ความจริงเกี่ยวกับสมบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 5 หน้า 100
หน้าที่ 100 / 126

สรุปเนื้อหา

ภิกษุอื่นต่อไปอีก” “ถ้าสมมติว่าในโลกนี้คนทุกคนตายลงพร้อมกัน หมด ไม่มีใครเหลืออยู่รับมรดกจีวรผืนนี้เลย มันจะ ไปไหน?” “มันก็คงจะกองทับแผ่นดินอยู่ชั่วคราว ในไม่ช้าก็ จะเปื่อยเน่าผุพังสลายตัวกลายเป็นดินไป” “ท่านผู้ทรงพรต คำตอบของท่านถูกต้องทีเดียว ท่านจะเห็นได้ว่าจีวรของอาตมาผืนนี้ เดิมทีเดียวก็มาจาก ดิน และในวาระสุดท้ายก็จะกลับคืนสู่ดินอีก เพราะฉะนั้น เจ้าของแท้ดั้งเดิมของจีวรผืนนี้ก็คือ แผ่นดิน อาตมา ยืมแผ่นดินมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น ในวาระสุดท้ายจะต้อง ส่งคืนเจ้าของเดิมเขา แม้อาตมาจะบิดพลิ้วไม่ยอมส่งคืน แม้ขณะที่เรายังใช้อยู่ เขาก็มาทวงคืนตลอดเวลา ยิ่งใกล้จะถึงกำหนดส่งคืน เขาก็ยิ่งทวงใหญ่ การที่ฟัน ของเราหลุดหายไปทีละซี่สองนั้น หมายความว่า เจ้าของเดิมเขาทวงเอาไปทีละน้อยก่อน การที่หลังของ เราค่อ

หัวข้อประเด็น

- ความจริงเกี่ยวกับสมบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๙๘ ภิกษุอื่นต่อไปอีก” “ถ้าสมมติว่าในโลกนี้คนทุกคนตายลงพร้อมกัน หมด ไม่มีใครเหลืออยู่รับมรดกจีวรผืนนี้เลย มันจะ ไปไหน?” “มันก็คงจะกองทับแผ่นดินอยู่ชั่วคราว ในไม่ช้าก็ จะเปื่อยเน่าผุพังสลายตัวกลายเป็นดินไป” “ท่านผู้ทรงพรต คำตอบของท่านถูกต้องทีเดียว ท่านจะเห็นได้ว่าจีวรของอาตมาผืนนี้ เดิมทีเดียวก็มาจาก ดิน และในวาระสุดท้ายก็จะกลับคืนสู่ดินอีก เพราะฉะนั้น เจ้าของแท้ดั้งเดิมของจีวรผืนนี้ก็คือ แผ่นดิน อาตมา ยืมแผ่นดินมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น ในวาระสุดท้ายจะต้อง ส่งคืนเจ้าของเดิมเขา แม้อาตมาจะบิดพลิ้วไม่ยอมส่งคืน แม้ขณะที่เรายังใช้อยู่ เขาก็มาทวงคืนตลอดเวลา ยิ่งใกล้จะถึงกำหนดส่งคืน เขาก็ยิ่งทวงใหญ่ การที่ฟัน ของเราหลุดหายไปทีละซี่สองนั้น หมายความว่า เจ้าของเดิมเขาทวงเอาไปทีละน้อยก่อน การที่หลังของ เราค่อมลงทุกทีนั้น หมายความว่าเจ้าของเดิมเขาดึงลงไป เมื่อความจริงมีอยู่เช่นนี้ ของเราก็ไม่มี การที่เราพูดว่า สิ่งนั้นเป็นของฉันนั้นเป็นการกล่าวด้วยความเข้าใจผิด การไปหลงยึดถือสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นของตนก็เท่ากับ เข้าไปถือสิทธิเหนือสมบัติของคนอื่นโดยไม่ชอบ ธรรม คนในโลกไม่รู้ความจริงข้อนี้ จึงไปหลงยึด สิ่งนั้นถือสิ่งนี้ ติดสิ่งโน้นให้ยุ่งไปหมด เมื่อสิ่งเหล่านั้น กลับคืนสู่เจ้าของเดิมของมัน ก็เกิดความผิดหวัง เสียใจ ในที่สุดจีวรมันจะกลับคืนไปหาเจ้าของเดิมของมันเอง ร้องไห้เป็นทุกข์ หรือมิฉะนั้นก็หลงเฝ้าสมบัติของคนอื่น ถ้อยคำที่อาตมากล่าวมานี้ ท่านเห็นอย่างไร?” สุเทวฤาษีนั่งก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วผงกศีรษะ ขึ้นลงเป็นเชิงเห็นด้วยพลางพูด “ข้าเจ้าเห็นด้วยเพราะมันเป็นความจริง” “เมื่อจีวร ซึ่งเป็นเพียงวัตถุทรัพย์ชิ้นหนึ่งของสมบัติ แผ่นดิน วัตถุทรัพย์อื่น ๆ ที่มีกำหนดมาจากดิน เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย แก้วแหวนเงินทอง เพชรนิลจินดา จะเป็นสมบัติของใครเล่า?” อาตมาซักต่อไป ยืนยัน “ก็เป็นสมบัติของแผ่นดินนั่นเอง” ฤาษีชราตอบ แบบมดแดงเฝ้ามะม่วงจนไม่มีเสรีภาพใด ๆ จะไปไหนก็ ไปไม่ได้ เพราะความเป็นห่วง” “ท่านพูดคล้าย ๆ จะต่อว่าข้าเจ้าโดยเฉพาะ” ฤาษีชราพูดขึ้น ยิ้มเหนียม ๆ “แต่ท่านก็ยอมรับมิใช่หรือว่า มันเป็นความจริง?” เมื่อสุเทวฤาษีไม่ตอบ อาตมาจึงเทศนาต่อไป “ทรัพย์สมบัติที่ท่านเก็บไว้ในถ้ำนั้น ท่านก็ทราบ แล้วว่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน ไม่ใช่ของท่าน แต่เพราะ ความหลงผิดท่านจึงยึดถือว่าเป็นของท่าน และเสีย เวลาเฝ้าอยู่นานเกือบพันปีแล้ว จะไปผุดไปเกิด บำเพ็ญบารมีต่อก็ไม่ได้ เพราะความหลงผิดอันนั้น “สมบัติต่าง ๆ ดังกล่าวมานั้นยังอยู่ห่างจากตัวเรา เป็นสมบัติภายนอก เราเห็นได้ชัดว่ามาจากดินและจะ กลับคืนสู่ดิน ถ้าพูดให้ใกล้เข้ามาอีก แม้แต่สังขาร วิธีที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระนั้น อาตมา เห็นว่าไม่ยากอะไรเลย ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร ร่างกายของเราที่เรารักหวงแหนยึดถือว่าเป็นของ ทั้งสิ้น เพียงแต่ท่านถอนอุปาทานความยึดมั่นถือมั่น เรานี้ก็ไม่ใช่ของเราเป็นของแผ่นดิน เรายืมเขาใช้ ในสมบัตินั้นเสียเท่านั้น ท่านก็จะสบายใจ ท่านจะ ชั่วคราวเท่านั้น ในที่สุดก็จะต้องส่งคืนเจ้าของเดิมเขา ถอนได้ไหมเล่า?” พฤษภาคม ๒๔๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More