ข้อความต้นฉบับในหน้า
กันยายน ๒๔๓๑
อันซีนได้กลับมาให้กำลังใจแก่เขา นิ้วของเขาอาจ
แข็งกระด้างไปเมื่อดีดแป้นเสียง แต่เขาก็เป็นผู้ “สร้าง
ชีวิตขึ้น” เขาได้ทำให้ต้นไม้งอกจากพื้นดินที่เคยแห้งแล้ง
มาแล้ว เขาเป็นผู้ “ทำให้คนตาบอดแลเห็น” และคน
เหล่านั้นก็กำลังพบพระเจ้าในโคลนและในวัชพืช ความ
งดงามเข้ามาแทนที่ความน่าเกลียดที่เคยเป็นมา แม้
กระนั้นเขาก็ยังทำงานให้สำเร็จไปได้น้อยนัก
นิ้วของเขาหยุดพักและศีรษะของเขาเอนไปข้างหน้า
ปะทะเข้ากับส่วนบนของปีอาโน ยังมีงานที่จะต้องทำ
อยู่อีกมาก ขณะนั้นมีเสียงดังมาจากข้างหลังทำให้เขา
หันมาดู ตะเกียงในหอประชุมถูกจุดขึ้น ปรากฏว่ามีนิสิต
ตั้งครึ่งโหลยืนอยู่ที่ช่องประตู บัดนี้นิสิตเหล่านั้นเดินเบียด
กันเข้ามาข้างหน้า
เที่ยว”
ขอร้อง
ดนตรี”
เสียงกระดิ่งยามราตรีดังขึ้น เขาต่างคนต่างรีบ
ออกไปจากที่นั่น อีกไม่ช้าแสงไฟก็จะดับ ข้อบังคับของ
ทัสคีก็มีว่า “นอนแต่หัวค่ำ และตื่นแต่เช้า”
คาร์เว่อร์เดินช้า ๆ ไปยังห้องของเขาซึ่งอยู่ใน
หอการเกษตร เขาตั้งใจว่าในระหว่างการออกไปป่าใน
เวลาเช้า เขาจะ “หารือกับพระเจ้า” ในเรื่องนี้
เขาไม่ยอมคิดถึงปัญหาการขยายงานมาระยะ
เวลาหนึ่ง แล้วแผนกงานอันขยายตัวโดยรวดเร็วของเขา
กำลังต้องการเงิน เนื้อที่ซึ่งได้เพิ่มขึ้นก็ยังมิได้เพาะปลูก
แผนการปลูกพืชหมุนเวียนที่นำมาใช้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์
ที่ดีขึ้นและมากขึ้น เขาต้องการปศุสัตว์เพิ่มขึ้นกับทั้ง
ยุ้งฉางก็เล็กเกินไปเสียแล้ว ดร.วอชิงตันก็ได้เดินทางไปขอ
“ท่านศาสตราจารย์ ท่านได้บรรเลงเพลง แน่ เรี่ยไรเงินสำหรับบำรุงโรงเรียนดังที่ได้เคยกระทำอยู่
คาร์เว่อร์มีกิริยาขวยเขินและลุกขึ้นทันที
“โอ อย่า อย่าเลิก โปรดบรรเลงต่อไปอีก” นิสิต
แต่คาร์เว่อร์สั่นศีรษะปฏิเสธ
“ฉันยังไม่เคยได้ฟังการบรรเลงอย่างไพเราะ
เช่นนี้เลย” เด็กหญิงได้พูดขึ้น “ฉัน ฉันอยาก” เธอหยุดพูด
“เธออยากอะไรนะ เด็กน้อย” คาร์เวอร์ถาม
“อยากให้มารดาของฉันได้ฟัง ท่านชอบเพลง”
เธอตอบอาย ๆ
บ่อย ๆ คาร์เวอร์หลงใหลในวาทศิลป์อันคล่องแคล่ว
ของวอชิงตันมาก อาคมขลังแห่งถ้อยคำของเขาทำให้ได้
เงินมาเป็นพัน ๆ ดอลลาร์ให้แก่ทัสดีก็ทุก ๆ ปี คาร์เวอร์
ไม่ริษยาเขาเลย หากอยากจะมีพรพิเศษอย่างนั้นบ้าง
ในระหว่างครุ่นคิดอยู่นั้นเขาก็ยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อนึกถึง
เด็กหญิงน้อย ๆ ที่ได้พูดว่า “และท่านมีดนตรี” จาก
ปากของทารกที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม-ชะรอยจะเป็นคำตอบ
ปัญหานี้
คาร์เว่อร์ได้เสนอเรื่องนี้แก่วอร์เร็น โลแกน สมุห์
บัญชีของโรงเรียนโดยมีอาการที่เกือบจะเป็นกิริยาของคน
“เธอเป็นผู้หนึ่งในหมู่นักร้องเจ้าหน้าที่ของโรงสวด ขลาด
ใช่ไหม”
“คอนเสิร์ทท่องเที่ยว” โลแกนรู้สึกกระตือรือร้น
คาร์เว่อร์ได้บอกแต่เพียงว่าเขา
“อาจจะเล่นอาโนให้สักสองสามเพลง” แต่
เด็กชายคนหนึ่งได้จุดตะเกียงที่กลางโต๊ะขึ้น คาร์
เว่อร์จึงแลเห็นหน้านิสิตทั้งหลายที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่
“ใช่ ฉันอยู่ในหมู่นักร้องนั้น เรามีดนตรีอยู่เพียง
แค่นั้น (คือแค่เพลงที่ร้องในโรงสวด) ณ ที่ซึ่งเราจาก
มานั้น”
“นั่นก็ถมเถไปแล้ว” คาร์เวอร์กล่าวพึมพำ
“ไม่ถมเถหรอก” เด็กชายคนหนึ่งด้าน “ท่านเล่น
ดนตรีในโรงสวดของเราก็จะดี ประชาชนทั้งหมดจากทุก
ทิศเป็นระยะทางหลายไมล์คงจะมาฟัง”
คาร์เวอร์หัวเราะ “แต่เหตุใดเล่าฉันจึงจะไปทำ
อย่างนั้น เขาพูดพลางสั่นศีรษะ “ฉันไม่ใช่นักดนตรีนี่
ฉันเป็น
“ท่านได้เคยพูดว่า เราจะต้องให้สิ่งที่เรามี”
นัยน์ตาของเด็กหญิงมีประกายอ่อนโยน “และท่านมี
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๘๙