ข้อความต้นฉบับในหน้า
เสียแล้ว นี่ความหล่อ ความสวยมันถูกธรรม
ชาติ ถูกเวลาทวงกลับเสียแล้ว พวกเราจะ
ไปหลงโง่งมงายอยู่กับของขอยืม ของชั่วคราว
แบบนี้หรือเปล่า
๗. กามเปรียบเหมือนต้นไม้มีผลดก
อยู่ในป่า ใครผ่านมา เมื่อเขาอยากได้ผล
ถึงกับต้องหย่ากันหรอกนะ เอาเพียงแค่ อย่า
ไปมีเมียน้อย อย่าไปมีใหม่ อย่าไปหาอะไหล่ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการบวช
มาเสริมก็แล้วกัน แล้วก็หาเวลารักษาศีล ๘
เสียบ้างด้วย เราลองมาดูวิธีประพฤติพรหม
จรรย์กัน
จะด้วยวิธีไหนก็เอาทั้งนั้น ปืนได้ก็ปืน ปืนไม่ได้ วิธีประพฤติพรหมจรรย์
ก็สอย บางคนก็โค่นเลย ใครอยู่บนต้นลงไม่ทัน
ก็ถูกทับตาย เบาะ ๆ ก็แข้งขาหัก พวกเราก็
เหมือนกันบางคนคงเคยเจอมาแล้ว เที่ยวไป
จีบคนโน้นคนนี้ยังไม่ทันได้มาเลย ถูกเตะต่อย
มาบ้าง ถูกตีหัวมาบ้าง ได้แต่บ่นรู้อย่างนี้นอน
อยู่บ้านดีกว่า นี่เหมือนผลไม้ในป่า ยิ่งดก
ยิ่งสวย แล้วก็ระวังเถอะจะเจ็บตัว
๔. กามเปรียบเหมือนเขียงสับเนื้อ
ใครไปยุ่งเกี่ยวก็เหมือนกับเอาชีวิตให้ถูกสับ
เพราะกามเป็นที่รองรับทุกข์ทั้งหลาย ทั้งกาย
และใจ เหมือนเขียงเป็นที่รองรับคมมีดที่สับเนื้อ
จนเป็นรอยแผลนับไม่ถ้วน
๔. กามเปรียบเหมือนหอกและหลาว
ทำให้เกิดทุกข์ทิ่มแทงหัวใจเกิดความเจ็บปวด
รวดร้าวมาก ใครไปพัวพันในกามแล้ว ที่จะ
ไม่เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจนั้นเป็นไม่มี เหมือน
หอกหลาวที่เสียดแทงร่างกายให้เกิดทุกขเวทนา
อย่างนั้น
๑๐. กามเปรียบเหมือนหัวงูพิษ
เพราะกามประกอบด้วยภัยมาก ต้องมีความ
หวาดระแวงต่อกันอยู่เนือง ๆ ไม่อาจปลงใจ
ได้สนิท วางจิตให้โปร่งไม่ได้ เป็นที่หวาดเสียว
มาก อาจฉกให้ถึงตายได้ทุกเมื่อเหมือนหัวงูพิษ
ทั้งหมดนี้ คือ อุปมาโทษของกามที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ความจริงแล้ว
ยังมีอีกมาก นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น เมื่อ
เราเห็นกันแล้วว่ากามมีโทษมากมายถึงปานนี้
เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่มีแฟน ยังไม่ได้แต่งงาน
รีบฝึกสมาธิเข้ามาก ๆ ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เมื่อไร
ใจเราสงบ ความสว่างภายในบังเกิดขึ้น เรา
ก็มีสุขที่เหนือกว่ากามสุขอยู่แล้ว ความคิดที่จะ
มีคู่ก็จะหมดไปเอง ส่วนคนที่แต่งงานแล้วก็ไม่
๗๒
พรหมจรรย์ชั้นต้น สำหรับผู้ครองเรือน
ก็ให้พอใจเฉพาะคู่ครองของตนเท่านั้น รักษา
ศีล ๕ ไม่นอกใจภรรยาสามี
พรหมจรรย์ชั้นกลาง สำหรับผู้ครอง
เรือน คือนอกจากรักษาศีล ๕ แล้ว ก็ให้รักษา
ศีล ๘ เป็นคราว ๆ ไปและฝึกให้มีพรหมวิหาร
a
พรหมจรรย์ชั้นสูง สำหรับผู้ไม่ครอง
เรือน ถ้าเป็นฆราวาสก็รักษาศีลอย่างน้อย
ศีล ๘ ตลอดชีวิต ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศเลย
หรือถ้าเป็นชายก็ออกบวชเป็นพระภิกษุ และ
ปฏิบัติธรรมทุกข้อในศาสนาให้เต็มที่
พรหมจรรย์ทุกขั้นจะตั้งมั่นอยู่ได้ ต้อง
อาศัยการฝึกสมาธิเป็นหลัก
เราชาวพุทธนิยมบรรพชาอุปสมบทกัน
เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จัดเป็นการฝึกประพฤติ
พรหมจรรย์ที่ได้ผลดียิ่งวิธีหนึ่ง จึงควรที่
พวกเราจะได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับการบวชไว้บ้าง
ดังนี้
๑. อายุขณะบวช พวกเราถ้ามีเวลา
ควรหาโอกาสบรรพชาเป็นสามเณรกันสักช่วง
หนึ่งระหว่างอายุ ๑๕-๒๐ ปี เพราะช่วงนี้
ภาระยังน้อย ยังไม่ค่อยมีกังวล จะมีความ
ก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมเร็ว หรือไม่เช่นนั้น
ก็ควรหาเวลาที่เหมาะสมในการบวชพระเมื่อ
อายุ ๒๐-๒๕ ปี หรือเวลาอื่นที่สะดวก แต่
ไม่ควรรอจนอายุมากเกินไป เพราะสังขาร
จะไม่อำนวย จะลุกจะนั่งจะฝึกสมาธิก็ไม่
สะดวก ยิ่งกว่านั้นเมื่อมีอายุมากแล้วมักจะมี
ทิฐิว่ายากสอนยาก เหมือนไม้แก่ดัดยาก
๒. ระยะเวลาที่บวช อาจบวชในช่วง
เข้าพรรษา ๓ เดือน หรือบวชภาคฤดูร้อน ๑-๒
เดือน บวชในเวลาที่สะดวกลางานได้หรือ
พฤษภาคม ๒๕๖๑
Kalyanamitra.org