การเดินทางของท่านพาหิยะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 5 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 126

สรุปเนื้อหา

ท่านพาหิยะแลเห็นมหาพรหมขึ้นกล่าวอยู่ใน นภากาศ จึงคิดว่า "โอ เราทำกรรมหนักเสียแล้ว เราคิด ว่าเราเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านผู้นั้นบอกเราว่าเราไม่ใช่ พระอรหันต์ ทั้งมิใช่ผู้เดินตามทางของพระอรหันต์อีก ด้วย นี่ท่านผู้อื่นที่เป็นพระอรหันต์มีอยู่ในโลกนี้หรือ เปล่าหนอ” และเมื่อต้องการที่จะทราบความเป็นจริงใน เรื่องนี้ จึงเรียนถามมหาพรหมนั้นว่า “ข้าแต่เทวดา ในโลกนี้ พระอรหันต์หรือท่านผู้ เดินตามทางของพระอรหันต์ มีอยู่หรือไม่" มหาพรหมจึงบอกว่า “พาหิยะ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นใน โลกแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระอรหันต์ด้วย ทรงแสดง ธรรมเพื่อความเป็นพระอรหันต์ด้วย และขณะนี้พระผู้ มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เมืองสาวัตถี และถ้าท่าน พาหิยะประสงค์จะทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีทั้งเหตุและผล ก็จงไปเฝ้าพระผู้มีพระ

หัวข้อประเด็น

- การเดินทางของท่านพาหิยะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ท่านพาหิยะแลเห็นมหาพรหมขึ้นกล่าวอยู่ใน นภากาศ จึงคิดว่า "โอ เราทำกรรมหนักเสียแล้ว เราคิด ว่าเราเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านผู้นั้นบอกเราว่าเราไม่ใช่ พระอรหันต์ ทั้งมิใช่ผู้เดินตามทางของพระอรหันต์อีก ด้วย นี่ท่านผู้อื่นที่เป็นพระอรหันต์มีอยู่ในโลกนี้หรือ เปล่าหนอ” และเมื่อต้องการที่จะทราบความเป็นจริงใน เรื่องนี้ จึงเรียนถามมหาพรหมนั้นว่า “ข้าแต่เทวดา ในโลกนี้ พระอรหันต์หรือท่านผู้ เดินตามทางของพระอรหันต์ มีอยู่หรือไม่" มหาพรหมจึงบอกว่า “พาหิยะ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นใน โลกแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระอรหันต์ด้วย ทรงแสดง ธรรมเพื่อความเป็นพระอรหันต์ด้วย และขณะนี้พระผู้ มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เมืองสาวัตถี และถ้าท่าน พาหิยะประสงค์จะทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีทั้งเหตุและผล ก็จงไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด” เมื่อสุทธาวาส มหาพรหมบอก ดังนี้แล้วก็หายวับกลับไปยังพรหม โลก ฝ่ายท่านพาหิยทารุจีริยะ ได้ฟังถ้อยคำของ มหาพรหมในราตรีนั้นแล้วเกิดความสลดใจ ครุ่นคิดที่จะ แสวงหาหนทางแห่งพระนิพพาน แล้วเลยตกลงตัดสิน ใจออกจากท่าสุปปารกะในขณะนั้น มุ่งหน้าเดินทางไปยัง เมืองสาวัตถี ท่านพาทยะเดินทางสิ้นระยะทาง ๑๒๐ โยชน์ ด้วยการรอนแรมเพียงคนเดียวเท่านั้น ก็ไปถึงเมือง สาวัตถี การเดินทางของท่านพาหิยะ ที่ท่านสามารถเดิน ทางไปถึงเมืองสาวัตถีได้รวดเร็วนั้น ไปด้วยอานุภาพของ เทวดา แต่บางอาจารย์กล่าวว่า ไปด้วยพระพุทธานุ ภาพ เวลาที่ท่านพาหิยะมาถึงเมืองสาวัตถีนี้ เป็นเวลา ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะเมื่อมาถึงสำนักของพระภิกษุทั้งหลายแล้ว ได้กราบเรียนถามพระภิกษุหลายรูปด้วยกัน พระภิกษุ เหล่านั้น หลังจากฉันจังหันเสร็จออกไปเดินจงกรมอยู่ในที่ แจ้ง เพื่อเปลื้องความเกียจคร้านทางกายว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ เวลานี้พระผู้มีพระ ภาคเจ้าอยู่ ณ ที่ใด ขอรับ” ว่า พระภิกษุทั้งหลายตอบชี้แจงให้ท่านพาหิยะทราบ “ขณะนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปบิณฑบาต ที่กรุงสาวัตถี” และถามท่านพาหิยะว่า “ท่านมาจากไหน เล่า” ท่านพาหิยะ ตอบว่า “ข้าพเจ้ามาจากท่าสุปปารกะ ขอรับ- พระภิกษุ ถามว่า “ท่านออกเดินทางมาตั้งแต่เมื่อไร ท่านพาหิยะตอบว่า “ข้าพเจ้าออกเดินทางมาแต่ เมื่อตอนเย็นวานนี้ ขอรับ” เมื่อพระภิกษุทั้งหลายได้ทราบเรื่องราวของท่าน พาหิยะเช่นนี้ จึงกล่าวเชื้อเชิญว่า ท่านเป็นผู้มาจากที่ไกล จงนั่งก่อน จงล้างเท้าทาน้ำมัน พักผ่อนสักครู่หนึ่ง แล้ว ท่านจะเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าในเวลาเสด็จกลับมาที่นี่ ท่านพาหิยะไม่ยอมปฏิบัติตามคำเชื้อเชิญของพระ ภิกษุทั้งหลาย แต่ได้กราบเรียนความต้องการที่มีอยู่ภาย ในใจให้พระภิกษุทั้งหลายฟังว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าไม่รู้จักอันตราย ของพระผู้มีภาคเจ้าหรือของตนเองได้ว่าจะเกิดมีขึ้น ในขณะไหน เวลาใด ขอรับ ข้าพเจ้าไม่ได้หยุดยืนพัก ไม่ได้นั่งพักในสถานที่ไหนเลย รีบเดินทางมาจนตลอด ระยะทาง ๑๒๐ โยชน์ โดยราตรีเดียวเท่านั้น ข้าพเจ้า ขอพบพระผู้มีพระภาคเจ้าเสียก่อนแล้วจึงจักพัก ขอรับ” เมื่อท่านกล่าวดังนี้แล้วก็ลาพระภิกษุรับเข้ากรุง สาวัตถีไป และเที่ยวติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าจนพบ ในตอนที่ท่านพาหิยะไปพบพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ กำลังเสด็จจาริกบิณฑบาตอยู่ ด้วยพุทธสิริอันหาที่เปรียบ มิได้ อ่านต่อฉบับหน้า พฤษภาคม ๒๕๐๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More