ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒. ประหลาด...
"พรต ตายเพราะอะไร” จนเดี๋ยวนี้ผม
ผมไปประชุมที่เชียงใหม่ครั้งนี้ก็ ยังจำคำถามของตัวเองได้”
เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา คือพอเริ่มประชุม
ปัญหาต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยเข้ามาให้แก้ไข ทำให้
ผู้เข้าร่วมประชุมต่างหน้าตาเคร่งเครียดไป
ตาม ๆ กัน ถ้ายังหาข้อยุติไม่ได้ ทานข้าวเย็น
แล้วมานั่งถกกันต่อ จนกาแฟหมดไปหลาย
เหยือก สมาชิกตาเริ่มปรือแล้วจึงได้แยกย้าย
กันไปพักผ่อน
เป็นสูตรของผมโดยเฉพาะ ไม่มีใครบอก
ไม่ได้ลอกเลียมใครมา หากรู้สึกเพลียและ
เครียด ผมชอบนอนแช่ตัวในน้ำเย็นสักพักหลัง
จากนั้นจึงเปลี่ยนน้ำให้อุ่นขึ้นจนค่อนข้างร้อน
ขณะเดียวกันก็ปล่อยใจให้คิดอะไรไปเรื่อย ๆ ที่
ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน หากเป็นที่บ้านผมมักจะ
เปิดเพลงบรรเลงเพราะ ๆ ฟังไปเรื่อยๆ
อาบน้ำสวมชุดนอนเสร็จ นาฬิกาข้อมือ
ชี้บอกเวลาเที่ยงคืนพอดี ความเคยชินในช่วง
หลังทำให้อดไม่ได้ที่จะหยิบหนังสือธรรมะ
ขึ้นมาจากกระเป๋า เปิดหน้าที่คั่นไว้ยังไม่ทันจะ
อ่านต่อก็ต้องเงยหน้าขึ้น
“โรจน์ เราตายแล้วนะ
เสื้อขาวผ้าด้ายดิบผ่าหน้าแบบเชือกผูก
และกางเกงขาก๊วยผ้าอย่างเดียวกัน เป็นเครื่อง
แต่งกายที่แปลก แต่นอกเหนือจากนั้นทุก
อย่างไม่ว่ารูปร่างหน้าตาและแม้กระทั่งน้ำเสียง
คือพรต..... เพื่อนที่ผมมักจะนึกถึงเขาอยู่
เสมอ
ป่วย
ผมมองไปทั่วทั้งตัวเขา จะดูว่าตรงไหน
บ้างที่แสดงอาการว่าเขาป่วยอย่างที่บอก ทัน
ใดนั้นเองร่างที่ผมเห็นอยู่เบื้องหน้าก็ถอย
หลังออกไป แล้วค่อย ๆ จางลง ๆ.......
เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ผมก็ถูกทิ้งให้อยู่ใน
ห้องเพียงลำพังตามเดิม มือยังถือหนังสือค้างอยู่
นาฬิกาบอกเวลา ๒๔.๑๐ นาฬิกา ปิดหนังสือ
ไว้แล้ววางลงบนโต๊ะ กวาดสายตาไปรอบ ๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพเดิม ประตู
ห้องก็ปิดล็อคกุญแจเรียบร้อย
เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ ๆ ผมจึงเปลี่ยน
ใจเอาหนังสือไปเก็บ ลดความเย็นของห้องลง
ด้วยการปรับปุ่มแอร์แล้วจึงปิดสวิทช์ไฟฟ้า
หลับตาลงพร้อมกับบอกตัวเองว่า
พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมพรต... นาน ๆ มีเหตุให้ต้อง
ไปเยี่ยมเยียนกันบ้างก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้น
ต่างคนก็ต่างอยู่ ต่างก็วุ่นวายด้วยเรื่องทำมา
หากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่ค่อยได้สนใจกัน
ทั้ง ๆ ที่บางครั้งผมก็มาอยู่ใกล้เขาแค่นี้เอง
ออกจากห้องประชุมแล้ว ผมก็คว้า
กระเป๋าเดินลิ่วไปขึ้นรถที่เขาจัดไว้ให้ใช้โดย
เฉพาะ บอกชื่อถนน บริเวณที่จะไปอย่าง
คร่าว ๆ และชื่อร้านที่จำได้คลับคล้ายคลับคลา
พอเป็นแนวทางให้คนขับรับทราบแล้ว ผมก็เอน
หลังพิงเบาะ ถึงตอนนี้ก็นึกขำจึงหาคำพูดไว้คุย
กับพรต กลัวเขาจะรู้ว่าผมมาเยี่ยมเพราะคิด
อะไรบ้า ๆ ถ้าเขาจับความจริงได้ผมคงอายไม่
น้อยเหมือนกัน
เพียงครู่เดียวรถก็มาจอดลงตรงหน้า
ร้านพอดี หลายปีที่ไม่ได้ติดต่อกัน กิจการ
ของครอบครัวเขาใหญ่โตก้าวหน้ามากกว่าที่
เคยเห็นสมัยเป็นนักคึกษาหลายเท่า
พอผมบอกว่า
“ขอพบคุณพรดด้วยครับ” พนักงาน
หญิงหน้าตาดีก็มองผมแปลก ๆ แต่ท่าทาง
อย่างผมบอกตรง ๆ ว่าถ้าตามีแวว ในศีรษะ
มีสมองบรรจุอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดูแป๊บ
เดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ระดับกระจอก ๆ
“กรุณาเชิญข้างในเลยนะคะ
เธอพาผมเดินทะลุหลังร้านผ่านสวน
หย่อม ตรงไปยังเรือนไม้สักทรงไทยหลังเก่า
ที่ผมกับเพื่อน ๆ เคยมาพักเที่ยวสงกรานต์กับ
พรต
“สวัสดีครับคุณแม่” แม้ท่านจะแก่ลง
ไปมาก แต่ผมก็ยังจำได้แม่นยำว่าท่านคือคุณ
แม่ที่แสนจะใจดีของพร
"ผมชื่อโรจน์ครับ เป็นเพื่อนเรียนมหา
วิทยาลัยเดียวกันกับพรต
“คุณโรจน์หรือ... พรตพูดถึงคุณบ่อย ๆ
ทราบข่าวเมื่อไหร่คะ” น้ำเสียงสั่นเครือและคำ
๗๘
เสื้อขาวผ้าด้ายดิบผ่าหน้าแบบเชือกผูก และ
กางเกงขาก๊วยผ้าอย่างเดียวกัน เป็นเครื่องแต่งกาย
ที่แปลก แต่นอกเหนือจากนั้นทุกอย่างไม่ว่า
รูปร่างหน้าตาและแม้กระทั่งน้ำเสียงคือพรต...
พฤษภาคม ๒dne