ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะฉะนั้น ศิลปวัฒนธรรมไทยทุก
ประเภททุกแขนง จะมีอิทธิพลของพระพุทธ
ศาสนาแฝงอยู่ทั้งสิ้น เป็นผลให้มีความอ่อนช้อย โบราณคดี และทางด้านหอสมุดต่าง ๆ ที่
งดงามอย่างบริสุทธิ์ จนเป็นเอกลักษณ์ของ
ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
องค์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
มีพระราชมโนปณิธานว่า
“...ตั้งใจจะอุปถัมภก
ยอยกพระพุทธศาสนา
จะป้องกันขอบขัณฑสีมา
รักษาประชาชนและมนตรี...”
พระมหากษัตริย์จึงทรงถือว่า เป็น
พระราชภารกิจในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง
ในการบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง
และช่วยผดุงรักษาศิลปวัฒนธรรม เพื่อก่อให้
เกิดศักดิ์ศรีแก่บ้านเมือง
กรมศิลปากร ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่รับ
ผิดชอบเกี่ยวกับการบูรณะ ดูแลรักษา และ
อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติเอาไว้ มีหน้าที่
อันสำคัญยิ่งในการรักษาเอกลักษณ์ของชาติ
ไทย ซึ่งปัจจุบันมี คุณทวีศักดิ์ เสนาณรงค์
เป็นอธิบดีกรมศิลปากร คุณทวีศักดิ์ได้กรุณา
ให้สัมภาษณ์ถึงความคิดเห็นและหลักการใน
การทำงานของกรมศิลปากร ซึ่งมีประโยชน์
ต่อชาวไทยผู้เป็นเจ้าของมรดกแผ่นดินทุกคน
ให้ซาบซึ้งถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย
ว่า...
ขอบเขตของความรับ
ผิดชอบของกรม
ศิลปากร
“กรมศิลปากรตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.
๒๕๕๔ ก็ ๗๗ ปีมาแล้ว เพื่อรวบรวมเอา
งานทางด้านช่างสิบหมู่ ด้านพิพิธภัณฑ์ ด้าน
อยู่กระจัดกระจายกันเข้าเป็นหน่วยงานเดียว
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งกรมศิลปากรขึ้นมาเพราะทรงเห็นว่า
งานของกรมศิลปากรเป็นงานรวบรวมสิ่งที่เป็น
ศิลปวัฒนธรรมไว้ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เป็นกรม
เล็ก ๆ แต่ขอบข่ายของงานที่ดูแลกว้างขวาง
เหลือเกิน ขณะนี้แบ่งงานออกเป็น ๑๑ กอง
เป็น กองหัตถศิลป์ ซึ่งดูแลทางด้านการช่าง
สิบหมู่ งานปั้น งานแกะสลัก กองโบราณคดี
ดูแลทางด้านโบราณสถานยุคก่อนประวัติ
ศาสตร์และโบราณวัตถุยุคประวัติศาสตร์ทั่ว
ประเทศ ซึ่งมีจำนวนนับเป็นพัน ๆ แห่ง กอง
พิพิธภัณฑ์ ดูแลพิพิธภัณฑ์สถานทั่วประเทศ
จำนวน ๓๗ แห่ง เป็นต้น
เพราะฉะนั้น งานของกรมศิลปากร
คือดูแลด้านศิลปวัฒนธรรมโดยตรง เรา
ต้องเข้าใจว่าชาติไทยเราอยู่ได้มานับพันปี
โดยไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร มีมรดกทาง
ศิลปวัฒนธรรมตกทอดกันมา เพราะอดีตอัน
ยาวนานของประวัติศาสตร์นั้น บรรพบุรุษได้
สะสมงานที่เป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติไว้ มี
มากมายก่ายกอง การที่จะรักษาดำรงไว้หรือ
บูรณะปฏิสังขรณ์ให้คงอยู่เพื่อให้เป็นศักดิ์
ศรี เป็นสมบัติอันล้ำค่า นับเป็นเรื่องยากลำบาก
มาก เพราะไม่ว่าจะเป็นโบราณวัตถุ ศิลปละคร
การฟ้อนรำ มีงบประมาณของชาติเพียงปีละ
สามร้อยล้านบาท กับเจ้าหน้าที่สองพันกว่า
คน นับเป็นภาระหนักที่เราต้องดูแล”
หลักเกณฑ์ในการดูแล
ความสามัคคี เป็นความหวงแหนของคนในชาติ
ที่มีเหมือน ๆ กัน ศิลปวัฒนธรรมเป็น
เอกลักษณ์ที่เรามีเหมือนกัน โดยไม่ต้องลงทุน
อะไร เพราะบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา
ได้สะสมเอาไว้ เป็นความภูมิใจ ซึ่งชาติอื่น ๆ
ที่เกิดใหม่ เขาจะไม่มีสิ่งเหล่านี้
แม้กระทั่งภาษาตัวหนังสือ เราก็มีของ
เราจะเห็นได้ว่าในกลุ่มอาเซียนหรือหลาย
ประเทศในโลก ใช้ภาษาที่เรียกว่าตัวอักษร
อารบิค แต่เรายังมีภาษาที่เป็นเนื้อแท้ของเรา
เพราะฉะนั้นหลักการที่เราจะรักษาศิลปวัฒน
ธรรมของชาติเอาไว้ให้ดำรงอยู่ได้นั้น เราต้อง
สร้างความสำนึกให้กับประชาชน โดย
เฉพาะระดับเยาวชนขึ้นมาก่อน เพราะ
เดี๋ยวนี้อิทธิพลของอารยธรรมต่างชาติหลั่งไหล
เข้ามาอย่างรวดเร็ว ง่ายต่อการรับ ด้วยมีสื่อที่
ดี เช่น วีดีโอเทป หรือภาพยนตร์ต่าง ๆ
จนกระทั่งคนในชาติอาจจะมองเอกลักษณ์ของ
ชาติเราไปในแง่ที่เป็นความเชยหรือความล้า-
หลังไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้น เราต้องสร้าง
ความสำนึก และสร้างความเข้าใจว่า ศิลป
วัฒนธรรมของชาตินั้น เป็นสิ่งที่เราควรหวง
แหนรักษา ต้องปลูกความสำนึกการมองเห็น
คุณค่าเข้าไปในหลักสูตรการสอนในระดับเด็ก
ประถม ระดับมัธยมศึกษา ให้มีความสำนึก
ในการที่จะมีการช่วยรักษาศิลปวัฒน
ธรรมของชาติเอาไว้และไม่ใช่เป็นเรื่องโบราณล้า
สมัยเลย ถือว่าเป็นเรื่องสมัยใหม่ที่เป็นหน้า
ที่ของคนไทยทุกคนต้องทำ
คำว่าศิลปวัฒนธรรม ก็หมายรวมเอา
โบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปะด้าน
ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน คือหมายความว่าเราจะ
ต้องรักษาสิ่งที่เป็นมรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้
รักษาโบราณสถานโบราณ ที่จริงแล้วไม่ว่าจะอยู่ในภาครัฐบาลหรือภาค
วัตถุ
“อย่างที่พูดไว้แต่ต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสม
บัติล้ำค่า เป็นเอกลักษณ์ของชาติ นับเป็น
เอกชน ประชาชนทุกคนจะต้องเป็นผู้ดูแล
รักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะใน
แต่ละท้องถิ่นของตนเอง ไม่ใช่งานที่อยู่ใน
ความดูแลของกรมศิลปากรแต่เพียงผู้เดียว
พฤษภาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
๔๓