ข้อความต้นฉบับในหน้า
พญาครุฑได้กดพญานาคให้นอนลงที่คาคบของ เมล็ดพืชที่นกกินก็จะงอกงามเจริญเติบโตขึ้น
ต้นงิ้วใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วแหวะท้องจิกกินตับไตไส้พุง ปกคลุม ทำให้ต้นไม้ของข้าพเจ้าต้องตาย ถึง
ส่วนซากก็ทิ้งลงในมหาสมุทร
สำหรับต้นไทรที่ติดมาด้วยนั้น ถูกทิ้งอยู่ในป่างิ้ว
นั่นเอง ขณะนั้นมีนกตัวหนึ่งบินมากินลูกไทร แล้วบิน
ไปเกาะที่กิ่งงิ้ว รุกขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ที่ต้นงิ้วตกใจจน
ตัวสั่น พลอยทำให้ต้นงิ้วหวั่นไหวตั้งแต่ใบถึงราก
แม้พื้นดินก็มีอาการสั่นสะเทือนไปด้วย
พญาครุฑเห็นต้นงิ้วสั่นสะเทือน จึงถามว่า
“เราจับนาคตัวยาวถึง ๑,๐๐๐ วา แล้วเราก็มี
ร่างกายใหญ่โต รุกขเทวาท่านยังรองรับเราได้ไม่
หวั่นไหว ไม่สั่นสะเทือน แต่ทำไมกับเจ้านกตัวเล็ก ๆ
มาเกาะท่านกลับต้องสั่นสะเทือนด้วย”
“ท่านพญาครุฑ ท่านกินเนื้อสัตว์อื่นเป็น
อาหาร แต่นกตัวนั้น จิกกินเมล็ดมะเดื่อ, เมล็ด
โพธิ์ เมล็ดไทรเป็นอาหาร เมื่อมันกินแล้ว มันก็
ต้นไม้อื่น ๆ ก็เช่นกัน นกพวกนี้จะเอาพืชอื่นมา
ฆ่าเสีย ด้วยการที่ต้นไม้นั้นเติบโตขึ้นมาปกคลุม
นี่แหละพญาครุฑ ข้าพเจ้าคิดถึงภัยที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต จึงได้สั่นสะเทือน
พญาครุฑได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวสรรเสริญรุกขเทวา
ที่ต้นงิ้วป่าว่า เป็นผู้รอบคอบ รู้จักระแวงภัยที่ควรระแวง
ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
จากนั้น พญาครุฑจึงขับไล่นกตัวนั้นให้ออก
ไปจากต้นงิ้ว
นิทานชาดกเรื่องนี้ เป็น อดีตชาติหนึ่งของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่ทรงถือกำเนิด
เป็นรุกขเทวดา และพญาครุฑเป็นพระสารีบุตร
หลาน ๆ คะ รุกขเทวดาที่ฉลาดรอบคอบ ย่อม
มองเห็นภัยที่อาจเกิดขึ้นกับต้นไม้ที่ตนอาศัย พวกเรา
อาจจะมาถ่ายอุจจาระรดต้นไม้ที่ข้าพเจ้าอยู่ เป็นคน เราเคยคิดถึงภัยในอนาคตของเราหรือเปล่า
ในวัฏสงสารอันยาวนานนี้ เรายังต้องเกิด ยังต้องเสี่ยง
ภัยอันตรายรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภัยจากกิเลส
คือความโลภ โกรธ หลง
หลาน ๆ จงคิดและเริ่มทำดีเสียตั้งแต่วินาทีนี้
เถิดค่ะ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา
เพื่อลดภัยจากกิเลสให้เบาบางลง อย่าประมาทว่า
หลานยังอายุน้อย ยังเรียนหนังสือไม่จบ ขอให้คิดว่า
ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร ก็เป็นผู้มองเห็นการณ์ไกล มองเห็นภัย
ในอนาคต และเป็นผู้ไม่ประมาทค่ะ
น้าอี๊ด
กันยายน ๒๕๐๑
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๑