ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตัวตั้งตรงของท่านสง่างาม มั่นคงเฉียบขาด
เหมือนทวนของขุนพลที่ปักผงาดอยู่บนรถรบ
ความศรัทธาของอาตมาที่มีต่อท่านยิ่งเพิ่มขึ้น
เป็นทวีคูณ
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา จิตใจของอาตมา
ก็ผูกพันอยู่กับคุณยายอาจารย์ ยอมมอบกาย
ถวายชีวิตให้ท่านอบรมบ่มนิสัย โดยไม่มี
เงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนเคยอยู่ในปกครอง
ของท่านมาหลายภพหลายชาติ
กัลยาณมิตรคนแรก
คุณไชยบูลย์ที่อาตมาเอาชื่อไปอ้าง
คือ คุณไชยบูลย์ สุทธิผล นิสิตรุ่นน้องปี ๕
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งอาตมาได้พบ
หน้าครั้งแรกเมื่อคืนลอยกระทง วันอาทิตย์ที่
๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ และได้ความสะกิด
ใจอยู่ลึก ๆ ท่ามกลางความรู้สึกที่มัวซัวด้วย
ฤทธิ์เหล้าที่ดื่มมามากแล้วแต่หัวค่ำว่า น้อง
คนนี้ไม่ใช่ธรรมดา
คืนวันนั้นจำได้ว่า ได้หัวขวดเหล้าไปใน
แจกรุ่นน้องกลุ่มหนึ่งริมสระน้ำหน้ามหาวิทยา
ลัยเกษตรศาสตร์ ใคร ๆ ในกลุ่มนั้นต่างก็รับไป
ดื่มแต่โดยดี เพราะเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ แต่มีอยู่
คนเดียวที่ปฏิเสธ
“ผมไม่ดื่มเหล้า ผมถือศีล
คำว่า "ถือศีล" กระทบใจของอาตมา
อย่างแรง เพราะอาตมาเองก็เคยถือสห้า
มาก่อนในช่วงที่ฝึกสมาธิเพื่อเรียนวิชาหนัง
เหนียว อยู่ยงคงกระพัน เพิ่งมาเสียท่ากลาย
เป็น “ขวดแม่โขงเดินได้” ตอนเข้ามาเรียน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยคิดโทษเพื่อน ๆ
โทษสิ่งแวดล้อมเรื่อยมา แต่ภายหลังเมื่อรู้จัก
ใกล้ชิดคุณไชยบูลย์มากเข้า ก็เลยต้องยอมรับว่า
เรามันแสบเอง เพราะคุณไชยบูลย์นั้นเพื่อน ๆ
พร้อมกันยืนยันขันแข็งว่า ถือศีลห้ามาตลอด
รอดฝั่งได้ในท่ามกลางเพื่อนขี้เมารอบตัว
แต่อย่างไรก็ตาม คืนนั้นอาตมาก็พูดตีรวนไป
หลายค่า
เช้าวันรุ่งขึ้นสร่างเมาแล้ว นึกถึงน้อง
กันยายน ๒de
คนที่บอกว่าถือศีลเมื่อคืน แต่เพราะเมาจัดจึง
จ่าหน้าไม่ค่อยได้ ชื่อก็ไม่ได้ถามเอาไว้ ก็เลย
เอาข้อมูลแค่น้องปี ๔ ถือศีล ๕ ไปสืบเสาะหา
ตัวจนพบ ได้เห็นหน้าได้พูดคุยกัน โดยไม่มี
ดีกรีสุรามาบดบัง จึงนึกรักถูกอัธยาศัยอยาก
ถ่ายทอดวิชาหนังเหนียวให้ทันที
ต่อมาก็หาโอกาสเข้าใกล้ชิด ก็เพราะ
อยากถ่ายทอดวิชาให้นั่นแหละ อย่างไรก็ตาม
ต้องขอสอบภูมิธรรมกันก่อนล่ะ ขนาดเปิด
พระไตรปิฎกถามกันเชียว แต่เนื่องจากเราอ่าน
คํารามามาก ข้อสอบเลยเยอะหน่อย โชคดี
ที่น้องคนนี้เข้าใจและนับถือว่าเป็นพี่จึงไม่ว่า
..
“ผมไม่ดื่มเหล้า ผมถือศีล”
คำว่า “ถือศีล” กระทบใจ
ของอาตมาอย่างแรง
เพราะอาตมาเองก็เคยถือศีลห้า
มาก่อนในช่วงที่ฝึกสมาธิ
เพื่อเรียนวิชาหนังเหนียว
อยู่ยงคงกระพัน
TV
อะไร การสอบภูมิทำอยู่หลายวัน จนไข้ขึ้นไป
ด้วยกันทั้งคู่ ถามข้อไหนน้องก็ตอบได้ทุกข้อ
ต้อนไม่จนสักที ที่เคยตั้งใจจะรับเป็นลูกศิษย์
ก็ชักลังเล เพราะภูมิความรู้ทางธรรมของท่าน
เหนือกว่าเรามาก
เหลือคำถามขั้นตัดสินเรื่องสุดท้ายคือ
เรื่องนรก-สวรรค์ พอได้โอกาสก็ถามทันที
คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าตอบแบ่งรับแบ่งสู้อย่าง
ที่คนอื่นตอบก็คงยกย่องได้แค่เป็นพระไตรปิฎก
เคลื่อนที่ แต่แล้วอาตมาก็ได้ยินคำตอบชัดอย
ชัดค่า ยืนยันขันแข็งด้วยความมั่นใจเต็มที่ว่า
นรกมีจริง สวรรค์มีจริง ท่านที่ไปดูนรก
ไปดูสวรรค์ได้ก็ยังมีอยู่ บอกชื่อเสียงเรียงนาม
Kalyanamitra.org
เสร็จสรรพว่า ชื่อคุณยายจันทร์ ขนนกยูง
เป็นแม่ชีอยู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
เลย
“เชื่อเถอะพี่เด็จ จริงล้านเปอร์เซ็นต์
...แล้วถ้าพี่เด็จอยากเห็นด้วยตนเอง
ท่านก็จะสอนให้
ได้ยินแค่นี้ก็ใจชื้นว่า น้องคนนี้ไม่ใช่
ดีแต่ปากเสียแล้ว นี่คือคน ๆ แรกที่ให้คำตอบ
ที่ถูกใจที่สุด และเป็นคนที่ทำให้อาตมาอยาก
พบคุณยายมากเหลือเกิน
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา อาตมาก็ได้คิดว่า
คนที่มีความรู้ในพระไตรปิฎกขนาดนี้สมควร
ยกให้เป็นครูบาอาจารย์ของเราได้ แม้จะมีอายุ
คราวน้องก็ตาม จึงยอมตัวเป็นลูกศิษย์ด้วย
ความเต็มใจ เวลาอยู่ด้วยกันก็ให้นั่งนอนสูงกว่า
แม้ขณะนี้เมื่อคุณไชยบูลย์ สุทธิผล กลายมาเป็น
หลวงพ่อธัมมชโย ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดพระ
ธรรมกายแล้ว อาตมาก็ยังติดสอยห้อยตาม
มาเป็นลูกศิษย์ ยอมตายถวายชีวิตอยู่ด้วย
นี่ถ้าไม่พบท่านตอนนั้น ป่านนี้เราคงเป็นเหมือน
ขุนแผนแสบ ๆ
ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนไปแล้ว
พระเอกจอมคาถาอาคม
ต้นเหตุที่ทำให้อาตมาอยากเป็นอย่าง
ขุนแผน เกิดขึ้นเมื่ออาตมามีอายุย่างเข้าวัยรุ่น
หนุ่ม ตอนนั้นอาตมารักการฝึกสมาธิมาก
เริ่มต้นมาตั้งแต่ประมาณปี ๒๔๙๗-๙๘ ขณะ
เรียนหนังสืออยู่ชั้นม. ๔ แรกทีเดียวนั้นเป็น
เพราะไปอ่านเจอวิธีฝึกสมาธิในคัมภีร์วิสุทธิ์
มรรคซึ่งภาวนาโดยพระพุทธโฆษาจารย์เมื่อ
ประมาณ พ.ศ. ๒๐๐ ที่เจอก็เพราะรักการอ่าน
หนังสือเป็นชีวิตจิตใจนั่นเอง อ่านนะอ่านจน
หมดห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดกาญจน
บุรี พออ่านคัมภีร์วิสุทธิมรรคแล้วก็อยาก
ฝึกสมาธิ ฝึกเองไม่ได้ผล จึงค้นหาอาจารย์
สอนสมาธิ แต่ไปเจออาจารย์ที่ฝึกสมาธิ เพื่อ
ประโยชน์ทางอิทธิฤทธิ์เข้าก่อน จึงเลยเป็นไป
ตามฤทธิ์หนุ่ม ฝึกวิชาหนังเหนียว รูดโซ่ ลุยไฟ
สะเดาะกลอน สารพัด ใจมันอยากจะเป็นอย่าง
ขุนแผนกับเขาบ้าง ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าวิชา
กัลยาณมิตร ๗๙