ข้อความต้นฉบับในหน้า
โทสะได้ แม้แต่ปัจจุบันนี้ ถ้าเราหมั่นอธิษฐานอย่างนี้บ่อย ๆ เขาทำตามหน้าที่ของทหาร ไม่มีใครด่าทหารประเภทนี้สักคน
ก็เป็นการเตือนตัวเองไม่ให้มีโทสะเข้าครอบงำ หรือเวลา ทุกคนก็ยอมรับว่าเขาเป็นคนดี
โทสะเกิดขึ้นก็สามารถยับยั้งตัวเองได้เร็ว
ตรงกันข้าม ถ้าใครมาด่าทหารประเภทที่ยอมสละลูก
สละเมียไปรบว่าเป็นทหารเลว คน ๆ นั้นก็จะถูกตำหนิ จริงอยู่
ในฐานะเป็นตัวเป็นเมียกัน เป็นพ่อเป็นลูกกัน ถ้าเอาความเป็น
พ่อเป็นลูกมาพิจารณาแค่นั้นละก็ คนที่ออกไปรบทิ้งลูกทิ้งเมีย
ไป คนว่าผิด เพราะมีหน้าที่จะต้องดูแลครอบครัว ไม่ดูแลที่ผิด
แต่พบว่านอกจากเขาจะเป็นคนมีลูกมีเมียแล้ว เขายังมีหน้าที่
การอธิษฐานก็มีส่วนดีอย่างนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงจัดการอธิษฐานเป็นบารมีอย่างหนึ่ง เรียกว่า อธิษฐาน
บารมี อย่างการที่พระองค์ท่านมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ ท่านก็มาด้วยอำนาจอธิษฐาน คือตั้งจิตมั่นแล้วพยายาม
ทำตามสิ่งที่หวังไว้ อธิษฐานคือตั้งเป้านั่นเอง เป็นการตั้งโครง
การระยะยาว ในทางโลกการทำงานอะไรก็ตาม ถ้าได้ตั้ง
โครงการเอาไว้ก็จะทำให้งานนั้นสำเร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย เป็นผัวคน มันมีอยู่ในสนามรบแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงต้อง
ไม่ใช่ทำอย่างไร้จุดหมาย ได้ยังไงเอายังงั้น หรือเริ่มต้นทำ
เรื่องหนึ่ง แต่ท้ายกลับไปได้อีกเรื่องหนึ่ง การอธิษฐานจึงเป็น
สิ่งจำเป็นในการทำบุญทุกครั้ง
พระเวสสันดร
สละลูกเมียเป็นทานเพื่ออะไร ไม่ใจคอโหดร้าย
เกินไปหรือ
ถาม กราบเรียนถามหลวงพ่อ พระเวสสันดรให้บุตร
ธิดาเป็นทานแก่ชูชก แล้วบุตรธิดาก็ได้รับความลำบากนั้น
เป็นเรื่องที่ถูกต้องไหม ผมควรจะตอบคนที่ถามอย่างไรครับ
ตอบ เรื่องที่พระเวสสันดรให้ทานลูกไปน่ะ หลวงพ่อ
อยากจะให้ข้อคิดว่า เวลามองอะไรนี่ ขอให้มองให้ถึง
ฐานะของคนคนนั้นด้วย อย่าเอาฐานะเราเข้าไปเปรียบ
เหมือนอย่างทหารที่ออกไปรบ เขาทิ้งลูกทิ้งเมียทิ้งพ่อทิ้งแม่ไป
บางครั้งคนเหล่านี้ต้องได้รับความลำบากนั่นเป็นเพราะว่าเขา
ไม่ห่วงหรือ ความจริงเขาก็ห่วงแต่ก็ตัดใจไป เพราะประเทศชาติ
สำคัญกว่า ถ้าประเทศชาติเป็นอะไรไป อย่าว่าแต่ลูกเมียเลย
แม้แต่ตัวเขาเองก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เขาไม่รักลูกเมีย
แต่เพราะว่าเขามีความจำเป็น เขารักหน้าที่ จะต้องปกป้อง
ผืนปฐพีไทย เขาจึงต้องออกรบ คนก็สรรเสริญว่าเขาทำถูก
เป็นทหาร เมื่อมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นพ่อคนหรือการ
ไป ใครตำหนิไม่ได้ เช่นกัน พระเวสสันดร เมื่อท่านบำเพ็ญ
บารมีมามากเข้า ๆ ถึงจุดหนึ่งท่านมองออก มองไปทั้ง
โลกนี้ คนที่จะมีจิตใจงาม จิตใจใสสะอาด มีปัญญาพอ
ที่จะไปถึงจุด ๆ นี้ได้ เพื่อจะไปเอาความรู้ที่ถูกต้อง
ความรู้ที่บริสุทธิ์มาให้ชาวโลกได้ เห็นมีแต่เรานี่เท่า
นั้น ฝึกมาก ๆ มันเห็น ถ้าเรายังห่วงลูกห่วงเมียอยู่อย่าง
นี้ ก็คงอีกหลายชาติกว่าจะไปถึงจุดที่ชาวโลกจะให้เรา
ไปช่วยได้ เสียเวลาอีกมากเลย แต่ถ้ายอมตัดใจสละลูก
สละเมียเสียชาตินี้ เราจะก้าวถึงพระนิพพาน
ทหารทางโลกน่ะตัดใจทิ้งลูกทิ้งเมียไปรบกับศัตรูที่เป็น
ตัวบุคคล ส่วนพระเวสสันดรมีปัญญามากเห็นชัดเลยว่า
เราจำเป็นจะต้องตัดใจทิ้งลูกทิ้งเมีย เพื่อไปรบกับกิเลส ชนะ
กิเลสครั้งนี้ ลูกเมียเราเดือดร้อนอย่างมากก็แค่ชาตินี้ ชาติต่อไป
จะไม่มีคำว่าเดือดร้อนอีกแล้ว มองเห็นอย่างนี้จึงยอม เพราะ
ฉะนั้น เวลาพิจารณาอะไรละก็อย่าเอาภาวะที่ตัวเองเป็นอยู่
ไปตัดสิน คนเรามีฐานะไม่เหมือนกัน แม้เป็นคนด้วยกัน แค่
ทหารกับประชาชนก็มีความรู้สึกนึกคิดต่างกันเยอะเลย ทหาร
ต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อปกปักรักษาชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ไว้ให้ยืนยงคงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป
๖๘
พฤษภาคม ๒๕๖๑
Kalyanamitra.org