ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ จนในปี ๒๕๓๐ พี่สาวผม
ได้ชวนให้ผมเข้ารับการอบรมธรรมทายาทใน
รุ่นที่ ๑๕ ในปีนั้นมีอุปสรรคมากมีทั้งพายุ
ทั้งลูกเห็บ เมื่อจบการอบรมในรุ่นที่ ๑๕
ความประทับใจในชีวิตธรรมทายาทยังติดอยู่
ในใจผม ทำให้ผมกลับมาใช้ชีวิตอย่างธรรม
ทายาทอีกครั้งหนึ่งในรุ่นที่ ๑๖ แล้วผมคิด
ว่าผมจะไม่ไปคนเดียว ผมจะพาเพื่อนของผม
ไปด้วย เพื่อจะให้เขาได้พบกับความสุขที่แท้
จริง แล้วเพื่อให้เขาได้พบกับคำตอบที่ติดอยู่ใน
ใจเขา และเมื่อการอบรมเริ่มขึ้นเพื่อนผมก็
ได้พบคำตอบที่ติดอยู่ในใจเป็นเวลานานว่า
“เราเกิดมาทำไม” คำตอบก็คือ “เราเกิดมา
ใสสะอาด”
ถึงแก่นแท้ของชีวิต ให้เขาเหล่านั้นมาค้น
หาความเป็นจริงในชีวิตของคนเรา
เป้าหมายของชีวิตในสมัยที่เรียนชั้น
ประถม ผมใฝ่ฝันอยากเป็นสถาปนิก แต่เมื่อ
ผมเข้ารับการอบรมธรรมทายาท ผมคิดว่าเมื่อ
ผมสำเร็จการศึกษาและเป็นบัณฑิตทางโลก
แล้ว ผมจะบวชเพื่อให้ได้เป็นบัณฑิตทางธรรม
และคิดว่าจะบวชไปเรื่อยเหมือนกับพี่ชายของ
ผม (พระพี่ชายบวชอุทิศชีวิตในพระพุทธ
ศาสนา จำพรรษา ณ วัดพระธรรมกาย)”
ยุวธรรมทายาทชาตรี
วงศ์สายตา
อายุ ๑๔ ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๓ โรงเรียน
ปราจิณราษฎร์บำรุง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
ความรู้สึกก่อนบรรพชา
“จากบ้านมาทั้งที่เพื่อเป้าหมายข้าง
หน้าที่จะได้บวช จึงคิดว่าต้องอดทนให้ได้
เวลาเพื่อนพูดผิดหู เราก็เอาใจจรดศูนย์กลาง
เพื่อสร้างบารมี เกิดมาเพื่อทำจิตใจให้ กายทำให้หายอุ่นใจ และคิดเสมอว่าเราอุต
ส่าห์มาอบรมแล้ว จะเลิกไปเพราะเรื่องแค่นี้
มันไม่คุ้มค่ากัน
“ในวันบรรพชานั้น ผมมีความรู้สึก
ปลื้มปีติมาก ผมคิดว่าไม่มีที่ใดจะสงบสุขเท่า
กับการใช้ชีวิตอยู่อย่างบรรพชิตอีกแล้ว ใน
พิธีรับผ้าไตร เมื่อฆ้องครั้งที่หนึ่งดังขึ้น ผมเดิน
ไปรับผ้าไตรจากมารดาของผม ผมเห็นมาร
ดาของผมร้องไห้ แต่ในการร้องไห้ในครั้งนี้
ไม่ใช่การร้องไห้เพราะความเสียใจ แต่เป็นการ
ร้องไห้ด้วยความปีติใจต่างหาก ความตั้งใจ
หลังการอบรม ผมคิดว่าการใช้ชีวิตใน
ทางโลกมีแต่ความทุกข์ สิ่งที่ผมต้องการ
จากการใช้ชีวิตในทางโลกก็คือความรู้
ผมจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างธรรมทายาท
อีกครั้ง แต่ในครั้งต่อไป ผมจะไม่ใช่ยุว
ธรรมทายาท แต่จะเป็นธรรมทายาทอย่าง
เต็มที่ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ผมจะไม่
มาคนเดียวผมจะพาเพื่อนของผม
ศาสนิกชนมาร่วมอนุโมทนาบุญกันคับคั่ง
เมื่อเราได้กล่าวคำขอบวชต่อพระอุปัชฌาย์
แล้ว ท่านก็สวมอังสะให้ แล้วก็ลงไปห่ม
ผ้าจีวร เป็นวันที่ผมและเพื่อน ๆ ยุวธรรม
ทายาท อยากจะได้อยู่ภายใต้ผ้ากาสาว
พัสตร์ ซึ่งถือว่าเป็น ธงชัยพระอรหันต์
เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราจะได้ทำความดี
เมื่อเราระลึกถึงพวกเราก็ยังประทับใจทุก
ครั้งที่นึกถึง
วันต่อมา ผมได้มีโอกาสที่จะบิณฑบาต
เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมรู้สึกประหม่าขณะที่
พุทธศาสนิกชนใส่บาตรแล้วก็ไหว้ ผมนึกใน
ใจว่าเรามีความดีพอหรือยังที่จะให้ท่านทั้ง
หลายกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ”
ความรู้สึกของยุวธรรมทายาททั้งหมด
นี้ เป็นความคิดอันลุ่มลึกอย่างอัศจรรย์ยิ่ง ผิด
แผกกับเด็กในวัยเดียวกัน และเป็นที่ปลาบ
ปลื้มปีติใจแก่ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์
ที่ได้เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมา เป็นความหวังที่
มั่นใจได้เต็มที่ว่า เมื่อเขาเหล่านี้เติบใหญ่ต่อไป
จะเป็นคนดีมีคุณธรรม เป็นทรัพยากรบุคคลที่
มีค่าอย่างยิ่งแก่สังคมและประเทศชาติ และ
เป็นที่มั่นใจได้ว่า พระสัทธรรมคำสั่งสอนของ
พระพุทธองค์จักดำรงวัฒนาถาวรไปได้อีกนาน
แสนนาน
ขอเทิดทูนยุวธรรมทายาท
อนาคตของชาติที่ปรารถนา
การอบรมนี้ดีมาก ทำให้เรารู้จัก
อดทน มีคุณธรรม มีวินัย และความเคารพ
ต่อผู้ใหญ่ เพราะท่านมีคุณกับเรา เช่น
พ่อ แม่ ครู ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ อยาก
ให้ทุกคนที่อยู่ในโลกนี้มาปฏิบัติวิชชา สู้บากบั่นอบรมบ่มกายา
ธรรมกาย และอยากให้วิชชาธรรมกายอยู่
เป็นอมตะตลอดไป”
ความรู้สึกหลังบรรพชา
“ตอนผมและเพื่อน ๆ ยุวธรรมทายาท
ไปรับผ้าไตรกับผู้ปกครองนั้น ผมเกือบจะร้อง
ให้ออกมา แต่ผมนึกในใจว่า เราจะต้องเข้ม
แข็งไม่ร้องไห้ เพราะเราอบรมมาหลายวันยัง
ไม่เคยเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว วันที่ผม
และเพื่อนยุวธรรมทายาทมีความสุขที่
ไปด้วย ให้เพื่อนผมอีกหลาย ๆ คนที่ไม่รู้ สุดคือวันที่พวกเราบวช เพราะมีพุทธ
ทั้งกิริยาวาจาน่านิยม
แม้อายุยังน้อยค่อยฝึกหัด
ปฏิบัติ ภาวนา สง่าสม
ทั้งพ่อแม่ครูอาจารย์สราญรมย์
ต่างชื่นชมสมหวังดังใจปอง
พฤษภาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
๘๙