้วกล่าวออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
ดอกไม้ไว้ในเรือนจำ ขณะที่ดอกไม้กำลังออกดอก
สวยงาม ก็พอถึงเวลาที่จะต้องออกจากเรือนจำ ท่านอาจ
จะนึกเสียดายดอกไม้นั้น แต่จะมีนักโทษสักกี่คนที่ยอมอยู่
ในเรือนจำต่อไปเพื่อชมดอกไม้ อาตมาเชื่อว่านักโทษ
ทุกคนจะต้องยอมเสียสละดอกไม้เพื่อแลกเอาอิสรภาพที่
คอยมาเป็นเวลานาน ท่านเล่าจะเลือกเอาอิสรภาพ
หรือจะเฝ้าสมบัติของแผ่นดินต่อไป?”
“เป็นการยากมากที่จะสลัดสมบัติมหาศาลนั้น
ทิ้งเสียง่าย ๆ” ฤาษีชราพูดด้วยเสียงอ่อน ๆ แสดงว่ายัง
อาลัยอาวรณ์สมบัตินั้นอยู่มาก
ท่านอาจจะคิดว่าสมบัติของท่านมีมากมาย แต่เมื่อ
เทียบกับสมบัติของเจ้าชายสิทธัตถะแล้ว สมบัติของท่านก็
เป็นเพียงทรายหยิบมือเดียว เจ้าชายสิทธัตถะมีปราสาท
๓ หลัง มีข้าทาสบริวารเป็นพัน มีเพชรนิลจินดาเป็นห้อง ๆ
มีพระชายาและโอรสที่กำลังน่ารักเหนือสิ่งอื่นใด ราช
บัลลังก์ของพระเจ้าจักรพรรดิราชกำลังคอยพระองค์
แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงสละสิ่งเหล่านี้ไว้เบื้อง
หลัง เสด็จไปอยู่ป่า นอนกับดินกินกับทราย ทั้งนี้ก็
เพราะพระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าราชสมบัติอัน
มหาศาลนั้น ไม่สามารถจะช่วยพระองค์ให้พ้นจาก
ทะเลทุกข์ได้ แต่การอยู่ในป่าอาจนำพระองค์เข้าสู่
อมตธรรมอันประเสริฐ พระองค์จึงยอมสละสมบัติ
“ข้าเจ้าขอสละทรัพย์ทั้งหมดในถ้ำนั้นมอบคืนให้แก่
เจ้าของเดิม คือแผ่นดิน ไม่ขอเกี่ยวข้องอีกต่อไป”
“อาตมาขออนุโมทนาในการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว
ของท่าน เพียงแต่ตัดสินใจครั้งนี้ ก็ทำให้อธิษฐานบารมี
ของท่านเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันทวี ขอให้
ท่านรักษาบารมีอันนี้ไว้ และบรรลุถึงอมตธรรมโดย
พลันเถิด”
สุเทวฤาษี ขอบคุณอาตมาที่ช่วยให้แสงสว่างใน
ทางธรรมจนสามารถเอาชนะอุปาทานของตนได้ แล้ว
ก็กล่าวคำาอ๋าลา
“ข้าเจ้าขอกราบลาท่านไปก่อน ในการเดินทางใน
วัฏสงสารอันยืดยาวนี้ เราคงจะได้พบกันอีก” ว่าแล้วก็
หายวับไปกับตา อาตมาออกจากสมาธิแล้วก็นั่งพักผ่อน
ด้วยความสบายอกสบายใจเป็นครั้งแรก หลังจากต้อง
วุ่นวายใจมาตลอดเวลา ๒ วันเต็ม ๆ
(อ่านต่อฉบับหน้า)
พฤษภาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
๙๙