ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่ในเวลาที่ร่างของเธอกำลังจะถูกยกขึ้นวางบนเชิงตะกอนนั้น
เห็นเพียงแต่ใบหน้าที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าขาว ไม่มีความงามใด ๆ
เหลืออยู่อีกเลย
กรณีเด็กสาวที่กำลังพูดถึงก็เป็นทำนองเดียว
กัน เธออาจจะพูดเอาใจคนแก่อย่างเราก็ได้
ทำให้ผู้ฟังชื่นใจ เป็นหลักจิตวิทยาหรือมารยาท
ในสังคมประการหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงเห็นเป็นเรื่อง
ธรรมดาไปเสีย
เมื่อเกิดเรื่องขึ้น และคำว่า “ประท้วง”
สะดุดใจข้าพเจ้าทำให้หวนคิดทบทวนคำพูด
ทั้งหมดของเธอ หรือว่าเธอมีปัญหากับคุณแม่
ของเธอ จึงคิดเรียกคนอื่นว่า “แม่” แทนแม่
จริง ๆ ของตัว
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ข้าพเจ้าจึงรับปาก
กัลยาณมิตรผู้มาชวน เดินทางไปเยี่ยมเยียน
ผู้ป่วย ภาพที่เห็นมิได้เกินความจริงเลย ใบหน้า
ของเธอบวมอืดจนตาปิด ถ้านอนนิ่ง ๆ ไม่พูด
ก็มองดูเหมือนใบหน้าของศพที่ตายมาแล้ว
สัก ๔-๕ วัน ช่างเหมือนใบหน้าศพเพื่อนของ
ข้าพเจ้าคนหนึ่งซึ่งถูกคนรักยิงตายเมื่อ ๒๙ ปี
ที่แล้วมา เพราะจับได้ว่า ฝ่ายหญิงกำลังจะ
เปลี่ยนใจไปรักอาจารย์นักดาราศาสตร์ผู้หนึ่ง
เจ้าภาพวัดสวดอภิธรรมศพ ๔-๕ คืนแล้วเผา
ก่อนนำศพขึ้นเมรุ ข้าพเจ้าวิ่งตามไปดูหน้าเพื่อน
รักแล้วสลดใจถึงที่สุด ใบหน้าในยามมีชีวิต
อยู่นั้นงดงามนักหนา เป็นดาวประจำรุ่น เป็น
เทพีหนังสือพิมพ์ เป็นนางงามอีกหลายประเภท
เวลามีกิจกรรมสิ่งใดร่วมกัน เขามักจะใช้ให้
ข้าพเจ้าไปหยิบสิ่งโน้น ทำสิ่งนี้ โดยสัพยอกว่า
เผาไฟ
“เธอต้องเป็นคนทำ เพราะเธอขี้เหร่ที่สุดในกลุ่ม กันเลยกับใบหน้าศพเพื่อนที่เห็นกันก่อนถูก
ของพวกเรา” บังเอิญในกลุ่มเพื่อน ๔-๕ คน
ที่เรามีกันอยู่ ทุกคนสวยกว่าข้าพเจ้าทั้งสิ้น
แต่ในเวลาที่ร่างของเธอกำลังจะถูกยก
ขึ้นวางบนเชิงตะกอนนั้น เห็นเพียงแค่ใบหน้า
ที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าขาว ไม่มีความงามใด ๆ
เหลืออยู่อีกเลย
๒๙ ปีมาแล้วภาพใบหน้าศพของเพื่อนรัก
ยังไม่เคยเลือนจากความทรงจำ ตอนนั้น
ข้าพเจ้ายังพูดรำพึงรำพันกับศพว่า
“รำไพ เธอสวยนัก อายุจึงสั้น ต่อจาก
นี้ไป ฉันจะขอภูมิใจในความสวยน้อย ๆ ของ
ฉัน เมื่อก่อนฉันอยากเป็นคนสวยเหมือนเธอ
เมื่อเธอตายให้ดูเป็นตัวอย่างยังงี้ ทำให้ฉันหมด
อยากเสียแล้ว ฉันขอขอบใจเธอมาก ความ
สวยมากทำให้อายุสั้น ความสวยน้อย ๆ ของ
ฉันคงทำให้ฉันดูโลกนี้ได้อีกนาน”
ที่เล่าออกไปนอกเรื่องเสียยาว เพราะ
ใบหน้าของเด็กสาวคนป่วยช่างไม่มีอะไรผิด
เมื่อพูดให้กำลังใจคนเจ็บค่อนข้างยืดยาว
พอสมควร จนคนเจ็บยิ้มออกทั้งที่ลืมตาไม่ได้
(เพราะตาบวมมากจนปิด) ข้าพเจ้าจึงขอตัวมา
คุยกับมารดาของเธอ เพียงมองลักษณะอาการ
ทั้งกิริยามารยาทและการแต่งตัวพูดคุยด้วย
ไม่กี่ประโยค ก็สามารถเข้าใจเรื่องทั้งหมดใน
ครอบครัวนี้ได้สิ้นเชิง จนต้องรำพึงขึ้นในใจว่า
“หนู ป้าขอโทษจะ ป้านึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าหนู
ต้องเผชิญสภาพชีวิตที่ต้องคับแค้นใจอย่างนี้
ป้าทราบแล้วว่า ทำไมหนูจึงอยากเรียกป้าว่า
“แม่” และป้าก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าหนูไม่ได้
แกล้งเรียกอย่างไม่มีความหมาย หนูเรียกด้วย
ความจริงใจ ถ้าเป็นป้าตกอยู่ในสภาพอย่างหนู
ป้าก็อยากเรียกผู้อื่นที่มีคุณสมบัติถูกใจว่า
“แม่” เหมือนกันจ้ะ ป้าอยากจะขอโทษสัก
ร้อยครั้งพันครั้ง ที่มิได้สนใจหนูเท่าที่ควร
หนูจ๋า ยกโทษให้ป้าเถอะนะจ๊ะ”
ครอบครัวนี้เป็นครอบครัว “แตกแยก”
บิดาแยกไปมีภรรยาใหม่อยู่ที่อื่น พี่ชายคนโต
๒ คนมีครอบครัวแยกบ้านไปอยู่ที่อื่นอีกเหมือน
กัน ทั้งสองคนมีลูกเต้าของตนต้องดูแล ความ
สนใจเรื่องแม่และน้องจึงลดลงไปแทบหมดสิ้น
พี่สาวเพิ่งเป็นม่ายหย่าร้างกับสามี มีลูกติด
หนึ่งคน ส่วนมารดาของเด็กเป็นสตรีอยู่ในวัย
กัลยาณมิตร ๑๐๓
กันยายน ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org